โซเชียลฯ กัมพูชา ปล่อยคลิปอ้างน้ำท่วมในประเทศไทย แท้จริงเป็นเหตุการณ์ในฟิลิปปินส์

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก: Thread
ภาพบัญชี Thread อ้างว่าวิดีโอดังกล่าวเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่ประเทศไทย
Thai PBS Verify พบบัญชี Thread แชร์คลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์น้ำท่วมบ้านเรือน พร้อมระบุว่า “ស្ថានភាពទឹកជំនន់នៅប្រទេសថៃ 08/11/25” แปลเป็นภาษาไทยว่า “สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย” ซึ๋งโพสต์คลิปดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึกต่อโพสต์ 23 ครั้ง รีโพสต์ 5 ครั้ง และแชร์ 4 ครั้ง
คลิปน้ำท่วมประเทศไทยจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำลายน้ำในคลิป ไปตรวจสอบด้วยคำสำคัญ พบว่าคลิปดังกล่าวไปตรงกับคลิปวิดีโอน้ำท่วมของบัญชี Tiktok ชื่อ realdisasterx โดยในคลิป ระบุว่า “#Flood2025 #NaturePower #DisasterVideo” คลิปดังกล่าวถูกโพสต์เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 68 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนคลิปที่มีการแอบอ้าง Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าไม่มีการกล่าวถึงประเทศไทยแต่อย่างใด (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้ )
ภาพเปรียบเทียบเหตุการณ์น้ำท่วมจากคลิปใน Thread (ซ้าย) และคลิปเหตุการณ์น้ำท่วมในบัญชี realdisasterx
ต่อมา Thai PBS Verify ได้นำคลิปวิดีโอไปแยกคีย์เฟรมด้วย โปรแกรม InVID-WeVerify และนำภาพที่ได้ค้นหาด้วย Google Lens พบว่า ไปตรงกับข่าวเหตุการณ์พายุคัลแมกี พัดถล่มฟิลิปปินส์ ของ เว็บไซต์ newsflare ซึ่งระบุว่า “Typhoon Kalmaegi washed away homes as it brought severe flooding across the Philippines.
Footage shows a concrete, single-storey house being swept away by floodwaters in Talisay City, Cebu, on November 4.
A distressed resident was also seen carrying his pet dog on the roof amid the rising waters.
Kalmaegi, locally known as Tino, has killed at least 92 people and displaced hundreds of thousands across the country. Another 26 people are reportedly missing.
State weather bureau PAGASA said the storm dumped more than a month’s worth of rain in just 24 hours in Southern Leyte and Cebu.
Kalmaegi is forecast to leave the Philippine area of responsibility by late Wednesday or early Thursday.”
แปลเป็นภาษาไทยว่า “พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี (Typhoon Kalmaegi) พัดถล่มฟิลิปปินส์ ก่อให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและพัดบ้านเรือนหลายหลังพังเสียหาย
ภาพจากคลิปแสดงให้เห็นบ้านชั้นเดียวที่สร้างด้วยคอนกรีตในเมืองตาลิไซ (Talisay City) จังหวัดเซบู ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดพาไป เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
มีรายงานเห็นชายคนหนึ่งอยู่ในอาการตกใจ พยายามอุ้มสุนัขของตนอยู่บนหลังคาบ้านท่ามกลางระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
พายุคัลแมกี หรือชื่อท้องถิ่นว่า “ติโน” (Tino) คร่าชีวิตผู้คนแล้วอย่างน้อย 92 คน และทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังมีรายงานผู้สูญหายอีก 26 คน
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ (PAGASA) ระบุว่า พายุลูกนี้ทำให้เกิดฝนตกมากเกินกว่าปริมาณเฉลี่ยทั้งเดือนภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ในพื้นที่จังหวัดเซบูและภาคใต้ของจังหวัดเลย์เต (Southern Leyte)
คาดว่าพายุคัลแมกีจะเคลื่อนตัวออกจากเขตความรับผิดชอบของฟิลิปปินส์ภายในช่วงค่ำวันพุธหรือเช้ามืดวันพฤหัสบดีนี้” (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
ภาพเปรียบเทียบคลิปใน Thread (ซ้าย) และภาพวิดีโอจาก newsflare (ขวา)
สถานการณ์พายุคัลแมกีถล่มฟิลิปปินส์เป็นอย่างไร ?
