Profile icon

ถูกใจนับแสน โพสต์อ้าง “ทรัมป์” แชร์ข่าวไทยส่ง F-16 ตอบโต้กัมพูชา ที่แท้เพจทรัมป์ปลอม

ข่าวปลอมDateClock icon19:11|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบโพสต์อ้างทรัมป์แชร์ข่าวไทยตอบโต้กลับ ส่ง F-16 ทิ้งระเบิดใส่กัมพูชา ทำคนแชร์กว่า 24,000 ครั้ง ที่แท้เพจทรัมป์ปลอม

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: TikTok

เพจเฟซบุ๊กอ้างบัญชีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์เหตุการณ์ไทยยิง F-16 ใส่กัมพูชา

เพจเฟซบุ๊กอ้างบัญชีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์เหตุการณ์ไทยยิง F-16 ใส่กัมพูชา

Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก Donald Trump For President แชร์ภาพการระเบิดปราสาทตาควาย พร้อมระบุว่า

” 🚨🇹🇭🇰🇭 THAILAND STRIKES BACK — F-16s HIT CAMBODIAN POSITIONS AFTER DEADLY ROCKET BARRAGE

Royal Thai Air Force F-16s just carried out airstrikes on Cambodian artillery sites and command posts in Oddar Meanchey after a brutal rocket and grenade attack killed 2 Thai soldiers and wounded 4 in Ubon Ratchathani.

The border lit up for over 30 minutes near Phu Pha Lek.

Thailand sealed crossings, and more than 385,000 Thais have now been evacuated — a flashback to July’s 48-death border war.

Both sides are pointing fingers:

🇰🇭 Cambodia claims Thai provocation.

🇹🇭 Thailand says Cambodian mines and artillery triggered the clash.”

แปลเป็นข้อความภาษาไทยว่า 

“ไทยโต้กลับ — F-16 ถล่มเป้าหมายนอกชายแดนกัมพูชาหลังถูกโจมตีด้วยจรวดอย่างรุนแรง

เครื่องบินรบ F-16 ของกองทัพอากาศไทยได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่ฐานปืนใหญ่และกองบัญชาการของกัมพูชาในจังหวัดอุดรมีชัย หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยจรวดและลูกระเบิดอย่างหนัก ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บ 4 นายในจังหวัดอุบลราชธานี

บริเวณชายแดนใกล้ภูผาเล็กสว่างไสวจากการปะทะต่อเนื่องยาวกว่า 30 นาที

ไทยปิดด่านชายแดนทั้งหมด และมีการอพยพประชาชนชาวไทยแล้วกว่า 385,000 คน — สถานการณ์ที่ชวนให้นึกถึงเหตุปะทะตามชายแดนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่มีผู้เสียชีวิต 48 คน

ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันเอง:

กัมพูชาอ้างว่าไทยเป็นฝ่ายยั่วยุ

ไทยชี้ว่ากัมพูชาวางระเบิดและยิงปืนใหญ่ก่อนจนทำให้เกิดการปะทะ”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีคนให้ความสนใจแแสดงความรู้สึก 100,000 ครั้ง การแสดงความคิดเห็น 24,000 ครั้ง และแชร์ไปกว่า 24,000 ครั้ง ส่วนใหญ่พบคอมเมนต์ที่เชื่อว่าเป็นเพจของประธานาธิบดี โดนัลล์ ทรัมป์ จริง และเรียกร้องให้ทรัมป์ ช่วยตั้งคณะกรรมการสืบสวน โดยใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียมตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

เพจเฟซบุ๊ก โดนัลล์ ทรัมป์ จริงหรือไม่? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบบัญชีชื่อ Donald Trump For President พบว่า เพจดังกล่าวถูกสร้างเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2015 ในประเทศอเมริกา มีจำนวนผู้ติดตาม 6.8 ล้านคน ส่วนใหญ่เนื้อหาเพจเป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอเมริกา และเป็นข่าวเกี่ยวกับทรัมป์ ซึ่งแต่ละโพสต์ มียอด Engagement ที่สูง

ภาพบัญชีเฟซบุ๊ก Donald Trump For President

ภาพบัญชีเฟซบุ๊ก Donald Trump For President

อย่างไรก็ตาม Thai PBS Verify พบว่าเพจดังกล่าวไม่ใช่เพจเฟซบุ๊กทางการของประธานาธิบดีโดนัลล์ ทรัมป์จริง เพราะเพจทางการของทรัมป์จะได้รับเครื่องหมาย ตรวจสอบยืนยันแล้วจาก Facebook ว่าเป็นเพจจริง อีกทั้งยังมีผู้ติดตามถึง 39 ล้านคน โดยเนื้อหาส่วนหญ่ที่อยู่ในเพจจะเป็นเนื้อหาที่ออกมาจาก White House ซึ่งเป็นหน่วยงานของอเมริกาด้วย

ทรัมป์

สถานการณ์ไทย – กัมพูชาเป็นอย่างไร ?  

กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่ภาพปฏิบัติการของเครื่องบินรบ F-16 กองทัพอากาศไทย ที่ทิ้งระเบิดนำวิถีเลเซอร์ GBU-12 Paveway II ทำลายคลังเก็บจรวด BM-21 และอาวุธหนักของกองทัพกัมพูชาในพื้นที่กรุงสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ส่งผลให้เกิดการระเบิดต่อเนื่องรุนแรง พร้อมระบุว่ากัมพูชานำผู้หญิงและเด็กเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและขัดต่อหลักสากลด้านความระมัดระวังและการคุ้มครองพลเรือน ที่ทุกฝ่ายต้องเคารพอย่างเข้มงวด (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

ขณะที่ยังมีรายงานจากผู้สื่อข่าวในพื้นที่ว่า กัมพูชาได้ยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 มาตกในพื้นที่พลเรือนในหมู่บ้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ 5 ลูก สะเก็ดระเบิดทำให้ต้นไม้หักโค่นกว่า 10 ต้น และตกใส่หลังคาบ้านได้รับความเสียหาย 1 หลังคาเรือน สร้างความตกใจให้ชาวบ้านบางส่วนที่ยังไม่อพยพ และชุดรักษาความปลอดภัย (ชรบ.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในหมู่บ้านกว่า 30 คน ต่างพากันวิ่งเข้าหลุมหลบภัย (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

ด้าน พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม นำทีมโฆษกเหล่าทัพร่วมแถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า จากกรณีเหตุปะทะเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ฝ่ายกัมพูชา มีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง และมีการใช้ BM 21 เข้ามาโจมตียังพื้นที่พลเรือน ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิง ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีลักษณะการเคลื่อนย้ายอาวุธยิงระยะไกล เข้ามาในพื้นที่ของไทย

ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงการณ์ให้กับคณะทูต ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศจำนวน 73 ประเทศ ไปแล้วโดยเน้นย้ำในเรื่อง 5 ประเด็นสำคัญซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ไทยไม่สามารถอดทนอดกลั้นจากสถานการณ์ดังกล่าวได้คือ

1 สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า การกระทำแบบเดิมของกัมพูชา รุกรานไทย รวมถึงการยั่วยุในรูปแบบต่างๆ การลอบวางทุ่นระเบิดของกัมพูชา ถึงแม้ว่ากัมพูชาจะพยายามสร้างภาพเรียกร้องสันติภาพ แต่กลับเป็นฝ่ายยั่วยุต่างๆ ก่อนเสมอ

2.ไทยมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตย และ บูรณภาพดินแดน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องดำเนินการทางทหารจนถึงที่สุดเพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน

3.ประชาชนคนไทยหมดความอดทน อดกลั้น ต่อการดำเนินการของกัมพูชาที่ไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมถึงการที่คนไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามกับความปลอดภัยครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงต้องใช้ให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและประชาชนทั้งชีวิตและทรัพย์สินจนกว่าอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของไทยจะไม่ถูกคุกคาม

  1. ท่าทีของไทยรวมถึงการปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินไปจนกว่า กัมพูชาต้องเปลี่ยนแปลงจุดยืนเช่นการกลับเข้ามาสู่ทางเดินสันติภาพที่แท้จริง
  2. กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงต่างๆ รวมถึงข้อตกลงหยุดยิง และ ถ้อยแถลงร่วมที่ได้มีการลงนาม ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งทั้ง 5 ประเด็นสำคัญที่ทำให้ไทยหมดความอดทนอดกลั้น ทำให้จำเป็นต้องตอบโต้การยิงของฝ่ายกัมพูชา

    ทั้งนี้ยืนยันว่า ฝ่ายไทยดำเนินการต่างๆ ตามหลักมนุษยธรรม โดยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่มีเป้าหมายเพื่อจำกัดความรุนแรงของการปะทะโดยเน้นการคุ้มครอง พลเรือนผู้บาดเจ็บ แยกแยะเป้าหมาย ความเป็นสัดส่วนและความจำเป็นทางทหาร ต่างจากอาวุธที่ทางฝ่ายกัมพูชาใช้โดยสิ้นเชิง ที่ได้ส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนผู้บริสุทธิ์(คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าเนื้อหาโพสต์นั้นมีการบิดเบือน  จากรายงานข่าวกองทัพบกเผยว่าเช้ามืดวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เกิดการปะทะรุนแรงในพื้นที่ช่องอานม้าและช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี หลังทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็ก อาวุธวิถีโค้ง และอาวุธยิงสนับสนุนโจมตีฝ่ายไทยต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 05.05 น. ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บ 4 นาย ฝ่ายไทยตอบโต้ตามกฎการปะทะ พร้อมเริ่มใช้อากาศยานโจมตีเป้าหมายทางทหารของกัมพูชาเพื่อยับยั้งการยิงสนับสนุน  ในขณะที่ในโพสต์ อ้างว่าทหารไทยเสียชีวิต 2  นาย และบาดเจ็บ 4 นาย(คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

ทั้งนี้ การอพยพประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดน มีประชาชนในพื้นที่อำเภอตามแนวชายแดน อพยพออกจากพื้นที่แล้วประมาณร้อยละ 70 มีผู้ลงทะเบียนเข้าศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว 35,623 คน คาดว่าประชาชนบางส่วนเดินทางไปพักอาศัยที่บ้านญาติ และที่เหลืออยู่ระหว่างการเดินทางเคลื่อนย้าย ในระหว่างการอพยพ มีประชาชนเสียชีวิต 1 คน ด้วยโรคประจำตัวในพื้นที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งในโพสต์อ้างว่า มีการอพยพประชาชนชาวไทยแล้วกว่า 385,000 คน (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจเฟซบุ๊ก: เมื่อตรวจสอบความโปร่งใสของเพจเฟซบุ๊ก Donald Trump For President พบว่าไม่ใช่เพจของประธานาธิบดีโดนัลล์ ทรัมป์

ผลกระทบของข้อมูลเท็จ

  1. สร้างความเข้าใจผิดด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ข้อมูลที่อ้างว่าผู้นำต่างชาติแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ความมั่นคง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามีแรงกดดันหรือท่าทีทางการทูตจริงจากสหรัฐฯ ทั้งที่ไม่เกิดขึ้น
  2. กระตุ้นความตึงเครียดทางสังคมและความขัดแย้งออนไลน์: การโยงข่าวความมั่นคงกับบุคคลระดับโลก ทำให้การถกเถียงในโซเชียลรุนแรงขึ้น เกิดความแตกแยกและการโจมตีกันระหว่างกลุ่มความคิด
  3. เปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จากความสับสน: เพจปลอมและบัญชีปลอมอาจใช้กระแสข้อมูลเท็จเพื่อปั่นกระแส สร้างความเกลียดชัง หรือดึงคนไปยังช่องทางที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองหรือหลอกลวงอื่น ๆ

ภาพคอมเมนต์อยากให้ทรัมป์ช่วยในสถานการณ์ความไม่สงบไทย - กัมพูชา

ภาพคอมเมนต์อยากให้ทรัมป์ช่วยในสถานการณ์ความไม่สงบไทย – กัมพูชา

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบแหล่งที่มาเสมอ: ดูชื่อเพจ ความน่าเชื่อถือ วันที่สร้าง และประวัติการโพสต์ เพราะบัญชีปลอมมักใช้ชื่อคล้ายบุคคลสำคัญเพื่อหลอกผู้ใช้
  2. อย่าแชร์ก่อนตรวจสอบ: การแชร์ซ้ำก่อนตรวจสอบ เป็นการช่วยขยายข้อมูลเท็จ ทำให้คนอื่นเกิดความเข้าใจผิด
  3. สังเกตสัญญาณผิดปกติ: เช่น รูปโปรไฟล์ไม่สมจริง หรืออ้างบุคคลสำคัญโดยไม่มีหลักฐานประกอบ
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน