Profile icon

คลิปอ้าง “น้ำล้นเขื่อนขุนด่านปราการชล” พบเป็นเพียงคลื่นลมทำน้ำไหลออกเท่านั้น

ข่าวปลอมDateClock icon20:15|สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปอ้าง “เขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำล้นแล้ว” พบว่าไม่เป็นความจริง กรมชลประทานชี้ น้ำที่เห็นไหลออกทางสปิลเวย์ เกิดจากแรงลมและคลื่น ไม่ใช่น้ำล้นเขื่อน

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก : Facebook

ตรวจสอบพบคลิปอ้างน้ำล้น “เขื่อนขุนด่านปราการชล” จ.นครนายก ในคลิปแสดงภาพที่มีน้ำไหลออกมาผ่านสปิลเวย์ (Spillway) ของเขื่อน ทำให้ปรากฏยอดเข้าชมกว่า 2 ล้านครั้ง ถูกใจกว่า 4 หมื่นครั้ง และแชร์กว่า 1 พันครั้ง นอกจากนี้ยังพบคลิปลักษณะเดียวกัน ใน TikTok

พร้อมระบุข้อความว่า

เขื่อนขุนด่านปราการชล 4 พ.ย. 68 

เขื่อนขุนด่านปราการชล น้ำล้นจริงหรือไม่ ?

ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา-กรมชลประทาน ให้ข้อมูลกับทาง Thai PBS Verify ว่ากรณีเขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำไหลออกมาทางสปิลเวย์ (ทางระบายน้ำล้น) เนื่องจากมีระดับน้ำเต็มเขื่อน การที่มีน้ำไหลกระฉอกออกมาทางช่องข้างบานเล็กน้อย เกิดจาก อิทธิพลของคลื่นและแรงลม ไม่ใช่น้ำล้นข้ามสปิลเวย์หรือข้ามสันเขื่อน จึงไม่เป็นอันตราย

ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา-กรมชลประทาน

“โดยทั่วไป เมื่อเขื่อนเก็บน้ำเต็ม แล้วมีลมมาก ทำให้เกิดคลื่น อาจทำให้เห็นน้ำกระเซ็นหรือกระฉอกออกมาบ้างเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ของเขื่อนขนาดใหญ่ที่เก็บน้ำเต็มความจุ”

“ส่วนลักษณะที่ถือว่า อันตราย คือกรณีที่น้ำล้นข้ามบานสปิลเวย์ หรือข้ามสันเขื่อน ซึ่งจะควบคุมไม่ได้ แต่กรมชลประทานจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นแน่นอน และปัจจุบันโครงสร้างบานระบายน้ำของเขื่อนยังแข็งแรงดี”

“สถานการณ์น้ำโดยรวมยังปกติ ช่วงปลายฤดูฝนเขื่อนมักมีน้ำเต็มอยู่แล้ว ขณะนี้ยังมีการระบายน้ำออกมากกว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนต่อวัน แม้จะมีพายุคัลแมกีเคลื่อนตัวเข้ามา แต่ก็ยังสามารถรองรับและระบายน้ำได้เพียงพอ”

ระดับเก็บกักปกติของเขื่อนบางเขื่อนคือ 100% แต่ยังมี ระดับเก็บกักสูงสุด (Maximum Capacity) ที่สามารถรองรับน้ำได้ชั่วคราวในช่วงฝนตกหนักหรือพายุเข้า โดยไม่เป็นอันตรายต่อโครงสร้างเขื่อน

ทั้งนี้ เขื่อนขุนด่านปราการชล ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ ณ วันที่ 7 พ.ย. 68 อยู่ที่ 99.13% ของความจุเกือบเต็มเขื่อน

ภาพแสดงผลของเขื่อนขุนด่านปราการชล ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บ ณ วันที่ 7 พ.ย. 68 อยู่ที่ 99.13% ของความจุเกือบเต็มเขื่อน จากศูนย์ข้อมูลกลางด้านน้ำและการชลประทาน

เขื่อนขุนด่านปราการชล ระบายน้ำอย่างไร ?

