วันนี้ (1 พ.ย.2569) ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสตูล โดย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฎชื่อ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แกะรอยติดตามเบาะแสขบวนการลักลอบตัดสายไฟและสายสัญญาณบนที่สูง ซึ่งกำลังระบาดสร้างความเสียหายแก่ระบบสื่อสารในหลายพื้นที่ของจังหวัดสตูล
จากการสืบสวนและลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบจุดสงสัยบริเวณเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ตั้งอยู่ตรงข้ามวัดควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งเป็นเสาปล่อยสัญญาณที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่ารกทึบ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถกระบะแคป สีขาว จอดพรางสายตาไว้อย่างมีเงื่อนงำภายในพงหญ้า
และเมื่อมองขึ้นไปบนเสาสัญญาณที่มีความสูงหลายสิบเมตร พบชาย 2 คนกำลังปีนขึ้นไปเกือบถึงยอดเสา โดยมีพฤติกรรมแนบเนียนดูคล้ายช่างเทคนิคกำลังซ่อมบำรุงตามปกติ
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบจึงเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนตะโกนถามขึ้นไปว่า "มาซ่อมเหรอ?" ชายที่อยู่บนเสาตอบกลับมาว่า "มาเก็บงานครับ" ตำรวจจึงแกล้งตอบรับว่า "โอเค ๆ" แล้วซุ่มรออยู่บริเวณดังกล่าวอย่างใจเย็น เมื่อชายทั้งสองปีนลงมาถึงพื้น จึงแสดงตัวเข้าควบคุมทันที
ตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย คือ นายสราวุธ อายุ 30 ปี และ นายอาสัน อายุ 21 ปี ทั้งคู่เป็นชาว ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากการตรวจค้นภายในรถกระบะและตัวผู้ต้องหา พบอุปกรณ์ที่ใช้ในการลักตัดสายไฟและปีนเสามากกว่า 20 รายการ อาทิ เชือก คีมตัดขนาดใหญ่ และค้อน
คาหนังคาเสา! ตร.สตูลจับแก๊งลักสายไฟ ยึดอุปกรณ์ก่อเหตุกว่า 20 รายการ
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ทั้งสองคนเป็นอดีตพนักงานของบริษัทค่ายโทรศัพท์มือถือ ทำให้มีความรู้ ความชำนาญในการปีนเสาสูง และรู้วิธีการตัดสายสัญญาณเป็นอย่างดี โดยก่อนหน้านี้ได้ตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3 จุด ในพื้นที่ ต.ฉลุง ต.ควนขัน และ บ้านท่าศิลา ก่อนจะมาก่อเหตุในจุดที่ 4 พื้นที่ควนกาหลงและถูกจับกุมได้ในที่สุด
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ขบวนการนี้ไม่ได้ตัดสายไฟเพื่อนำไปลอกขายตามร้านรับซื้อของเก่าทั่วไป แต่เป็นการรับออเดอร์เพื่อนำสายสัญญาณและอุปกรณ์ประเภทนี้ไปส่งต่อให้กับกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีความต้องการโดยตรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้สั่งการและผู้รับซื้อต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปยังตัวแทนของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อเข้าตรวจสอบประเมินมูลค่าความเสียหายทางทรัพย์สินและระบบสัญญาณ พร้อมแจ้งข้อหา "ร่วมกันลักทรัพย์โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์" นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าว :
“ลูกช้างป่า” ยืนเฝ้าซากแม่ไม่ห่าง - จนท.เร่งช่วย พบขาซ้ายติดบ่วง
สีสันฮาโลวีนทั่วโลก! บราซิล-โบลิเวีย-สหรัฐฯ จัดพาเหรดหลอนฉลองคึกคัก
ปอศ.รับสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ปมร้องเรียน อาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน
