คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

สังคม
20:13
จำนวนผู้ชม 81
Thai PBS
คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม
การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งฟื้นองค์กรครั้งใหญ่ เตรียมรับพนักงานใหม่ 2,850 อัตรา ลดภาระโอที แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร ควบคู่แผนลดหนี้สะสม 320,000 ล้านบาท พร้อมเปิดทางเพิ่มรายได้จากที่ดินและโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเพื่อความยั่งยืนในอนาคต

แผนการเพิ่มพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อีก 2,850 อัตรา ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อแก้ปัญหาภาระงานสะสมและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินรถของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม อาจดูเป็นเพียงมาตรการด้านบุคลากร แต่นี่ถือว่าเป็นจิ๊กซอว์แรกของการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนานของ รฟท.

ปัจจุบัน รฟท. ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก จากเดิมเคยมีพนักงานกว่า 20,000 คน แต่หลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2541 ที่กำหนดให้เกษียณ 100 คน รับทดแทนได้เพียง 5 คน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือพนักงานเพียงประมาณ 8,100 คนส่งผลให้กำลังคนหายไปกว่าครึ่ง สวนทางกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟชานเมืองสายสีแดง การขนส่งสินค้า และการเตรียมรองรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคต พนักงานจำนวนมากต้องทำงานล่วงเวลาแทบตลอดทั้งสัปดาห์

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

นายพิพัฒน์ ระบุว่า การเพิ่มบุคลากร 2,850 อัตรา จะไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแก่ รฟท. เนื่องจากสามารถนำงบประมาณที่เคยใช้จ่ายค่าล่วงเวลา (โอที) มาปรับใช้เป็นค่าจ้างบุคลากรใหม่ได้ โดยหลังจากคณะกรรมการ รฟท. พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ กระทรวงคมนาคมจะเร่งเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

พนักงานหลายคนบอกว่าเงินโอทีอยากได้ แต่ร่างกายไม่ไหวแล้ว สิ่งที่เขาต้องการมากกว่าคือ การทำงานในเวลาปกติ มีเวลาพักผ่อนเหมือนคนทั่วไป

โอที 5,000 ล้าน/ปี สัญญาณเตือนระบบแบกภาระเกินตัว

นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน รฟท. มีภาระค่าใช้จ่ายด้านการทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุดสูงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท/ปี

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า การประหยัดคนในอดีต อาจไม่ได้ช่วยประหยัดงบประมาณจริง เพราะเมื่อคนไม่พอ องค์กรก็ต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นต้นทุนแฝงที่สูงกว่าการรับคนใหม่

สหภาพฯ ประเมินว่า หากนำงบประมาณส่วนหนึ่งจากค่าโอทีมาจ้างพนักงานใหม่ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เกือบร้อยละ 20 เนื่องจากพนักงานใหม่ มีอัตราเงินเดือนต่ำกว่าพนักงานอาวุโสที่ทำโอทีจำนวนมาก

วิกฤตคนไม่พอ กำลังกลายเป็นวิกฤตความปลอดภัย

อุบัติเหตุทางรางหลายเหตุการณ์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประเด็น "กำลังคน" กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ตำแหน่งที่ขาดแคลนหนักมากที่สุดคือกลุ่มปฏิบัติการ ทั้งช่างเครื่อง พนักงานขับรถจักร นายสถานี พนักงานกั้นถนน และฝ่ายซ่อมบำรุง เฉพาะตำแหน่งช่างเครื่องที่เป็นกำลังหลักในการเดินรถ ปัจจุบันมีเพียงประมาณ 800 คน จากกรอบอัตราที่ควรมี 1,258 คน

เมื่อบุคลากรไม่เพียงพอ การทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดจากความเหนื่อยล้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินรถ

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

โจทย์ใหญ่กว่าคือหนี้ 320,000 ล้านบาท

นายพิพัฒน์ ระบุว่า รฟท. มีหนี้สะสมสูงถึงประมาณ 320,000 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นจะต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งการทบทวนภาระที่เกิดจากนโยบายสาธารณะของภาครัฐในอดีต การบริหารทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการเพิ่มรายได้จากการดำเนินงาน

รัฐบาลหลายยุคหลายสมัย มอบภารกิจให้การรถไฟดูแลประชาชน ทั้งรถไฟฟรีและค่าโดยสารราคาถูก ให้บริการประชาชนในอัตราค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุนจริง ซึ่งปัจจุบันค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 24 สตางค์/กิโลเมตร ขณะที่ต้นทุนการให้บริการสูงกว่า 3 บาท/กิโลเมตร แต่ไม่ได้มีการชดเชยต้นทุนอย่างเพียงพอ ทำให้เกิดภาระสะสมกับองค์กร

