พาคุณผู้ชมไปรู้จักกับปลาแรดอุทัยธานี สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นปลาแรดที่อร่อยที่สุดในโลก จากลุ่มน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี พร้อมเรื่องราวสู้ชีวิตของคุณแม่วันเพ็ญ ที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด้วยการเลี้ยงปลาอย่างยั่งยืน
ปลาแรด เป็นปลาน้ำจืดที่มีลักษณะเด่นคือมีเกล็ดหนา และมีโหนกหัวที่เรียกว่า "นอ" เมื่อปลาเติบโตเต็มที่ โหนกส่วนนี้จะค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นคล้ายกับนอของแรด จึงเป็นที่มาของชื่อ "ปลาแรด" ที่ชาวบ้านเรียกกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย
นอกจากนี้ยังมีอีกความหมายหนึ่งที่ชาวอุทัยธานีใช้กันคือ "แรดมาก" หรือ "ดีเยี่ยมมาก" เพราะเนื้อปลาที่นี่มีคุณภาพเป็นเลิศจริง ๆ โดยเฉพาะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง
กลุ่มเลี้ยงปลาแรดจังหวัดอุทัยธานีได้รับการรับรอง GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ซึ่งเป็นการรับรองว่าปลาจากพื้นที่นี้มีคุณภาพและอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากปลาแรดที่อื่น ความพิเศษของปลาแรดอุทัยธานี มาจากหลายปัจจัย:
คุณแม่วันเพ็ญ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชุมชน หลังจากที่เธอได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน แม้ตอนแรกจะถูกมองว่า "เลือกควายเข้าอำเภอ" แต่เธอก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการนำพาชุมชนสู่ความยั่งยืน
ปัญหาหลักที่คุณแม่เจอคือ ชาวบ้านไม่มีรายได้แน่นอน พึ่งพาแต่การหาปลาในแม่น้ำ ถ้าวันไหนหาไม่ได้ก็ไม่มีรายได้ เธอจึงเริ่มจากการทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 6 ไร่ เป็นต้นแบบให้ชาวบ้าน แต่แล้วปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทุกปีก็ทำให้เกษตรล้มเหลว จากจุดนี้เองที่คุณแม่หันมาสนใจการเลี้ยงปลาแรดในกระชัง เพราะกระชังสามารถลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วมเหมือนการเลี้ยงปลาในบ่อดิน
คุณแม่วันเพ็ญเริ่มรวมกลุ่มสมาชิก 15 คน ระดมหุ้นรวมกัน 4,000 บาท เป็นเงินหุ้นเริ่มต้น จากนั้นก็ขอสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อสร้างกระชัง เมื่อเห็นความมุ่งมั่นจริงจัง ภาครัฐจึงให้การสนับสนุน ปัจจุบันกลุ่มเลี้ยงปลามีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 75 ราย จากเงินหุ้นเพียง 4,000 บาท ตอนนี้กลุ่มมีเงินมากกว่าล้านบาท ใช้ปล่อยกู้ให้สมาชิกที่ต้องการเงินทุน โดยไม่ต้องไปกู้นอกระบบ
ก้าวสำคัญคือการได้รับการรับรอง GI ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย คุณแม่ใช้เวลาถึง3 ปี ในการทำเอกสารหนาเป็นเล่ม กระทั่งได้เชิญอธิบดีกรมฯ มาดูกระชังด้วยตัวเอง และเปรียบเทียบปลาแรดจากกระชังกับปลาจากบ่อดิน ผลปรากฏว่า ปลาแรดจากกระชังมีเกล็ดหนาจริง ขอดยาก เนื้อแน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ในวันที่ทดสอบนั้นเอง อธิบดีก็ให้การรับรอง GI แก่ปลาแรดอุทัยธานีทันที
ปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อปลาโดยตรงคือน้ำเน่าเสีย มาจากน้ำเสียจากแหล่งต่าง ๆ และสิ่งปฏิกูลจากชาวบ้านริมแม่น้ำ เมื่อน้ำเน่าเสียปลาจะขาดออกซิเจน ไม่กินอาหาร หรือลอยหัวหายใจที่ผิวน้ำ
วิธีแก้ไข - ใช้ พด.6 ผสมกับกากน้ำตาล ในอัตราส่วน พด.6 2 ซอง : กากน้ำตาล 1 ขวด ใส่น้ำครึ่งถังแล้วหมักทิ้งไว้ 10 วัน เมื่อจะใช้ตักหนึ่งแก้วผสมน้ำ 20 ลิตร แล้วสาดใส่กระชัง สารละลายนี้ยังช่วยดับกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ได้ด้วย
สำหรับปัญหาน้ำท่วม กระชังเลี้ยงปลาสามารถลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ดีกว่าบ่อดินที่จมหายไปเลย แต่ต้องระวังกระชังขาดเพราะน้ำไหลแรง จึงต้องตรวจสอบสภาพกระชังเป็นประจำ
ช่วงแรกคุณแม่วันเพ็ญเจอปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา ปลาตัวเล็กเกินก็ถูก ใหญ่เกินก็ถูก ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 80 บาท ต้องได้ขนาดระหว่าง 1 - 1.8 กิโลเท่านั้น คุณแม่จึงตัดสินใจเปิดตลาดเอง ไปขายที่ตลาดเช้า โดยกำหนดราคาเองได้ เมื่อได้ GI ลูกค้าที่มาลองซื้อปลาแรดจะรู้สึกว่าอร่อยจริง ไม่มีกลิ่นสาบโคลนจริง จึงกลับมาซื้อซ้ำอีก สร้างฐานลูกค้าประจำได้มากมาย
