Profile icon

เตือนภัย! นักศึกษา ระวังมิจฉาชีพหลอกโอน “ค่ามัดจำหอพัก” ผ่านโซเชียล

DateClock icon19:19|How to

จองหอพักผ่านโซเชียล ฯ ต้องเช็กให้ดี มิจฉาชีพอาจนำรูปและข้อมูลหอพักจริงมาสร้างเพจปลอม ก่อนหลอกให้โอนค่ามัดจำแล้วหายตัวไป Thai PBS Verify ชวนรู้ทันกลโกงและวิธีตรวจสอบก่อนเสียเงิน

สำหรับนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวเปิดภาคการศึกษา การหาที่พักผ่าน Facebook หรือกลุ่มหาหอใกล้มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในวิธีที่สะดวก เพราะสามารถเปรียบเทียบราคา ทำเล รูปห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกได้จากโทรศัพท์ แต่ความสะดวกนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยง เมื่อมิจฉาชีพนำข้อมูลของหอพักที่มีอยู่จริงมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งรูปห้อง ชื่อสถานที่ รายละเอียดราคา หรือข้อมูลการติดต่อ ก่อนสร้างบัญชีหรือเพจขึ้นมาใหม่ 

กลโกงเริ่มอย่างไร ?

มิจฉาชีพอาจเริ่มจากการนำชื่อ รูปภาพ หรือรายละเอียดของหอพักที่มีอยู่จริงมาใช้สร้างเพจหรือโพสต์ประกาศในโซเชียลมีเดีย เมื่อนักศึกษาที่กำลังหาที่พักพบห้องที่ตรงความต้องการ จึงทักแชตเพื่อสอบถามราคาและห้องว่าง จากนั้นผู้แอบอ้างอาจแจ้งว่ายังมีห้องเหลือ พร้อมเสนอราคาหรือโปรโมชันเพื่อจูงใจ ก่อนขอให้โอน ค่าจอง ค่ามัดจำ หรือค่าใช้จ่ายล่วงหน้า

บางกรณีอาจใช้วิธีเร่งการตัดสินใจ เช่น อ้างว่า “เหลือห้องสุดท้าย” “มีคนกำลังจะโอน” หรือ “ต้องจองภายในวันนี้” เพื่อไม่ให้ผู้หาหอมีเวลาตรวจสอบข้อมูล เมื่อโอนเงินแล้วอาจติดต่อไม่ได้ หรือภายหลังพบว่าไม่มีการจองห้องดังกล่าวอยู่จริง และมิจฉาชีพอาจนำรูปและข้อมูลจากหอพักจริงมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือได้ ดังนั้นราคาถูก ห้องสวย หรือมีภาพสถานที่จริง จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าเพจนั้นเป็นช่องทางของหอพักตัวจริง

5 จุด เช็กเพจก่อนจ่ายค่ามัดจำ

1. เช็กว่าเพจนี้เชื่อมโยงกับหอจริงหรือไม่

อย่าค้นหาเพียงชื่อหอแล้วเลือกเพจแรกที่ปรากฏ แต่ลองค้นหาชื่อหอ + มหาวิทยาลัย หรือชื่อหอ + ที่อยู่ แล้วเปรียบเทียบข้อมูล

ดูว่าเบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ หรือช่องทางติดต่อที่ประกาศในเพจตรงกับข้อมูลจากแหล่งอื่นหรือไม่

หากพบหอจาก Facebook ให้ลองค้นหาชื่อหออีกครั้งใน Google Maps เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย หรือช่องทางทางการอื่น ๆ แล้วใช้ข้อมูลติดต่อจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ติดต่อกลับไป

2. อย่าดูแค่ชื่อเพจ ให้ดูประวัติของเพจด้วย

มิจฉาชีพสามารถตั้งชื่อเพจให้ใกล้เคียงกับของจริงได้ จึงควรดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น

  • เพจสร้างมานานหรือเพิ่งสร้าง
  • มีโพสต์ย้อนหลังหรือไม่
  • เนื้อหาสอดคล้องกันหรือไม่
  • ข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์เปลี่ยนไปมาหรือไม่
  • มีการโพสต์ต่อเนื่องหรือเป็นเพียงโพสต์ห้องพักไม่กี่โพสต์

3. เอารูปห้องไปค้นย้อนกลับ

ถ้ารูปห้องสวยมาก ราคาดี หรือรู้สึกคุ้น ๆ ลองใช้ Google Lens หรือเครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับ หากพบรูปเดียวกันอยู่ในเว็บไซต์หรือเพจอื่น โดยเฉพาะชื่อหอ ที่อยู่ หรือข้อมูลติดต่อไม่ตรงกัน ควรหยุดตรวจสอบก่อน เพราะมิจฉาชีพอาจไม่ได้มีห้องอยู่จริง แต่ใช้ภาพจากหอที่มีอยู่จริงมาเป็นหลักฐานสร้างความน่าเชื่อถือ

4. เช็ก “ชื่อบัญชีรับเงิน” ให้ตรงกับตัวตน

ก่อนโอน ให้ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางว่าเป็นใคร และสอบถามความเกี่ยวข้องกับหอพักให้ชัดเจน อย่าโอนเพียงเพราะอีกฝ่ายส่งเลขบัญชีมาให้ หรือบอกว่าต้องรีบจ่ายเพื่อรักษาห้อง

5. อย่าให้คำว่า “ห้องเหลือห้องเดียว” บังคับให้ตัดสินใจ

คำพูดที่เร่งให้โอน เช่น“มีคนจองต่อแล้ว”, “ถ้าไม่โอนภายในวันนี้จะปล่อยให้คนอื่น”, “จ่ายมัดจำก่อน เดี๋ยวส่งสัญญาให้” ไม่ได้แปลว่าเป็นมิจฉาชีพเสมอไป แต่เป็นเหตุผลที่ควรหยุดตรวจสอบเพิ่ม แทนที่จะรีบโอน หากสามารถไปดูสถานที่จริงได้ ควรไปดูห้องและสอบถามกับผู้ดูแลโดยตรงก่อนจ่ายเงิน

ถ้าโอนไปแล้วพบว่า “โดนหลอก” ต้องทำอย่างไร ?

อย่าลบแชต โพสต์ หรือหลักฐานการโอนเงิน แม้จะติดต่อคู่กรณีไม่ได้แล้วก็ตาม ควรเก็บหลักฐาน เช่น

  • ภาพหน้าเพจและ URL ของเพจ
  • โพสต์ที่ใช้ประกาศห้อง
  • แชตทั้งหมด
  • ชื่อและเลขบัญชีผู้รับเงิน
  • สลิปหรือหลักฐานการโอน
  • เบอร์โทรศัพท์
  • รูปห้องและรายละเอียดที่ผู้ขายส่งมา
  • วันและเวลาที่ติดต่อและโอนเงิน

จากนั้นติดต่อธนาคารโดยเร็วเพื่อแจ้งเหตุและสอบถามแนวทางดำเนินการกับธุรกรรมดังกล่าว และแจ้งเหตุผ่านช่องทางตำรวจไซเบอร์ โดยเว็บไซต์แจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีช่องทางสำหรับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสายด่วน 1441

หากเป็นกรณี เช่าที่พักกับผู้ประกอบการจริง แล้วเกิดปัญหาเรื่องสิทธิหรือสัญญาเช่า สามารถร้องทุกข์กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผ่านระบบร้องทุกข์ออนไลน์หรือสายด่วน 1166 

ที่มา: ร้องทุกข์ ลงป้ายนี้ 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน