วันนี้ (4 พ.ย.2569) ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา 2026 อย่างไม่เป็นทางการชี้ชัด พรรครีพับลิกันต้องสูญเสียเสียงข้างมากให้กับพรรคเดโมแครต แต่สำหรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว คำว่า "พ่ายแพ้" ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมทางการเมืองของเขา
ล่าสุด ทรัมป์ได้ตอบโต้ความพ่ายแพ้ด้วยการแสดงท่าทีไม่ยอมจำนนอย่างชัดเจน เริ่มจากการโพสต์รูปภาพหมวกสีแดงปักข้อความว่า "VETO" บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อช่วง 23.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือ 11.40 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยไร้แคปชันใด ๆ
ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองถึงฝ่ายตรงข้ามว่า เขาไม่สนใจว่าสภาคองเกรสจะเปลี่ยนเป็นของพรรคใด เพราะอำนาจเด็ดขาดในการยับยั้งกฎหมายและการปกครองประเทศยังคงอยู่ในมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ทรัมป์" ส่งสัญญาณ VETO สกัดเดโมแครต หลังพ่ายเลือกตั้งกลางเทอม
ท่าทีดังกล่าว ยังได้รับการตอกย้ำผ่านการสัมภาษณ์พิเศษทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว CBS News ก่อนปิดหีบเลือกตั้ง ซึ่งทรัมป์ปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ของพรรครีพับลิกันอย่างสิ้นเชิง เขาระบุบน Truth Social อย่างดุเดือดว่า "ตัวเขาไม่ได้มีชื่ออยู่บนบัตรเลือกตั้ง และถ้าหากเขาลงสมัครด้วย พรรครีพับลิกันจะต้องชนะอย่างถล่มทลายแน่นอน"
นอกจากนี้ เขายังปัดตกข้อกังวลเรื่องการสูญเสียดุลอำนาจในสภา โดยอ้างว่าเขายินดีและพร้อมอย่างยิ่งที่จะรับฉายา "Mr. Veto" เพื่อใช้อำนาจยับยั้งกฎหมายทุกฉบับที่พรรคเดโมแครตพยายามผลักดัน โดยเชื่อมั่นว่าการใช้อำนาจวีโต้ จะบล็อกงานสภาฯ ไป 1-2 เดือน จะบีบให้ฝ่ายตรงข้ามที่เขามองว่าไม่มีทางเลือก ต้องยอมสยบและเดินเข้ามาขอเจรจาตกลงกับเขาเอง
นอกจากจะไม่ยอมรับผลลบทางการเมืองแล้ว ทรัมป์ยังแสดงความท้าทายต่อระบบตรวจสอบของรัฐสภา โดยอ้างอิงถึงคำตัดสินของศาลฎีกาด้วยมติ 6 ต่อ 3 ในคดี Trump v. Slaughter จากช่วงต้นปี
เขามองว่าเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ที่มอบ "อำนาจมหาศาล" ให้ฝ่ายบริหารสามารถปลดเจ้าหน้าที่และเข้าควบคุมองค์กรอิสระ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลกลางได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่ต้องแคร์ว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา จะมีพรรคใดถือเสียงข้างมากก็ตาม
ซึ่งขณะนี้ทีมงานระดับสูงในทำเนียบขาวอย่าง สตีเฟน มิลเลอร์ และ รัสเซลล์ วอต ได้เตรียมแผนใช้อำนาจสั่งการบริหารลัดขั้นตอนสภาฯ เพื่อเดินหน้านโยบายการค้า การควบคุมพรมแดน และ การบริหารประเทศ ตามวาระของทรัมป์ต่อไป โดยไม่สนคำทัดทาน
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังคงยกตนเองเป็นศูนย์กลางของความสำเร็จ โดยอ้างว่าการเดินสายหาเสียงถึง 33 ครั้งใน 29 วันของเขานั้น คือสิ่งที่กอบกู้พรรครีพับลิกันไม่ให้พังทลายจากกระแส "คลื่นสีน้ำเงิน" (Blue Wave) ตามที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้ และยืนยันคำเดิมว่า "เราจะไม่ขายหน้าอย่างแน่นอน"
พร้อมทั้งเบี่ยงเบนประเด็น ไปพูดถึงผลงานการปรับปรุงภูมิทัศน์และบูรณะทำเนียบขาวที่เขาภาคภูมิใจ และกล่าวถึงอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ว่าปล่อยให้ทำเนียบขาวทรุดโทรม
สิ่งเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมทางการเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของทรัมป์ นั่นคือการไม่ยอมรับความผิดพลาด ปฏิเสธความพ่ายแพ้ และพร้อมจะเปลี่ยนทุกสถานการณ์ให้กลายเป็นเวทีแสดงอำนาจของตนเองเสมอ
อ่านข่าว :
กมธ.กฎหมายปะทะคารม “สส.ภูมิใจไทย” ซัด “รังสิมันต์” รวบอำนาจ
ปภ.เร่งเยียวยานักกอล์ฟเยาวชนถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยพิบัติ 2 ล้าน
ผบช.ก.ย้ำยึดหลักฐานทางบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" เอาผิดบุคคลรู้เห็น ยันไร้ทหารเรือเกี่ยวข้อง