ระบบระบายน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชลมีหลายแบบ โดยออกแบบให้ระบายน้ำลงสู่ แม่น้ำนครนายก ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ซึ่งแต่ละช่องมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้ 

1. River Outlet (ท่อส่งน้ำลงแม่น้ำ): เป็นท่อส่งน้ำที่อยู่ตอนล่างของเขื่อน ใช้สำหรับระบายน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำในแม่น้ำนครนายก ให้เหมาะสมต่อระบบนิเวศและการใช้น้ำของชุมชนด้านท้ายเขื่อน ใช้ในฤดูแล้งหรือฤดูปกติ เพื่อปล่อยน้ำตามแผนชลประทาน
2. Bottom Outlet (ทางระบายน้ำตอนล่าง): อยู่บริเวณฐานเขื่อน (ส่วนล่างสุดของตัวเขื่อนคอนกรีต) ทำหน้าที่ ระบายน้ำก้นอ่าง หรือปล่อยน้ำกรณีฉุกเฉิน เพื่อควบคุมระดับน้ำในอ่าง สามารถใช้ระบายตะกอนหรือเพื่อบรรเทาความดันน้ำด้านหลังเขื่อนได้ และควบคุมด้วย ประตูระบายน้ำขนาดใหญ่แบบเหล็ก (High-pressure Gate)
3. Service Spillway (ทางระบายน้ำล้นหลัก): ป็นช่องระบายน้ำหลัก เมื่อระดับน้ำในอ่างเกินกว่าระดับเก็บกักปกติ ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล  สามารถระบายน้ำได้สูงสุด 1,454 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ผ่านช่องระบาย 4 ช่อง

ภาพตัวอย่างโครงสร้างอาคารส่งน้ำและอาคารระบายน้ำ ของเขื่อนขุนด่านปราการชล

ภาพปริมาณน้ำโดยรวมของเขื่อนด่านปราการชล ในวันที่ 4 พ.ย. 68 จากศูนย์ข้อมูลกลางด้านน้ำและการชลประทาน

สรุปสถานการณ์และเฝ้าระวัง

กรมชลประทานรายงานสรุปสถานการณ์และการเฝ้าระวัง วันศุกร์ที่7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568  (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) ว่ามีปริมาณน้ำรวม 68,617 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 90 ของความจุอ่างฯ มากกว่าปีที่ผ่านมา 5,165 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีน้ำใช้การได้ 44,668 ล้านลูกบาศก์เมตร 

ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศมีน้ำรวม 63,809 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 90) เป็นน้ำใช้การได้ 40,270 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 85) 

พบว่าอ่างฯ ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 มีจำนวน 21 แห่ง รวมถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก และอีก 12 แห่งมีระดับน้ำเกินเกณฑ์ Upper Rule Curve 

ส่วนอ่างฯ ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% มีเพียง 1 แห่ง และมี 2 แห่งที่อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมต่ำสุด (Lower Rule Curve) ได้แก่ เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่จำเป็นต้องติดตามพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงใกล้เกณฑ์อย่างใกล้ชิด

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

Thai PBS Verify ตรวจสอบกรณีมีผู้เผยแพร่คลิปอ้างว่า “เขื่อนด่านขุนปราการ น้ำล้นแล้ว” พบว่าไม่เป็นความจริง ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา-กรมชลประทาน ให้ข้อมูลว่า กรณีเขื่อนขุนด่านปราการชลมีน้ำไหลออกมาทางสปิลเวย์ (ทางระบายน้ำล้น) เนื่องจากมีระดับน้ำเต็มเขื่อน รวมถึงการที่มีน้ำไหลกระฉอกออกมาทางช่องข้างบานเล็กน้อย เกิดจาก อิทธิพลของคลื่นและแรงลม ไม่ใช่น้ำล้นข้ามสปิลเวย์หรือข้ามสันเขื่อน จึงไม่เป็นอันตราย และเขื่อนยังมีระดับเก็บกักสูงสุดอยู่ 