"พิพัฒน์" เสนอ 4 แนวทางหลัก ได้แก่

  1. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพย์สินที่ดินกว่า 250,000 ไร่
  2. ทบทวนภาระนโยบายสาธารณะที่รัฐเคยมอบหมายให้ รฟท. รับผิดชอบ
  3. เพิ่มรายได้จากการให้บริการและการพัฒนาคุณภาพ
  4. เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานระบบราง
คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

สำหรับแนวทางฟื้นฟูรายได้ รฟท. กระทรวงคมนาคมจะเร่งบริหารจัดการทรัพย์สินที่ดินของการรถไฟ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 250,000 ไร่ทั่วประเทศ ผ่านบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด โดยจะสำรวจพื้นที่ที่สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงทบทวนสัญญาเช่าต่าง ๆ เพื่อให้รัฐได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม

หากเราบริหารที่ดินของการรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าภายในไม่เกิน 20 ปี การรถไฟจะสามารถลดภาระหนี้และยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกัน รฟท. ยังอยู่ระหว่างศึกษาทางเลือกในการจัดหาหัวรถจักรและตู้โดยสารเพิ่มเติม โดยอาจใช้รูปแบบเช่าจากภาคเอกชนแทนการลงทุนซื้อทั้งหมด เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ พร้อมเร่งซ่อมบำรุงหัวรถจักรเก่า ที่ยังสามารถใช้งานได้กลับมารองรับการให้บริการ

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงแนวคิดการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากโครงข่ายทางรถไฟในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อโครงการรถไฟทางคู่แล้วเสร็จทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐาน และสร้างรายได้เพิ่มเติมให้ รฟท. รวมถึงการพัฒนารถไฟท่องเที่ยวและรถไฟหรูรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ

นายพิพัฒน์ ยังย้ำว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟยังไม่มีข้อสรุป และยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยขณะนี้เป็นเพียงแนวคิด ที่ต้องศึกษาอย่างรอบด้านควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการบริการและมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

เรื่องค่าโดยสารยังเป็นเพียงแนวคิด ต้องศึกษาผลกระทบทุกด้านก่อน ไม่มีการตัดสินใจขึ้นค่าโดยสารในขณะนี้ แต่หากอนาคตมีการพัฒนาคุณภาพบริการที่ดีขึ้น ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยด้วย

เปิดทางเอกชน โอกาสหรือความเสี่ยง ?

แนวคิดให้เอกชนเข้ามาใช้โครงข่ายรางของ รฟท. ถูกมองว่าเป็นวิธีเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด แต่ในอีกมุมหนึ่ง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟท. กังวลว่า หาก รฟท. ยังขาดคนและขาดรถจักร การเปิดพื้นที่ให้เอกชนอาจกลายเป็นการเปิดช่องให้เอกชน เข้ามาแทนบทบาทของรัฐในระยะยาว

นายสราวุธ เสนอว่า หากเอกชนเข้ามาใช้รางของ รฟท. บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ โดยเฉพาะพนักงานขับรถจักร ช่างเครื่อง และพนักงานประจำขบวน ควรยังคงเป็นบุคลากรของการรถไฟ เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมระบบ

จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจนว่า การเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม จะเป็นการ "เสริม" หรือ "แทน" บทบาทของการรถไฟแห่งประเทศไทย

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

คมนาคมกางแผนกู้วิกฤตรถไฟไทย 3.2 แสนล้าน ปลดล็อกปมขาดคน-ล้างหนี้สะสม

จุดเปลี่ยนขององค์กร 129 ปี

ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ด้านหนึ่งคือภาระหนี้มหาศาล บุคลากรขาดแคลน และโครงสร้างองค์กรที่สะสมปัญหามาหลายทศวรรษ อีกด้านหนึ่ง คือโอกาสจากโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ การพัฒนาที่ดินมูลค่ามหาศาล และการเติบโตของระบบรางในฐานะโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศ การเพิ่มพนักงาน 2,850 อัตรา อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

แต่หากรัฐบาลสามารถแก้โจทย์กำลังคน ควบคู่กับการบริหารทรัพย์สิน การปรับโครงสร้างรายได้ และการกำหนดบทบาทเอกชนอย่างเหมาะสม ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านจากรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนเรื้อรัง สู่การเป็นองค์กรระบบรางที่สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหาของการรถไฟไทยไม่ใช่แค่เรื่อง "ขาดคน" แต่คือการหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้ระบบรางของประเทศเดินหน้าต่อได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

อ่านข่าวอื่น :

ทีมชาติไทย U19 ชนะ กัมพูชา 4-0 ลิ่วรอบชิงฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน

ตร.เปิดศูนย์ปราบพนันบอลโลก 2026 กางมาตรการ 3 ตัดสกัดเว็บออนไลน์

เม็กซิโกพร้อมพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ระดมกำลัง 1 แสนคนดูแลความปลอดภัย