ต้นทุนอาหารพุ่ง กระทบเงินเฟ้อ
สรุปประเด็นสำคัญ
- เมนูฮิตขึ้นราคา: อาหารจานด่วน 7 เมนูยอดนิยม เตรียมปรับราคาขึ้นอีก 10 บาทต่อจาน
- วิกฤตวัตถุดิบ: ต้นทุนหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างหนัก โดยเฉพาะเนื้อหมูและกระเทียม
- ตัวเลขเงินเฟ้อ: สนค. เผยอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคม 2569 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.79%
- ความกังวลของผู้บริโภค: ประชาชนกังวลว่าหากโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" สิ้นสุดลง จะส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพอย่างหนัก
ต้นทุนพุ่ง! อาหารจานด่วน 7 เมนูยอดนิยม จ่อปรับราคาขึ้น 10 บาท
จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานและต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเครื่องปรุงและบรรจุภัณฑ์ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาอาหารจานด่วน จากการสำรวจของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่ามีอาหารจานด่วนยอดนิยม 7 เมนู ได้แก่ ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว, ราดหน้า, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว และข้าวกะเพรา เริ่มทยอยปรับราคาขึ้นจากเดิมเฉลี่ย 40-50 บาท ขยับเป็น 50-60 บาทต่อจานแล้ว
ทางด้านแม่ค้าร้านข้าวราดแกงระบุว่า มีความจำเป็นต้องปรับราคาอาหารเช่นกัน โดยข้าวราดแกง 2 อย่าง ปรับจาก 50 บาท เป็น 55-60 บาทต่อกล่อง หรือบางร้านต้องใช้วิธีลดปริมาณลงเพื่อไม่ให้ต้องขึ้นราคามากเกินไป อย่างไรก็ตาม ร้านอาหารตามสั่งบางแห่ง เช่น ในย่านหลักสี่ ยังคงพยายามตรึงราคาข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาวไว้ที่ 50 บาทต่อจาน แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นก็ตาม เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงและมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่หากต้นทุนยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อไป ก็อาจจำเป็นต้องปรับราคาในอนาคต
อัปเดตราคาวัตถุดิบ: หมู-กระเทียม พาเหรดขึ้นราคา
จากการลงพื้นที่สำรวจตลาดสด พบว่าราคาวัตถุดิบหลายรายการปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกระเทียมที่ปรับเพิ่มขึ้น 15 บาทต่อกิโลกรัม และเนื้อหมูที่ปรับขึ้น 16 บาทต่อกิโลกรัม
ผู้บริโภคต่างยอมรับว่า ปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้นทั้งราคาน้ำมันและอาหาร แม้ขณะนี้จะมีโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เข้ามาช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้ชั่วคราว แต่หลายฝ่ายก็ยังกังวลว่าเมื่อโครงการสิ้นสุดลง ภาระค่าครองชีพจะยิ่งหนักขึ้น
สนค. เผยเงินเฟ้อ พ.ค. 69 ขยับ 2.79% ส่อแววแพงยาว
สนค. ได้รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 2.79% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 0.17% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาอาหารสำเร็จรูปที่แพงขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในวิกฤตครั้งนี้ คือ ธรรมชาติของราคาอาหาร เมื่อมีการปรับราคาขึ้นแล้ว มักจะปรับลดลงได้ยาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาวอย่างแน่นอน ทั้งนี้ สนค. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก แต่ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปีจะยังคงอยู่ในกรอบ 1-3%
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิกฤตราคาอาหารและเงินเฟ้อ
Q: อาหารจานด่วน 7 เมนูที่จ่อปรับราคาขึ้นมีอะไรบ้าง ?
A: เมนูยอดนิยม 7 ชนิด ได้แก่ ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว, ราดหน้า, ข้าวหมูแดง, ข้าวมันไก่, ส้มตำ, ก๋วยเตี๋ยว และข้าวกะเพรา โดยเตรียมทยอยปรับขึ้นเฉลี่ย 10 บาทต่อจาน
Q: สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาอาหารตามสั่งและข้าวแกงแพงขึ้นคืออะไร ?
A: เกิดจากวิกฤตพลังงานที่ทำให้ต้นทุนต่าง ๆ สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องปรุง และบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะกระเทียมที่ปรับขึ้น 15 บาท/กก. และเนื้อหมูที่ปรับขึ้น 16 บาท/กก. ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
Q: อัตราเงินเฟ้อของไทยล่าสุดอยู่ที่เท่าไหร่ ?
A: อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 2.79% (เพิ่มขึ้น 0.17% จากเดือนเมษายน) และทาง สนค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในเดือนมิถุนายน แต่ภาพรวมทั้งปียังคงอยู่ในกรอบ 1-3%
Q: โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้อย่างไร ?
A: โครงการฯ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นกำลังซื้อได้ชั่วคราว แต่ผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้ายังคงมีความกังวลว่า หากโครงการนี้สิ้นสุดลง ค่าครองชีพและราคาอาหารจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป เนื่องจากราคาอาหารมักปรับลดลงได้ยาก


























