ที่มา : การจัดการด้านความปลอดภัยเขื่อนเบื้องต้น-กรมชลประทาน 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบภาพและคลิปด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens: ใช้ Google Lens ค้นหาภาพจากเฟรมหลักของคลิป ผลลัพธ์คือไม่พบผลการค้นหาภาพหรือคลิปต้นฉบับจากต่างประเทศ หรือแหล่งอื่นก่อนหน้านี้
    บ่งชี้ว่า คลิปดังกล่าวถ่ายจากพื้นที่จริงในประเทศไทย และไม่พบสัญญาณการนำภาพจากแหล่งอื่นมาประกอบ
  2. ตรวจสอบด้วย Google Map : พบว่าลักษณะเขื่อนตรงกับเขื่อนขุนด่านปราการชลจริง

3. ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการ: ข้อมูลจากเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลกลางด้านน้ำและการชลประทาน (กรมชลประทาน)
ข้อมูลวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า

    • ปริมาณน้ำกักเก็บ: 219.62 ล้าน ลบ.ม. (100.06%)

    • ระดับน้ำในอ่าง: 100.35 เมตร (รทก.)

    • น้ำไหลล้นสปิลเวย์: 4.22 ล้าน ลบ.ม.

    • น้ำระบายออก: 0.06 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งสอดคล้องกับคำชี้แจงของกรมชลประทานว่า “เขื่อนอยู่ในระดับเต็ม แต่ยังสามารถควบคุมและระบายน้ำได้ตามปกติ”

4. สัมภาษณ์ตัวแทนสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน: สอบถามข้อมูลกับ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ยืนยันว่า น้ำที่เห็นในคลิปเป็น น้ำกระฉอกจากแรงลมและคลื่น ไม่ใช่น้ำล้นข้ามบานสปิลเวย์ พร้อมย้ำว่า เขื่อนขุนด่านฯ ยังปลอดภัย และโครงสร้างแข็งแรงดี

ผลกระทบของข้อมูลเท็จเหล่านี้

  1. สร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่
    การเผยแพร่คลิปอ้างว่า “เขื่อนน้ำล้น” ทำให้ประชาชนใน จ.นครนายก และพื้นที่ปลายน้ำเข้าใจผิด ว่าอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งที่จริงเขื่อนยังอยู่ในสภาพปลอดภัยและควบคุมได้
  2. กระทบต่อการบริหารจัดการน้ำของรัฐ
    เมื่อมีข่าวเท็จแพร่หลาย เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาในการชี้แจงและตอบข้อสงสัยของประชาชน ซึ่งอาจทำให้การสื่อสารในภาวะวิกฤตจริงเกิดความล่าช้า
  3. ถูกนำไปขยายผลต่อในโลกออนไลน์
    คลิปที่มีภาพน้ำล้นหรือไหลแรงสามารถถูกนำไปใส่ข้อความบิดเบือนเพิ่มเติมได้ง่าย ทำให้เกิดคลิปต่อยอดที่ยากต่อการควบคุม และแพร่กระจายบนหลายแพลตฟอร์ม 
  4. เกิดความเข้าใจผิดเรื่องความปลอดภัยของเขื่อน
    บางคนอาจเข้าใจว่าเขื่อนแตก ทั้งที่จริงสปิลเวย์เป็นส่วนระบายน้ำที่ออกแบบไว้โดยเฉพาะ การเข้าใจผิดเช่นนี้อาจทำให้เกิดความกลัวและแชร์ข้อมูลผิดซ้ำโดยไม่ตรวจสอบ

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบกับหน่วยงานทางการก่อนแชร์ ก่อนเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปเกี่ยวกับเขื่อน ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์หรือเพจทางการของ กรมชลประทาน หรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งรายงานสถานการณ์น้ำแบบรายวัน
  2. ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบภาพหรือคลิป สามารถใช้ Google Lens เพื่อดูว่าคลิปถูกเผยแพร่ที่ใดมาก่อน และเป็นของจริงหรือไม่
  3. สังเกตคำอธิบายประกอบคลิป
    คลิปข่าวปลอมมักใช้ข้อความเร้าอารมณ์ เช่น “แตกแล้ว!”, “น้ำทะลัก!”, หรือ “เตรียมหนี!”หากเจอข้อความลักษณะนี้ ควรตั้งข้อสงสัยและตรวจสอบต่อ
  4. ช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง หากพบข้อมูลเท็จ ควรช่วยเผยแพร่ข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว เพื่อหยุดการแพร่กระจายของข่าวลวง และลดความตื่นตระหนกในสังคม
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน