Profile icon

แฉคลิปไวรัลดินถล่มเนปาล-จีน ยอดวิวทะลุล้าน ที่แท้ตัดต่อภาพเก่าดินถล่มใน รัสเซีย-ญี่ปุ่น

ข่าวปลอมDateClock icon10:23|สิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ
ข่าวปลอมยอดวิวทะลุล้าน! คลิปอ้าง "ภาพภัยพิบัติน้ำท่วม-ดินถล่ม ชายแดนเนปาล-จีน" Thai PBS Verify ตรวจสอบพบเป็นการนำคลิปเก่าโคลนถล่มรัสเซียปี 2568 สลับกลับซ้าย-ขวา มาผสมร่วมกับคลิปเหตุดินถล่มในญี่ปุ่นปี 2564

Thai PBS Verify พบแหล่งข้อมูลจาก: Threads

Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชี Threads ที่ชื่อ thesauditime เผยแพร่วิดีโอที่มีหลายฉาก โดยอ้างว่าเป็นภาพดินถล่มและอุทกภัยครั้งใหญ่พัดถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน พร้อมระบุข้อความว่า

Hundreds missing and many feared dead after massive flash flood hits Nepal-China border

เมื่อแปลด้วย Google Translate ได้ข้อความว่า

ประชาชนหลายร้อยคนสูญหายและอีกหลายคนคาดว่าเสียชีวิต หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่พัดถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ภายหลังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่มที่เนปาลและทิเบต จนทำให้มีผู้เข้าชมไปกว่า 1 ล้านครั้ง

ภาพน้ำท่วม-ดินถล่ม ใน เนปาลและทิเบต จริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนกลับจาก Google Lens มาตรวจสอบภาพในฉากแรกของคลิปนั้น พบว่าภาพดังกล่าวไปตรงกับข่าวของ News of Bahrain สื่อของประเทศบาห์เรน ที่รายงานเหตุการณ์โคลนถล่ม เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 68 ในเมืองเตียร์นึเอาซ์ (Tyrnyauz) ซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐคาบาร์ดีโน-บัลคาเรีย ทางตอนใต้ของประเทศรัสเซีย โดยมวลน้ำและโคลนขนาดมหึมาได้พัดถล่มเขตชุมชนอย่างรุนแรง

ผลการค้นหาด้วย Google Lens

นอกจากนี้พบว่า คลิปดังกล่าวถูกนำมาทำการพลิกภาพในแนวนอน (Horizontal Flip) คือการกลับซ้ายเป็นขวา ก่อนนำมาเผยแพร่ ซึ่งเมื่อสลับภาพกลับ และนำมาค้นหาแผนที่ของจุดเกิดเหตุผ่านเครื่องมือแผนที่บนอินเทอร์เน็ต Yandex เครื่องมือค้นหาข้อมูลจากรัสเซีย ทำให้พบว่าจุดเกิดเหตุดังกล่าวอยู่ในเมืองเตียร์นึเอาซ์ (Tyrnyauz) จริง เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า คลิปดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับเหตุน้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่มที่เนปาลและทิเบต แต่อย่างใด

ภาพบันทึกหน้าจอจากโพสต์ปลอม (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจากแผนที่ Yandex (ขวา)

แผนที่ของจุดเกิดเหตุ

นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยฉากที่สอง ที่จากการตรวจสอบภาพย้อนกลับเราพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไปตรงกับคลิปที่เผยแพร่ในสื่อ ซังเค ชิมบุน (Sankei Shimbun) ของญี่ปุ่น ที่เผยแพร่ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 64 ซึ่งเป็นเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ในเมืองตากอากาศชายทะเลอาตามิของญี่ปุ่น ซึ่งทำลายบ้านเรือนหลายหลัง หลังจากฝนตกหนักหลายวัน

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงภาพที่สองในโพสต์ปลอม (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจากสื่อซังเค ชิมบุน ของญี่ปุ่น (ขวา)

แผนที่ของสถานที่เกิดเหตุ

อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของฉากอื่น ๆ ที่รวมอยู่ในวิดีโอได้

เหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร ?

ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี รายงานเหตุน้ำป่าไหลหลากฉับพลันบริเวณชายแดนทิเบต–เนปาล แถบหุบเขาแม่น้ำ Bhote Koshi และ Lhende River ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตราซูวา (ฝั่งเนปาล) กับเขตจี่หรง (ฝั่งทิเบต) เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569

สาเหตุเกิดจากหิมะและก้อนหินขนาดใหญ่ถล่มลงมาปิดกั้นลำน้ำ Lhende River จนเกิดเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราว ก่อนจะพังทลายและปลดปล่อยมวลน้ำปนตะกอนมหาศาลทะลักลงสู่หุบเขา

ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) วิเคราะห์ว่า แรงสั่นสะเทือนขนาด 4.4 ที่ตรวจพบในตอนแรกนั้น เกิดจากมวลดินและหิมะถล่มเอง ไม่ใช่แผ่นดินไหวตามธรรมชาติ

ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัย เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแข่งกับเวลาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบางคนติดอยู่ท่ามกลางดินโคลนและเศษซากปรักหักพังของบ้านเรือน โดยตำรวจเนปาล ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 162 คน ในจำนวนนี้ 64 คนพบร่างในเขตชิตวัน ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเนปาล ระบุว่า ยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 579 คน ในจำนวนนี้รวมถึงชาวต่างชาติ 400 คน ซึ่งมีทั้งพลเมืองอินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา ยูเครน เช่นเดียวกับบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง ที่ยืนยันว่ามัคคุเทศก์และลูกทัวร์ทั้งคณะ 47 คนหายไปในภัยพิบัติครั้งนี้

ด้านนายกรัฐมนตรีเนปาล กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเรียกประชุมฉุกเฉินกับหน่วยงาน เพื่อรับมือภัยพิบัติ และยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยอย่างเต็มที่

ส่วนสื่อทางการจีน รายงานว่า ทิเบตมีผู้สูญหายจากเหตุภัยพิบัติอีกอย่างน้อย 558 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย 260 คน

คลิปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

จากกรณีที่บัญชี Threads ชื่อ “thesauditime” เผยแพร่วิดีโอความยาวหลายฉาก (โพสต์เมื่อ 27 ส.ค. 2569) อ้างว่าเป็นภาพอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-จีน จนมียอดเข้าชมพุ่งสูงกว่า 1 ล้านครั้งนั้น “ข้อเท็จจริงคือ คลิปดังกล่าวก่อขึ้นจากการตัดต่อบิดเบือน นำภาพเหตุการณ์เก่าในอดีตจากต่างสถานที่มารวมกัน” โดยมีรายละเอียดเรื่องจริงดังนี้

  • คลิปในฉากแรกคือเหตุการณ์ในรัสเซีย (พ.ศ. 2568): แท้จริงแล้วคือภาพเหตุการณ์โคลนถล่มเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ที่เมืองเตียร์นึเอาซ์ (Tyrnyauz) สาธารณรัฐคาบาร์ดีโน-บัลคาเรีย ประเทศรัสเซีย (รายงานโดยสื่อ News of Bahrain) โดยผู้สร้างข่าวปลอมได้นำคลิปมา “กลับภาพในแนวนอน” (Horizontal Flip) จากซ้ายไปขวาเพื่อหลบเลี่ยงการสืบค้น

  • คลิปในฉากที่สองคือเหตุการณ์ในญี่ปุ่น (พ.ศ. 2564): แท้จริงแล้วคือคลิปเหตุการณ์ดินถล่มครั้งใหญ่ในเมืองอาตามิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2564 ซึ่งบันทึกไว้โดยสื่อ ซังเค ชิมบุน (Sankei Shimbun)

  • สถานการณ์จริง ณ ชายแดนเนปาล-ทิเบต (26 ส.ค. 2569): ในพื้นที่เกิดเหตุภัยพิบัติจริง แต่ไม่ใช่ภาพตามคลิปปลอมดังกล่าว โดยศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย และ USGS ระบุว่า เกิดเหตุหิมะและหินถล่มลงมาปิดกั้นลำน้ำ Lhende River จนกลายเป็นเขื่อนธรรมชาติชั่วคราวก่อนจะแตกทะลักลงสู่หุบเขา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเนปาลแล้วอย่างน้อย 162 คน สูญหายอีกหลายร้อยคน (รวมถึงชาวต่างชาติ) และในฝั่งทิเบต (จีน) มีผู้สูญหายอีกกว่า 558 คน

