ภาพ Google Maps ถูกอ้างเป็นเหตุสังหารหมู่ซูดาน ที่แท้เป็นฝูงวัว

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก: Facebook
การปิดล้อมของ El Fasher (Siege of El Fasher) กลางประเทศซูดาน คือปฏิบัติการทางทหารที่ยืดเยื้อและรุนแรง ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินโดยกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) เพื่อยึดเมือง El Fasher เมืองหลวงของรัฐดาร์ฟูร์เหนือที่มีความสำคัญทั้งในด้านยุทธศาสตร์ การบริหาร และเป็นศูนย์พักพิงของผู้พลัดถิ่นหลายแสนคน การปิดล้อมทำให้เมืองถูกตัดขาดจากอาหาร น้ำ ยา และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะเดียวกันมีการโจมตีพื้นที่พลเรือนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาด โรงพยาบาล และค่ายผู้พลัดถิ่น อีกทั้งยังมีรายงานการสังหารหมู่ การล่วงละเมิดทางเพศ การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม และการปล้นสะดมจำนวนมาก หลังการปิดล้อมยาวนานกว่า 500 วัน เมือง El Fasher ถูก RSF ยึดครอง ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พร้อมทั้งทำให้ชุมชนนานาชาติกังวลว่าภูมิภาคดาร์ฟูร์อาจเผชิญเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ซ้ำรอยอีกครั้ง (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า Chris Questad แชร์ภาพพื้นที่หนึ่งในแผนที่ พร้อมระบุว่าข้อความว่า “Sudan mass murder site visible on Google maps” แปลข้อความเป็นภาษาไทยได้ว่า “สถานที่สังหารหมู่ซูดานปรากฏให้เห็นบน Google Maps”ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าว มีการแสดงความรู้สึกถึง 3,500 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 715 ข้อความ รวมทั้งมีการแชร์ไปกว่า 368 ครั้ง
นอกจากนี้ยังพบเนื้อหาแบบเดียวกันในช่องทาง Instagram และ Threads อีกด้วย
ภาพเฟซบุ๊ก แชร์ภาพพื้นที่หนึ่งในแผนที่อ้างว่า เป็นพื้นที่สังหารหมู่ซูดาน
สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่อะไร ?
Thai PBS Verify ได้นำข้อความในภาพ ”KUMAN SUDAN” ค้นหาพื้นที่ตามโพสต์ดังกล่าวใน Google Maps จะเจอพิกัดภาพ 10°57’39″N, 26°24’52″E จากนั้นนำพิกัดไปค้นหาใน Google Earth และทำการตรวจสอบด้วยการค้นหาภาพดาวเทียมย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1985 – 2012 พบว่าพื้นที่โพสต์ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้าง ต่อมาในปี 2016 จึงมีสิ่งก่อสร้างเกิดขี้น ซึ่งภาพดาวเทียมได้บันทึกไว้จนกระทั่งถึงภาพล่าสุดคือในปี 2024
ภาพแผนที่ตามโพสต์ดังกล่าวในปี 1985
ภาพแผนที่ตามโพสต์ดังกล่าวในปี 2012
ภาพแผนที่ตามโพสต์ดังกล่าวในปี 2016
ภาพแผนที่ตามโพสต์ดังกล่าวในปี 2022
ภาพแผนที่ตามโพสต์ดังกล่าวในปี 2024
สังเกตการเปลี่ยนแปลงของภาพในปี 1985 และปี 2012 พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่า จากนั้นเริ่มเป็นฟาร์มปศุสัตว์ ในปี 2016 ซึ่งเป็นภาพที่เกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุการณ์ ปฏิบัติการทางทหารของกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) ที่เกิดขึ้นในปี 2023
ขณะที่ตรวจสอบผ่าน แผนที่ Bing ก็พบว่าภาพพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะล้อมรั้ว และมีภาพรูปร่างคล้ายสัตว์อยู่บริเวณรอบ ๆ เช่นกัน
ภาพแผนที่ Bing
ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับแผนที่ของ Humanitarian Research Lab (HRL) at YSPH เผยแพร่ภาพแผนที่เหตุการณ์ที่การปิดล้อมของ El Fasher ของ RSF พบว่าเป็นคนละพื้นที่กัน (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
ภาพแผนที่เหตุการณ์ การปิดล้อมของ El Fasher ของ RSF มหาวิทยาลัยเยล
อะไรอยู่ในแผนที่ ?
Thai PBS Verify ได้ติดต่อสัมภาษณ์ผ่านอีเมล์ Nathaniel Raymond ผู้อำนวยการ Humanitarian Research Lab มหาวิทยาลัยเยล ที่ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลโอเพนซอร์ส (OSINT) และ การวิเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพื่อตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ความขัดแย้ง และอาชญากรรมสงครามทั่วโลกซึ่งได้ชี้แจงว่า รูปภาพที่เห็น เป็นรูปวัวไม่ใช่ภาพศพตามที่โพสต์กล่าวอ้างแต่อย่างใด (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
Nathaniel Raymond ผู้อำนวยการ Humanitarian Research Lab แห่งมหาวิทยาลัยเยล
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบผ่าน Google Search engine : นำคำว่า KUMAN SUDAN” ค้นหาใน Google Maps จะเจอพิกัดภาพ 10°57’39″N, 26°24’52″E
- ตรวจสอบผ่าน Google Earth: พบภาพมีสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ 2016 ซึ่งไม่ใช่เหตุการณ์สังหารหมู่ในซูดานที่เกิดขึ้นในปี 2023
- เทียบกับภาพแผนที่มหาวิทยาลัยเยล : เมื่อนำภาพในโพสต์ไปเทียบกับภาพจริงที่มหาวิทยาลัยเยลใช้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ความขัดแย้ง และอาชญากรรมสงครามทั่วโลก พบว่าเป็นไม่ใช่พื้นที่เดียวกัน
- ตรวจสอบจากแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ผู้อำนวยการ Humanitarian Research Lab แห่งมหาวิทยาลัยเยล ที่ใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลโอเพนซอร์ส (OSINT) และ การวิเคราะห์ข้อมูลภาคสนามเพื่อตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ความขัดแย้ง และอาชญากรรมสงครามทั่วโลก ยืนยันว่าเป็นภาพของฝูงปศุส้ตว์ไม่ใช่ศพมนุษย์
ผลกระทบเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ
- สร้างความเข้าใจผิดในประเด็นความรุนแรง: ทำให้ประชาชนเชื่อว่ามีเหตุสังหารหมู่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่นั้น
- ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลออนไลน์: โดยเฉพาะข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนที่ต้องอาศัยหลักฐานที่ถูกต้อง
- ทำให้การสืบสวนเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนซับซ้อนขึ้น: เพราะข้อมูลเท็จอาจเบี่ยงเบนความสนใจจากหลักฐานจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ทุกครั้งก่อนแชร์ โดยเฉพาะภาพจากโซเชียลหรือ Google Maps ควรดูว่ามีหน่วยงานข่าวหรือองค์กรน่าเชื่อถือยืนยันหรือไม่
- อย่าเชื่อภาพเพียงอย่างเดียว: เพราะภาพจากดาวเทียมหรือแผนที่อาจถูกตีความผิดได้ง่าย ควรตรวจเช็กวันเวลาและบริบทของภาพ
- อ้างอิงจากแหล่งข่าวที่ตรวจสอบแล้ว: เช่น องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน









