อินเดียตอนเหนือเผชิญน้ำท่วมขัง
สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ทางตอนเหนือของอินเดียยังคงน่าเป็นห่วง รัฐพิหารเผชิญน้ำจากแม่น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรถูกตัดขาด ซึ่งเป็นผลพวงจากฝนตกหนักในเนปาล
ขณะที่รัฐอุตตรประเทศเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 คน ทางการสั่งปิดสถานศึกษา พร้อมเร่งอพยพประชาชนนับแสนคน
รัฐพิหารจมอ่วม! แม่น้ำทะลักตัดขาดเส้นทาง หลังเนปาลเร่งเปิดประตูระบายน้ำ
ชาวบ้านในรัฐพิหาร ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย จำต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขัง หลังมวลน้ำจากแม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมจนถูกตัดขาด ส่งผลให้ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำระดับเข่าและเข็นยานพาหนะเดินทางด้วยความยากลำบาก
เหตุการณ์นี้เป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักสะสมในประเทศเนปาล ทำให้น้ำในแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสาขา โดยเฉพาะแม่น้ำกัณฑักที่มีต้นกำเนิดในเนปาล เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทางการต้องเปิดประตูระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐพิหารอย่างรวดเร็ว
อุตตรประเทศสังเวยแล้ว 62 ศพ สั่งปิดโรงเรียนเมืองหลวง-เตือนเลี่ยงเดินทาง
ขณะเดียวกันที่รัฐอุตตรประเทศ ประชาชนในหลายพื้นที่ยังคงเผชิญน้ำท่วมสูงอันเป็นผลมาจากพายุและฝนที่ตกหนักยาวนานถึง 60 ชั่วโมง ความรุนแรงส่งผลให้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 คน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 1,000 หลัง
ทางการท้องถิ่นได้ประกาศสั่งปิดสถานศึกษาในหลายพื้นที่ รวมถึงเมืองลัคเนา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ พร้อมทั้งออกคำเตือนแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และให้อยู่ห่างจากแม่น้ำรวมถึงบริเวณที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว
โอริสสาอพยพประชาชน 7 หมื่นชีวิต คาดฝนเริ่มซาหลังพายุอ่อนกำลัง
ความเดือดร้อนยังขยายวงกว้างไปยังรัฐโอริสสาที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วมากกว่า 75,000 คน เพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ประจำหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาในภูมิภาคคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงตั้งแต่วันนี้ (29 ก.ย. 69) เป็นต้นไป เนื่องจากพายุบริเวณอ่าวเบงกอลอ่อนกำลังลงแล้ว แต่อาจยังมีฝนตกเล็กน้อยในบางพื้นที่ของรัฐอุตตรประเทศจนถึงวันนี้




























