 

 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • สืบค้นและกลับภาพฉากแรก (Image Reversal & Geolocation): ใช้เครื่องมือ Google Lens ตรวจสอบภาพนิ่งในฉากแรก พบเบาะแสจากสื่อ News of Bahrain จากนั้นตรวจพบว่าภาพถูกสลับกลับด้านซ้าย-ขวา (Horizontal Flip) เมื่อนำภาพที่ปรับแก้แล้วไปสืบค้นบนแผนที่ Yandex Maps จึงยืนยันพิกัดสถานที่เกิดเหตุได้อย่างแม่นยำว่าคือ เมืองเตียร์นึเอาซ์ ประเทศรัสเซีย

  • สืบค้นภาพฉากที่สอง (Reverse Image Search): นำภาพในเฟรมที่สองไปสืบค้นย้อนกลับ พบว่าตรงกับรายงานข่าวและภาพวิดีโอของสื่อ Sankei Shimbun ประเทศญี่ปุ่น ในเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างสถานที่เมื่อปี 2564

  • ตรวจสอบข้อมูลภัยพิบัติจริง (Official Data Verification): สอบทานรายงานสถานการณ์จริงกับศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี, สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS), ตำรวจเนปาล และสื่อทางการจีน เพื่อยืนยันสาเหตุและยอดผู้สูญหายที่เกิดขึ้นจริง

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • สร้างความสับสนและตื่นตระหนกซ้ำเติมภัยพิบัติ: การนำภาพเหตุการณ์โคลนถล่มและดินถล่มที่รุนแรงจากประเทศอื่นมาสวมรอย สร้างความตื่นตระหนกให้กับญาติของผู้ประสบภัยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่กำลังติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

  • ฉวยโอกาสเรียกยอดการมองเห็น (Clickbait & Engagement): การใช้คำพาดหัวเร้าอารมณ์และวิดีโอที่รวมฉากสะเทือนขวัญ ส่งผลให้โพสต์มีผู้เข้าชมพุ่งสูงกว่า 1 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นการใช้ภัยพิบัติทางธรรมชาติมาเป็นเครื่องมือปั่นยอดวิวบนโซเชียลมีเดีย

  • บิดเบือนความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ: การใช้ภาพภัยพิบัติที่ไม่ตรงกับลักษณะการเกิดเหตุจริง (เหตุจริงเกิดจากเขื่อนธรรมชาติพังทลาย) ทำให้สังคมเข้าใจผิดเกี่ยวกับลักษณะทางธรณีวิทยาและรูปแบบความเสียหายในพื้นที่

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ระวังเทคนิคกลับภาพ (Horizontal Flip): ผู้สร้างข่าวปลอมมักใช้วิธีพลิกภาพแนวนอนกลับซ้าย-ขวา เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเครื่องมือ Search Engine หากเห็นคลิปมุมมองแปลก ๆ ให้ลองแคปภาพแล้วสลับด้านก่อนนำไปค้นหาด้วย Google Lens หรือ Yandex

  • สังเกตการรวมคลิปหลายฉาก: หากวิดีโอมีการตัดสลับฉากภัยพิบัติอย่างรวดเร็ว โดยแต่ละฉากมีสภาพแวดล้อม สภาพอากาศ หรือลักษณะอาคารบ้านเรือนที่ไม่เหมือนกัน มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นคลิปตัดต่อแบบ “จับแพะชนแกะ”

  • ติดตามข่าวจากหน่วยงานกู้ภัยและองค์กรธรณีวิทยา: ข้อมูลความเสียหายและผู้เสียชีวิตควรยึดตามรายงานของกรมทรัพยากรธรณี, USGS, สำนักงานตำรวจ หรือสำนักข่าวหลักในพื้นที่เท่านั้น

  • ร่วมกดรายงานโพสต์ (Report): เมื่อพบคลิปที่นำภาพภัยพิบัติเก่ามาสวมรอย ให้ช่วยกันกดรายงานข้อมูลเท็จ (Report Fake News) บนแพลตฟอร์ม Threads เพื่อลดการกระจายข้อมูลที่สร้างความสับสนแก่สังคม

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน