ชาวปทุมธานีเผชิญปัญหาน้ำท่วมขัง
ผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 24-27 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้พื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยเฉพาะ อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา ยังมีน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง ข้าวของเครื่องใช้เสียหายหนัก การเดินทางเข้า-ออกชุมชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ขณะที่กลุ่มจิตอาสาและเทศบาลเมืองลำสามแก้วได้เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ท่ามกลางความท้าทายในการดูแลประชากรในพื้นที่ที่มีมากกว่า 60,000 คน
พิษ "เรนบอมบ์" ทำน้ำท่วมยืดเยื้อ ปทุมธานีจมอ่วม 2 อำเภอ
แม้สายฝนจะหยุดตกลงมาแล้ว แต่ผลกระทบจากปรากฏการณ์ฝนตกหนักสะสมอย่างรุนแรงหรือ "เรนบอมบ์" ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ยังคงสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับชาว จ.ปทุมธานี
โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา ที่ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการสัญจรไปมาและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่
นางศศิประภา อาจทนอง ชาวบ้านหมู่บ้านพูนผล ต.ลำสามแก้ว อ.ลำลูกกา เล่าถึงความเสียหายภายในบ้านว่า มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนอย่างรวดเร็วเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ขณะที่ตนและสามีออกไปทำงาน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไม่มีโอกาสเก็บขนของขึ้นที่สูง ข้าวของเครื่องใช้ลอยน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้าและตัวบ้านได้รับความเสียหายหนัก ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลหลังน้ำท่วมยืดเยื้อ คือ อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ยากันยุง และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็น ประกอบกับชุมชนอยู่ห่างถนนหลัก 1-2 กิโลเมตร ทำให้การออกไปซื้อของเป็นไปได้ยากลำบาก
จากวิกฤตน้ำท่วมขังในชุมชน นายสมประสงค์ ทัศนพยัคฆ์เสือ ชาวบ้านในพื้นที่ จำเป็นต้องนำเรือที่เคยได้รับบริจาคไว้ตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กลับมาพายสัญจรแทนการเดินลุยน้ำ
ขณะเดียวกัน กลุ่มจิตอาสานำโดย นายปวริศร์ ป้อมสิงห์ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่และประสบภัยเช่นกัน ได้ลงพื้นที่ทำอาหารและนำเครื่องดื่มออกแจกจ่ายตามบ้านเรือนอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่คนในชุมชน
ชาวบ้านสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า การช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ยังเข้าไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะอาหารและของใช้จำเป็นในความรับผิดชอบของ ต.ลำสามแก้ว
ด้าน นายธีราทัต ส่องแสง นายกเทศมนตรีเมืองลำสามแก้ว เปิดเผยว่า เทศบาลได้เร่งจัดหาอาหารและเครื่องดื่มประมาณ 10,000 ชุดต่อวัน เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน แต่ยอมรับว่าอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึงทั้งหมด เนื่องจากในพื้นที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 60,000 คน
นายธีราทัตเผยถึงแผนรับมือว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำรวจและเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานกรมชลประทาน และ ปภ. เพื่อเตรียมยกระดับแผนรวมถึงการอพยพประชาชนหากจำเป็น
ส่วนการระบายน้ำออกจากชุมชนยอมรับว่าทำได้ยาก เนื่องจากคลองสายหลัก ทั้งคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองหกวาสายล่าง และคลองซอยต่าง ๆ มีระดับน้ำสูงและล้นตลิ่ง ทำให้ไม่สามารถพร่องน้ำออกจากชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถนนพหลโยธินใต้ยกระดับท่วมสูง 80 ซม. รถเล็กสัญจรไม่ได้
สำหรับสถานการณ์บนถนนสายหลัก บริเวณแยกลำลูกกาตัดถนนพหลโยธิน พบระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเริ่มกระทบการจราจร รถขนาดเล็กเสี่ยงได้รับความเสียหายและทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า
ขณะที่ถนนพหลโยธินขาออก บริเวณหน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ปริมาณรถหนาแน่นติดขัดหนัก เนื่องจากมีน้ำท่วมขังสูงบริเวณใต้ทางยกระดับมุ่งหน้าถนนพหลโยธินขาออก ลึกกว่า 80 เซนติเมตร จนไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้
ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ แนะชาวบ้านถ่ายรูปบ้านยื่นขอเยียวยา
จากการลงสำรวจพื้นที่ชุมชนที่อยู่ติดกัน ทั้งเทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว และเทศบาลตำบลลำลูกกา ขณะนี้ทั้งหมดได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ให้ถ่ายภาพความเสียหายภายในบ้านเรือนของตนเองไว้ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอรับเงินเยียวยาจากทางราชการหลังจากน้ำลดลงต่อไป




























































