"สีกายุ" นำหลักฐานมอบให้ตำรวจ ปมเงิน 12 วัดนาป่าพง

อาชญากรรม
16:22
จำนวนผู้ชม 3,888
"สีกายุ" นำหลักฐานมอบให้ตำรวจ ปมเงิน 12 วัดนาป่าพง
Botnoi Voice
"สีกายุ" นำหลักฐานพบตำรวจ เผยเงินกว่า 12 ล้านไม่ได้อยู่ในบัญชีวัด แต่ถูกพระคึกฤทธิ์นำไปลงทุนในกองทุน ปัจจุบันขาดทุนอยู่ 10,000 ยูโร หรือกว่า 300,000 บาท พร้อมยืนยันไม่ได้ยักยอกเงิน มีเอกสารรับรองจากรัฐบาลเยอรมนี

วันนี้ (2 ต.ค.2568) น.ส.กัญญาภัค ชไนเดอร์ หรือสีกายุ เดินทางจากประเทศเยอรมนีมาไทย เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อให้ข้อมูลกรณีของพระคึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี หลังส่งทนายเข้าแจ้งความให้ตำรวจตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงินของวัดนาป่าพง ที่มีการโอนเงินไปประเทศเยอรมนีผ่านสีกายุ และมูลนิธิพุทธวจน โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการฟอกเงินหรือไม่

สีกายุใช้เวลานานเกือบ 5 ชั่วโมง ในการชี้แจงพยานหลักฐานต่าง ๆ และให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนออกมาเปิดเผยว่า รู้จักพระคึกฤทธิ์ผ่านรายการโทรทัศน์ ศรัทธาเพราะเห็นว่าเทศน์ดี และได้ช่องทางติดต่อจากเพื่อนมา จนได้คุยไลน์กับพระคึกฤทธิ์ และมีการนิมนต์พระไปยุโรป ปี 2559 เพื่อเผยแผ่พุทธวจน โดยตัวเองเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหลายหมื่นยูโร

หลังจากนั้นพระคึกฤทธิ์ เห็นว่าคนยุโรปศรัทธาเยอะ จึงให้คำแนะนำเรื่องการเปิดเป็นองค์กร ซึ่งพระคึกฤทธิ์สนใจ และได้มอบหมายให้เปิดสมาคม ต่อมาพฤติกรรมหลายอย่างของพระคึกฤทธิ์กดดันให้ทำทุจริต ไม่ยอมให้ทำใบปวารณาให้ผู้บริจาค จึงเริ่มเกิดความสงสัย

กระทั่งตัวเองถูกทางการเยอรมนีดำเนินคดีฟอกเงินและยักยอกเงิน ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปจัดทำกิจกรรมของมูลนิธิที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เกือบ 200,000 ยูโร ซึ่งตัวเองถูกผู้ตรวจสอบบัญชีเรียกไปสอบ และพระคึกฤทธิ์ ได้แจ้งความตัวเองด้วย

แต่สุดท้ายผลการตรวจสอบก็ไม่พบการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ใด ๆ จึงเป็นเหตุให้ภายหลังตัวเองแจ้งความกลับพระคึกฤทธิ์ฐานยักยอกแทน ในฐานะที่เป็นผู้สั่งการ แต่ไปแจ้งความที่ประเทศเยอรมนี ทั้งที่เหตุเกิดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทำให้สุดท้ายศาลยกฟ้อง เพราะเหตุเกิดคนละอำนาจเขตศาล

ภาพประกอบข่าว

สีกายุ กล่าวอีกว่า พระคึกฤทธิ์ยังฟ้องทั้งอาญาและแพ่ง ความเสียหาย 13 ล้านบาท อยู่ระหว่างพิจารณาคดี ยังไม่มีคำพิพากษาใด ๆ และไม่ได้เป็นไปตามที่ทนายวัดออกมาแถลงก่อนหน้านี้ สีกายุยังมั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะเป็นเอกสารที่มีการรับรองจากรัฐบาลต่างประเทศและศาล รวมทั้งยังมีบัตรเอทีเอ็มธนาคารเยอรมนี ซึ่งมีเงิน 90,000 ยูโร มาเป็นหลักฐานด้วยว่าเงินไม่ได้หายไปไหน

ขณะที่นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความมูลนิธิกองทัพธรรม ชี้แจงหลักฐานที่ทนายวัดนำมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยเฉพาะประเด็นเงิน 12,200,000 บาท ที่ทนายวัดอ้างว่าอยู่ในบัญชีธนาคารเยอรมนี แต่จากเอกสารที่ทนายวัดนำมาแสดง พบว่าเงินไม่ได้อยู่ในบัญชีธนาคาร แต่เป็นการนำเงินไปลงทุนกองทุน 4 พอร์ต จำนวนรวมเกือบ 200,000 ยูโร และปรากฏว่าขาดทุน 10,000 ยูโร หรือติดลบ 4.73% ดังนั้นจึงเป็นจำนวนเงินที่วัดบอกว่าหายไป

นอกจากนี้ ตามกฎหมายแล้วเงินของวัดไม่สามารถนำไปแสวงหาประโยชน์ใด ๆ หรือลงทุนลักษณะนี้ได้ และมูลนิธิคือสมาคมไม่แสวงหาผลกำไร อีกทั้งเป็นมูลนิธิต่างประเทศที่กฎหมายไทยไม่รองรับ เมื่อพระคึกฤทธิ์มีอำนาจเบิกจ่ายคนเดียว เพราะเป็นประธานมูลนิธิ และเงินไม่มีอยู่ในบัญชีมูลนิธิแล้ว แต่อยู่ในพอร์ตการลงทุน เป็นเพียงมูลค่า ส่วนจะผิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน

อ่านข่าว : ตร.พบ 9 คน เกี่ยวข้อง ข้อกล่าวหา "วัดนาป่าพง" เงินวัด - สีกา

ทนายวัดนาป่าพง ชี้แจง "พระคึกฤทธิ์" โอนเงินให้สีกาในเยอรมนี 12 ล.ตั้งมูลนิธิสร้างวัด