พายุไต้ฝุ่นคัลแมกี (Typhoon Kalmaegi หรือชื่อท้องถิ่น Tino) พัดถล่มฟิลิปปินส์ช่วงต้นเดือนพ.ย. 68 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดเซบูซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากแผ่นดินไหว 6.9 แมกนิจูด มีรายงานผู้เสียชีวิตประมาณ 140–204 คน ผู้สูญหายกว่า 100 คน และประชาชนได้รับผลกระทบรวมประมาณ 2.4 ล้านคน หลายแสนคนต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิง นอกจากนี้ยังมีการระงับเที่ยวบินกว่า 100 เที่ยวและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
แม้ว่าพายุคัลแมกีจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนออกไปแล้ว แต่ฟิลิปปินส์ยังต้องเร่งรับมือกับซูเปอร์ไต้ฝุ่นฟงวอง (Super Typhoon Fung-wong) ที่กำลังจะพัดถล่ม ทำให้บางพื้นที่ต้องชะลอภารกิจค้นหาผู้เสียชีวิตจากคัลแมกี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและอพยพประชาชนจากเขตเสี่ยงภัยต่อไป (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย เป็นอย่างไร ?
สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย วันที่ 10 พ.ย. 68 ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและจังหวัดติดริมแม่น้ำ เนื่องจากมีปัจจัยหลักคือ น้ำเหนือจากการระบายน้ำของเขื่อน และน้ำทะเลหนุนสูง พื้นที่ภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเผชิญวิกฤตหนัก น้ำท่วมขยายวงกว้างถึง 11 อำเภอ กระทบมากกว่า 58,000 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตหลายคน
ส่วนพื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานีเสี่ยงสูง น้ำเอ่อล้นถนนหลายสาย เช่น ถนนนครอินทร์-พระราม 5, ท่าน้ำนนท์ และเกาะเกร็ด เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน เช่น สุโขทัย อุทัยธานี พิจิตร และพิษณุโลก ยังมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ สาเหตุหลักมาจากการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ที่ใกล้เต็มความจุ และฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี แม้จะไม่เข้าประเทศโดยตรง ทำให้ปริมาณน้ำเหนือเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 9-14 พ.ย. 68 ทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยลำบาก ส่งผลให้น้ำในพื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพฯ สูงขึ้น ทางการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขาให้ยกของขึ้นที่สูงและเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่ง (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าคลิปน้ำท่วมดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย แต่เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมของฟิลิปปินส์ ที่เกิดจากพายุคัลแมกีถล่มเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบทำให้พบว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นเพียงการนำภาพเหตุการณ์เก่ามาผสมรวมกับเหตุการณ์น้ำท่วมปัจจุบันของประเทศไทย
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบลายน้ำในคลิป: เมื่อตรวจสอบลายน้ำในคลิปวิดีโอที่โพสต์พบว่า ไปตรงกับคลิป Tiktok ชื่อ realdisasterx โดยภายในคลิปไม่ได้มีการกล่าวถึงประเทศไทยแต่อย่างใด
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ: นำคลิปไปแยกคีย์เฟรม ด้วย โปรแกรม InVID-WeVerify และนำภาพที่ได้ค้นหา Google Lens ตรงภาพเหตุการณ์น้ำท่วมที่ฟิลิปปินส์
ผลกระทบเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ
- สร้างความเข้าใจผิดในการป้องกัน: อาจทำให้คนในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ ตื่นตระหนก เกินเหตุ ในทางกลับกัน หากมีคลิปเท็จที่ไม่รุนแรงถูกใช้บ่อย ๆ อาจทำให้ประชาชน ประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไป และละเลยการเตรียมตัว ทั้งที่พื้นที่จริงมีความเสี่ยงสูง
- สร้างความตื่นตระหนกและความสับสน: ภาพที่รุนแรงจากต่างประเทศสร้างความกลัวและความวิตกกังวลในสังคม ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่าข้อมูลใดจริงหรือเท็จ และไม่รู้ควรเชื่อถือแหล่งข่าวใด
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: หาข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
- สังเกตความสมจริงของเนื้อหา: ดูป้ายชื่อสถานที่, ภาษา, เครื่องหมายบนภาพ หรือสภาพแวดล้อมที่อาจบ่งบอกว่าเกิดที่ไหน
- ใช้เครื่องมือยืนยันความถูกต้อง: เช่น Google Lens หรือ การค้นหาภาพย้อนกลับ (Reverse Image Search) เพื่อดูว่าภาพดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วหรือไม่