กลุ่มแม่วันเพ็ญไม่ได้แค่ขายปลาสด แต่ยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย:
ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีรายได้มั่นคง เมื่อจับปลาแรดขายยกกระชังได้หลายหมื่นบาท ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น คนแก่คนเฒ่าในชุมชนมีรายได้เลี้ยงตัวเอง คุณแม่วันเพ็ญมักจะบอกลูกกลุ่มว่า "มีปัญหาอะไรบอกเลย อย่าวิ่งหนี คำว่าแก้ไม่ได้ไม่มี" สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ความยั่งยืนมาจากแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ไม่เคยแล้งขาดน้ำ วิธีการเลี้ยงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือความมุ่งมั่นของคนในชุมชนที่ทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง คุณแม่กล่าวว่า "มีความสุขกับการทำอาชีพนี้ เย็นก็ลงไปนั่งเลี้ยงปลา มองดูปลา ไม่เหนื่อยเหมือนแบกหาม ไปตลาดก็ได้เจอผู้คนหลากหลาย มีความสุข ได้เงิน สิ่งแวดล้อมดี ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ภูมิใจที่ทำได้ถึงขนาดนี้"
ทุกเมนูจะมีลักษณะเด่นคือเนื้อแน่น นุ่ม หวานตามธรรมชาติ และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ที่สำคัญคือไส้ไม่ทิ้ง สามารถเอาไปทำน้ำหมักหมักเป็นอาหารปลาได้
ปลาแรดอุทัยธานี ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปลาชนิดหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จากกลุ่มเล็กๆ 15 คน ด้วยเงินหุ้นเพียง 4,000 บาท วันนี้กลายเป็นกลุ่มใหญ่ 75 คน มีเงินทุนมากกว่าล้านบาท และที่สำคัญคือการได้รับตรา GI ปลาแรดอุทัยธานี ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพระดับสากลว่าเป็นปลาแรดที่อร่อยที่สุดในโลก
ทุกวันนี้คุณแม่วันเพ็ญยังคงตื่น 02.00 น. ขับเรือเพื่อนำปลาสดๆ ไปขายที่ตลาด ไม่ใช่เพราะต้องทำ แต่เพราะรักและภูมิใจในสิ่งที่ทำ และต้องการเห็นชุมชนของเธอยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน หากคุณมีโอกาสไปเยือนจังหวัดอุทัยธานี อย่าลืมแวะชิมปลาสดๆ จากกระชังริมแม่น้ำสะแกกรัง เพื่อสัมผัสกับรสชาติของเนื้อปลาที่แน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ที่สำคัญคือคุณจะได้สัมผัสกับความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นของคนในชุมชนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ปลาแรดไม่ใช่แค่ปลา แต่คือความหวัง ความยั่งยืน และอนาคตของชุมชนบ้านโรงน้ำแข็ง จังหวัดอุทัยธานี
ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
มหาอำนาจบ้านนา
เกษตรรวยเบ็ดเสร็จ 7 ชั่วโคตร
กุ้งขาวแวนนาไม สไตล์ Gen Z เลี้ยงด้วยเทคโนโลยี คุณภาพดีรับประกัน
สูตรลับฉบับบ้านนา : อาหารกุ้งขาว กินแล้วว้าว
เกษตรวัยเกษียณ บทเรียนนอกหลักสูตร
ปลาทับทิมกลางเขื่อน อร่อยนุ่มลิ้นไร้กลิ่นคาว
ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักเหนาะอร่อยเหาะจังฮู้
ขมิ้นสุราษฎร์ฯ สมุนไพรพื้นบ้าน สู่ความต้องการของโลก
กาแฟขี้ชะมด ต้องลองซดสักครั้งในชีวิต
ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง อร่อยจึ้งไม่ขื่นขม
เซียนท้อพลิกชีวิต ปลูกง่ายไม่ง้อเซียน
Smart Farm สไตล์ฝรั่งหัวใจไทย
พลับช็อกโกแลต ผลไม้แปลก อร่อยจริงไม่จกตา
ปลาแรดเมืองอุทัย แรดแน่ ๆ แค่ได้ลอง
มหาอำนาจบ้านนา
เกษตรรวยเบ็ดเสร็จ 7 ชั่วโคตร
กุ้งขาวแวนนาไม สไตล์ Gen Z เลี้ยงด้วยเทคโนโลยี คุณภาพดีรับประกัน
สูตรลับฉบับบ้านนา : อาหารกุ้งขาว กินแล้วว้าว
เกษตรวัยเกษียณ บทเรียนนอกหลักสูตร
ปลาทับทิมกลางเขื่อน อร่อยนุ่มลิ้นไร้กลิ่นคาว
ยอดมะม่วงหิมพานต์ ผักเหนาะอร่อยเหาะจังฮู้
ขมิ้นสุราษฎร์ฯ สมุนไพรพื้นบ้าน สู่ความต้องการของโลก
กาแฟขี้ชะมด ต้องลองซดสักครั้งในชีวิต
ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง อร่อยจึ้งไม่ขื่นขม
เซียนท้อพลิกชีวิต ปลูกง่ายไม่ง้อเซียน
Smart Farm สไตล์ฝรั่งหัวใจไทย
พลับช็อกโกแลต ผลไม้แปลก อร่อยจริงไม่จกตา
ปลาแรดเมืองอุทัย แรดแน่ ๆ แค่ได้ลอง