วันนี้ (4 พ.ย.2569) นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2569 ว่า มี 2 ฉากทัศน์สำคัญ ได้แก่ พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา หรือครองเสียงข้างมากเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรครีพับลิกันยังรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภา ประเมินว่าเดโมแครตมีโอกาสชนะทั้ง 2 สภาอยู่ที่ 65% และอีกฉากทัศน์มีโอกาส 35%
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
สำหรับผลคาดการณ์ช่วงปิดหีบเลือกตั้ง วันที่ 4 พ.ย. 2569 ตามเวลาไทย สำนักวิเคราะห์หลายแห่งประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้งในสภาผู้แทนราษฎร แต่ผลในวุฒิสภายังสูสี โดย Decision Desk HQ คาดว่าพรรคเดโมแครตจะได้ 241 ที่นั่ง ส่วนพรรครีพับลิกัน 194 ที่นั่ง ขณะที่ The Economist คาดเดโมแครต 234 ที่นั่ง และรีพับลิกัน 201 ที่นั่ง
หากเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา จะทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญข้อจำกัดในการบริหารประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการต่อรองงบประมาณและการผลักดันกฎหมายใหม่ รวมถึงเพิ่มอำนาจของสภาคองเกรสในการจำกัดการใช้กำลังทางทหารในอิหร่าน และผลักดันกฎหมายจำกัดอำนาจประธานาธิบดีในการขึ้นภาษีนำเข้า ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางสงครามและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
“เดโมแครต” ยึด 2 สภาคองเกรส กดดัน “ทรัมป์” ทบทวนสงคราม-ภาษี
ทั้งนี้ หากการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้า และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาคล่องตัว ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อาจลดลง 9.7% จาก 103.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลือ 93.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหากต้นทุนที่ลดลงส่งผ่านไปยังราคาน้ำมันขายปลีกในไทย ทำให้ราคาลดลง 3-5% จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยต่ำกว่ากรณีฐานประมาณ 0.15-0.25 %
ขณะเดียวกัน สินค้าไทยที่เผชิญภาษีนำเข้าตามมาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 12.5% มีโอกาสปรับลดเหลือ 10% หากเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา และอาจช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ส่งออกไทย รวมถึงเปิดทางให้ไทยมีโอกาสไม่ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากเดโมแครตได้เพียงเสียงข้างมากในสภาล่าง แต่รีพับลิกันยังคุมวุฒิสภา คาดว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวที่ระดับ 103.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ภาษีนำเข้าคงเดิม และเงินเฟ้อไทยไม่เปลี่ยนแปลง
“เดโมแครต” ยึด 2 สภาคองเกรส กดดัน “ทรัมป์” ทบทวนสงคราม-ภาษี
สำหรับข้อเสนอแนะต่อไทย ควรเร่งเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อขอลดภาษีมาตรา 301 จาก 12.5% เหลือ 10% พร้อมขอทบทวนภาษีเป็นรายสินค้า เตรียมข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับแหล่งกำเนิดวัตถุดิบและหลักฐานด้านแรงงานให้พร้อม รวมถึงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนรักษาตลาดสหรัฐฯ และกระจายตลาดส่งออก เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของนโยบายการค้าโลก
อ่านข่าว:
“กกร.”ปรับGDP ปีนี้โต 2.4-2.6% จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
"ทองคำ" ขาลง จับตาปัจจัยเสี่ยง "เลือกตั้งสหรัฐฯ" จุดชนวนสงคราม ลุ้นจ้างงานศุกร์นี้
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ม.หอการค้าฯ ชี้ เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจโลก
