ปธ.สภาฯ วางกรอบ กมธ. 35 คณะ - ห้าม ปธ.กมธ.ใช้อำนาจฝ่ายเดียวบรรจุวาระ

การเมือง
19:40
จำนวนผู้ชม 59
Thai PBS
ปธ.สภาฯ วางกรอบ กมธ. 35 คณะ - ห้าม ปธ.กมธ.ใช้อำนาจฝ่ายเดียวบรรจุวาระ

วันนี้ (2 พ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ได้ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร กับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เมื่อวันพุธที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

บัดนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงขอให้ท่านแจ้งเวียนแนวทางดังกล่าวให้บุคลากรในสังกัดทราบ พร้อมทั้งซักซ้อมความเข้าใจและถือปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง และแจ้งให้คณะกรรมาธิการทราบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการดังกล่าวด้วย โดยมีแนวทาง ดังนี้

1. การตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการสามัญ

1.1 หลักการ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ90 วรรคหนึ่ง กล่าวคือ จะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร และหน้าที่และอำนาจตามที่ระบุไว้ในการตั้งคณะกรรมาธิการ

ซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ตามตัวอักษรควบคู่กับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ประกอบกับสาระสำคัญของเรื่องที่พิจารณา โดยมิอาจตีความขยายขอบเขตอำนาจจนซ้ำซ้อนกับหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการอื่นได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการก้าวล่วงหรือก้าวก่ายหน้าที่ และอำนาจระหว่างกันของคณะกรรมาธิการ

1.2 เรื่องเกี่ยวข้องกัน กรณีเรื่องพิจารณาใดของคณะกรรมาธิการตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป กล่าวคือ สาระสำคัญของเรื่องพิจารณาเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่และอำนาจตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป และเข้าลักษณะ "เรื่องเกี่ยวข้องกัน" ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 90 วรรค 4 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 โดยมีขั้นตอนและวิธีดำเนินการ

1) เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและรายงานเรื่อง พิจารณาของคณะกรรมาธิการพร้อมความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร

2) ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและมีดำริสั่งการเป็น 2 ประการ คือ (1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องยุติการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวก่อน (ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรฯ ข้อ 5) (2) กำหนดนัดประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภากับประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ (ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรฯ ข้อ 5)

(3) การประชุมร่วมระหว่างประธานสภากับประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ อาจตกลงวิธีดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรฯ ข้อ 6)

(3.1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันดำเนินการ โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธานดำเนินการ หากไม่อาจตกลงกันได้ให้ประธานสภาเป็นผู้กำหนด

(3.2) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันดำเนินการ โดยให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นหลักในการดำเนินการ และให้คณะกรรมาธิการคณะอื่นที่เกี่ยวข้องส่งกรรมาธิการตามจำนวนที่ที่ประชุมกำหนดเข้าร่วมการดำเนินการนั้นด้วย

(3.3) แนวทางอื่นที่เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการ ทั้งนี้ การดำเนินการของประธานสภาผู้แทนราษฎรตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 มีลักษณะเป็นการดำเนินกิจการของสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาผู้แทนราษฎรอาจมอบหมายให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่แทนได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา119 ประกอบกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 10

2 การนัดประชุมของคณะกรรมาธิการ

2.1 หลักการ การนัดประชุมของคณะกรรมาธิการจะกำหนดโดยมติที่ประชุม

คณะกรรมาธิการในการประชุมนัดแรกเพื่อกำหนดให้มีการประชุมประจำสัปดาห์ (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 93 วรรคหนึ่ง ประกอบข้อ 19 วรรคสอง)

2.2 ประธานคณะกรรมาธิการ จะมีอำนาจในการนัดประชุมเป็นพิเศษได้เมื่อเห็นสมควร (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 93 วรรคหนึ่ง ประกอบข้อ 19 วรรคสาม) โดยการใช้อำนาจนัดประชุมเป็นพิเศษ ของประธานคณะกรรมาธิการพึงคำนึ่งถึงแนวทางการ พิจารณา ดังนี้

1) "การนัดประชุมเป็นพิเศษ" ย่อมหมายถึง การนัดประชุมของประธานคณะกรรมาธิการที่มิใช่วันและเวลา ตามมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการกำหนดไว้เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยลักษณะการนัดประชุมเป็นพิเศษนั้น ต้องเป็นเรื่องพิจารณาเร่งด่วน และมิใช่เป็นการนัดประชุม ต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์ เช่น คณะกรรมาธิการมีมตินัดประชุมประจำสัปดาห์ทุกวันพุธ เวลา 13.30 น. ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนที่อยู่ในหน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการอาจนัดประชุมเป็นพิเศษ ในวันและเวลาอื่นได้ในสัปดาห์เดียวกัน แต่จะนัดประชุมเป็นพิเศษลักษณะที่ต่อเนื่องเป็นประจำทุกสัปดาห์มิได้ เป็นต้น

2) "แนวปฏิบัติการนัดประชุมประจำสัปดาห์" หากคณะกรรมาธิการงดประชุมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ประธานคณะกรรมาธิการก็มีอำนาจเรียกประชุมตามวันและเวลาที่คณะกรรมาธิการได้เคยมีมติไว้ได้ เพื่อให้การประชุมของคณะกรรมาธิการสามารถกระทำได้

ทั้งนี้ ก่อนการกำหนดนัดประชุมเป็นพิเศษ ข้อ1) หรือ การนัดประชุมประจำสัปดาห์ตามข้อ 2) ข้างต้น ประธานคณะกรรมาธิการควรหารือกับกรรมาธิการในคณะ เพื่อตรวจสอบความพร้อมขององค์ประชุมหรือข้อขัดข้องอื่นใด ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์แอปพลิเคชันไลน์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การบรรจุระเบียบวาระการประชุมจะต้องเป็นไปตามแนวทาง ที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ของแนวทางการดำเนินงานนี้

3.การบรรจุระเบียบวาระการประชุม

3.1 หลักการ การบรรจุระเบียบวาระเรื่องพิจารณาของคณะกรรมาธิการ จะต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการ และประธานคณะกรรมาธิการไม่อาจเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมที่กำหนดโดยมติที่ประชุมได้

3.2 อำนาจประธานคณะกรรมาธิการ การนำบทบัญญัติในข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวกับการประชุมมาใช้บังคับ โดยอนุโลมกับการประชุมคณะกรรมาธิการพึงกระทำ ด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงความแตกต่างของลักษณะการประชุมสภา และการประชุมคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ พึงต้องพิจารณาด้วยว่าคณะกรรมาธิการเป็นองค์กรกลุ่มซึ่งแต่งตั้งโดยมติของสภา จึงย่อมไม่อาจมีอำนาจเกินไปกว่าสภาได้

ดังนั้น แม้ว่าประธานคณะกรรมาธิการจะมีอำนาจบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะสามารถใช้อำนาจดังกล่าวได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เช่นกันกับกรณีอำนาจการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกจำกัดไว้โดยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับการประชุม เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดรองรับอำนาจในการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของประธานคณะกรรมาธิการไว้โดยตรง

ดังนั้น ประธานคณะกรรมาธิการ ย่อมมีเพียงอำนาจที่จะบรรจุระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมาธิการ ในเรื่องแจ้งที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณามีมติว่าจะปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไปเท่านั้น

โดยประธานคณะกรรมาธิการไม่มีอำนาจบรรจุระเบียบวาระเรื่องพิจารณา และกำหนดให้เชิญบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจง ฯลฯ โดยที่ไม่มีมติคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 90 กำหนดไว้

4. การเรียกบุคคลหรือเอกสารของคณะกรรมาธิการหลักการ "อำนาจเรียก" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา129 วรรคสี่

เป็นการเชิญหรือการขอความร่วมมือบุคคลให้ส่งเอกสารหรือให้มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น ต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งการใช้อำนาจเรียกเป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการจึงไม่มีอำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารได้โดยลำพัง จำเป็นต้องอาศัยมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการเท่านั้น

ทั้งนี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติคณะกรรมาธิการอาจใช้ถ้อยคำว่าเป็น "การเชิญ" แทน "การเรียก" ต่างก็มีความหมายอย่างเดียวกัน คือ เป็นการขอความร่วมมือโดยอาศัยฐานอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ แต่หากคณะกรรมาธิการไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เชิญและประสงค์ให้เกิดสภาพบังคับทางกฎหมาย แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว จะต้องดำเนินการเรียกบุคคลหรือเอกสาร ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568

อ่านข่าว :

กมธ.กฎหมายฯ เดือด "ศุภชัย" โวย "รังสิมันต์" ปมเชิญ "ศิริโชค" ชี้แจง

"ไอเดียร์" พาสามีพบ ดีเอส ให้ข้อมูลกว่า 3 ชม.ปมถือหุ้น 1.47% บ.เชื่อมโยงเว็บพนัน

"โรม" ตอบปม ไม่ไปแจ้งความคดี "สามีไอเดียร์" ถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องใหญ่กว่าแค่ตัวบุคคล

"ไชยชนก" ชี้ "สส.ไอเดียร์" ต้องชี้แจงปมบัญชีทรัพย์สิน ย้ำทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

"ไอเดียร์" เตรียมแจงปมถูกพาดพิง ไม่ตอบให้ข้อมูล กมธ.หรือไม่

"สส.ไอเดียร์" แจ้งความเอาผิด "รังสิมันต์ โรม" ข้อหาหมิ่นประมาท

"กมธ.ปภ." เชิญ "เจเศรษฐ์-ทวิดา" ถกให้เคลียร์ ปมเงินเยียวยาน้ำท่วม

กมธ.กฎหมาย ยื่นหนังสือด่วนเชิญ “สส.ไอเดียร์-สามี " ชี้แจงที่มาทรัพย์สินเกือบ 2 พันล้าน

สส.สกลนคร ยื่น กมธ.อุตสาหกรรม ตรวจสอบปมสำรวจแร่โพแทชกว่า 5.6 แสนไร่