อินเดียอ่วมน้ำท่วมหนัก เสียชีวิตกว่า 50 คน
สถานการณ์มรสุมพัดถล่มในรัฐอุตตรประเทศของอินเดียกำลังวิกฤต หลังเผชิญฝนตกหนักผิดปกติจนปริมาณฝนสะสมสูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่า ส่งผลให้แม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ บ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนกว่า 240 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 56 คน ในช่วงเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา
สัญจรสุดลำบาก ฝ่าน้ำท่วมขังและฝนตกไม่ขาดสาย
บนถนนหลายสายในรัฐอุตตรประเทศ ผู้ใช้รถใช้ถนนจำต้องขับยานพาหนะฝ่าน้ำที่ยังคงท่วมสูงอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถสามล้อและรถจักรยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
สภาวะเครื่องยนต์ดับทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บางส่วนไม่มีทางเลือก นอกจากต้องลงเดินเข็นรถของตัวเองฝ่าน้ำขัง ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง กระทบการใช้ชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่อย่างหนัก
เหตุน้ำท่วมใหญ่ทำดับสังเวยแล้ว 56 ศพ บ้านเรือนเสียหายพังยับ
ทางการรัฐอุตตรประเทศ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักผิดปกติทำให้แม่น้ำหลายสายเอ่อล้นตลิ่งจนเกิดน้ำท่วมขยายวงกว้าง โดยความรุนแรงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 56 คน ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
ด้านความเสียหายต่อทรัพย์สิน ทางการระบุว่ามีบ้านเรือนเสียหายอย่างน้อย 117 หลัง ขณะที่หน่วยงานบรรเทาทุกข์ระบุว่า ปริมาณบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักในวงกว้างครั้งนี้มีมากกว่า 1,000 หลังแล้ว
ฝนสะสมพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย พิษหย่อมความกดอากาศต่ำ
รัฐอุตตรประเทศถือเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในอินเดียด้วยจำนวนมากกว่า 240 ล้านคน ซึ่งมักเผชิญฝนตกหนักและพายุฝนฟ้าคะนองเป็นประจำในช่วงมรสุมระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน
ทว่าข้อมูลจากทางการระบุว่า ตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 66.5 มิลลิเมตร ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติของช่วงเวลาเดียวกันซึ่งอยู่ที่เพียง 7.6 มิลลิเมตร โดยมีปัจจัยหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำเหนืออ่าวเบงกอลที่เคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน
เร่งกู้ภัยแจกของช่วยเหลือ เตือนสภาพอากาศสุดขั้วถี่ขึ้น
ขณะนี้ทางการอินเดียกำลังเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการกู้ภัยในพื้นที่น้ำท่วม พร้อมแจกจ่ายความช่วยเหลือ และดำเนินการประเมินความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเตรียมชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาระบุเตือนว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ฝนตกหนักและพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงบ่อยครั้งและทรงพลังมากขึ้นในอนาคต




























































