ข่าวจริง โพสต์อ้างคนเกิดก่อนปี 2540 ไม่มีสูติบัตรออนไลน์ใน ThaID

ข่าวจริงDateClock icon13:04|สังคมและสุขภาพViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์กล่าวคนที่เกิดปี 2540 ไม่มีสูติบัตรออนไลน์ กรมการปกครองยืนยันเรื่องจริง เหตุจากขณะนั้นยังเป็นการบันทึกข้อมูลในกระดาษ จึงยังไม่สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้มาแสดงในระบบได้

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook 

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า “คนที่เกิดก่อน 2540 จะไม่มี สูติบัตร แบบออนไลน์ในแอปฯ ThaID

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความระบุว่า “คนที่เกิดก่อน 2540 จะไม่มี สูติบัตร แบบออนไลน์ในแอปฯ ThaID

Thai PBS Verify  ตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊ก ชีวิตติดครัว โพสต์ข้อความระบุว่า 

“คนที่เกิดก่อน 2540

จะไม่มี สูติบัตร แบบออนไลน์ในแอพ ThaiD หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ เฒ่า ‼️”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 14,000 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 1,100 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า  3,000 ครั้ง

คนเกิดก่อนปี 2540 ไม่มีสูติบัตรในแอปฯ Thai D จริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify ได้ทดลองใช้บริการแอปฯ ThaID พบว่า  ในไอคอนเอกสาร เมื่อกดสูติบัตร พบว่า ขึ้นข้อความ ไม่พบข้อมูลใบสูติบัตรในระบบแต่อย่างใด  โดยภายในจะมีแค่ข้อมูลบัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรส, ทะเบียนหย่า, บัตรประจำตัวผู้พิการ และใบอนุญาตพกกอาวุธป 

ภาพข้อความของระบบ Thai D ที่ไม่พบใบสูติบัตรสำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2540 

ภาพข้อความของระบบ ThaID ที่ไม่พบใบสูติบัตรสำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2540

ขณะดียวกัน ทาง Thai PBS  Verify ได่ติดต่อสอบถามไปยังกรมการปกครอง ซึ่งชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยประชาชนที่เกิดก่อนปี 2540 จะไม่มีสูติบัตรออนไลน์ ในแอปฯ ThaID เนื่องจากในขณะนั้นยังเป็นการบันทึกข้อมูลในกระดาษ จึงยังไม่สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้มาแสดงในระบบได้ 

ทั้งนี้หากต้องการนำข้อมูลสูติบัตรเข้าสู้แอปพลิเคชัน ThaID  สามารถทำได้ดังนี้

  • ตรวจสอบสถานที่จัดเก็บเอกสาร
  • ทะเบียนบ้านอยู่ที่ไหน: โดยทั่วไปข้อมูลจะอยู่ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ ตามพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านช่วงที่เกิด
  • เกิดที่โรงพยาบาลไหน: หากค้นหาที่เขตหรืออำเภอไม่พบ โรงพยาบาลที่เกิดมักจะมีบันทึกการเกิด (หนังสือรับรองการเกิด – ท.ร.1/1) ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับอำเภอได้
  1. วิธีขอคัดสำเนา (กรณีข้อมูลไม่อยู่ในระบบ)
    จำเป็นต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • สถานที่ติดต่อ: ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตที่มีระบบออนไลน์ (แนะนำให้ไปยังอำเภอที่แจ้งเกิดโดยตรง จะช่วยให้ค้นข้อมูลได้รวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะกรณีต้องค้นจากทะเบียนเล่มเก่า)
  • เอกสารที่ต้องใช้
    • บัตรประชาชนตัวจริง
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือสำเนาสูติบัตรเดิม
  • ขั้นตอนการดำเนินการ
    • แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการ “คัดรับรองสำเนาสูติบัตร”
    • เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลในระบบทะเบียนราษฎร
    • หากไม่พบข้อมูลในระบบ จะดำเนินการค้นหาจากทะเบียนสูติบัตรฉบับเดิมตามปีเกิด
    • เมื่อพบข้อมูลแล้ว จะบันทึกเข้าสู่ระบบ และออกเอกสารแทนสูติบัตร (ท.ร.1/ก) ให้
  1. กรณีไม่พบต้นขั้วจริง ๆ
    หากไม่สามารถค้นหาสูติบัตรเดิมได้ เช่น เอกสารถูกทำลายหรือสูญหาย อาจต้องดำเนินการขอ “หนังสือรับรองการเกิด” แทน โดย
  • ติดต่อโรงพยาบาลที่เกิดเพื่อขอคัดสำเนาประวัติการเกิด
  • ใช้พยานบุคคล เช่น บิดา มารดา หรือญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ ไปยืนยันข้อมูลกับทางอำเภอเพื่อออกเอกสารรับรองแทน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมิจฉาชีพมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนและแนบเนียนมากยิ่งขึ้น ทั้งการติดต่อผ่านโทรศัพท์ ข้อความ หรือสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางไม่ชอบ เช่น การสวมรอยทำธุรกรรมทางการเงิน การเปิดบัญชี หรือการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ควรเปิดเผยแก่ผู้อื่น

  • หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงเลขหลังบัตร
  • รหัสผ่าน รหัส PIN หรือรหัส OTP
  • ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือรายละเอียดบัตรเครดิต
  • วันเดือนปีเกิด และที่อยู่โดยละเอียด
  • ภาพถ่ายเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน

พฤติกรรมที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง

  • การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอข้อมูล
  • การส่งลิงก์ให้กดเพื่อยืนยันตัวตน หรือรับสิทธิประโยชน์
  • การเร่งรัดให้ตัดสินใจ โดยอ้างเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น บัญชีมีปัญหา
  • การใช้บัญชีปลอม หรือแอบอ้างเป็นบุคคลที่รู้จัก

แนวทางการป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ตรวจสอบตัวตนของผู้ติดต่อทุกครั้ง โดยใช้ช่องทางทางการของหน่วยงานนั้น
  • ไม่กดลิงก์หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • ตั้งรหัสผ่านที่มีความปลอดภัย และเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA)

กรณีเผลอเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ควรรีบติดต่อธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีสำคัญ และแจ้งเหตุผ่านช่องทางรับแจ้งภัยออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ทดลองเป็นผู้ใช้บริการ : Thai PBS Verify ทดลองใช้บริการแอปฯ ThaID ขึ้นข้อความปรากฏว่า  ไม่พบข้อมูลใบสูติบัตรในระบบ
  2. ตรวจสอบแหล่งข่าวกรมการปกครอง : Thai PBS Verify ได้ติตต่อสอบถามไปยัง กรมการปกครอง ชี้แจงว่า  คนที่เกิดก่อนปี 2540 จะไม่มีสูติบัตรออนไลน์ ในแอปฯ ThaID เนื่องจากเป็นการบันทึกจากกระดาษ
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน