คพ.เผยผลตรวจ "ห้วยตะเข้" พบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน

สิ่งแวดล้อม
17:58
จำนวนผู้ชม 774
Thai PBS
คพ.เผยผลตรวจ "ห้วยตะเข้" พบสารหนู-ตะกั่วเกินมาตรฐาน

วันนี้ (11 มิ.ย.2569) ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงรายงานความคืบหน้า การตรวจสอบกรณีปัญหามลพิษในแหล่งน้ำธรรมชาติของ จ.สระบุรี ซึ่งประกอบด้วย คลองหนองน้ำเขียว คลองเกด คลองห้วยตะเข้ และคลองเพรียว

โดยผลการเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อตรวจสอบตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.2569 ที่ผ่านมา พบสัญญาณร้ายทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสารโลหะหนักอันตรายอย่าง สารหนู (As) และตะกั่ว (Pb) มีค่าพุ่งสูงเกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ตลอดลำคลอง

ในส่วนของผลการวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ สาร VOCs ซึ่งตรวจวัดอย่างละเอียดด้วยกัน 3 วิธี ปรากฏผลดังนี้

วิธีแรกคือการตรวจด้วยวิธี Headspace หรือการดักจับโมเลกุลกลิ่นเพื่อหาไอระเหยในภาชนะปิด ตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม (TVOCs) กระจายตัวอยู่ตลอดลำคลอง

วิธีที่สองคือการนำน้ำจากจุดจัดเก็บทั้ง 7 จุดเข้าห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลลัพธ์น่ากังวล เนื่องจากพบสารปนเปื้อนเคมีอุตสาหกรรมในทุกจุด ได้แก่ สารเบนซีน สาร 1, 2 ไดคลอโรอีเทน สารไดคลอโรมีเทน สารเอทิลเบนซีน สารโทลูอีน และสาร 1, 1, 2-ไตรคลอโรอีเทน

ซึ่งกลุ่มสารเหล่านี้เป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนว่า แหล่งน้ำสาธารณะถูกลักลอบปล่อยของเสียที่เป็นมลพิษมาจากภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ค่าสารอินทรีย์อย่างค่าบีโอดี (BOD) และซีโอดี (COD) ก็มีค่าสูงมาก อันเป็นเหตุหลักทำให้ระบบนิเวศในน้ำเสื่อมโทรมลงอย่างรุนแรง

ส่วนวิธีที่สามคือการตรวจวัดสาร VOCs ในบรรยากาศโดยรอบจำนวน 16 ชนิด บริเวณห้วยตะเข้และเขตกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีการตั้งจุดตรวจวัด 3 จุดสำคัญ คือ บริเวณริมคลองตะเข้ ข้าง รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี (ต.กุดนกเปล้า) บริเวณป้อมทางรถไฟ (ต.ห้วยแห้ง) และจุดอ้างอิงสถานีวนวัฒนวิจัยพระฉาย (ต.หนองปลาไหล)

แม้ว่าผลลัพธ์ในภาพรวม 24 ชั่วโมง จะยังไม่เกินค่าเฝ้าระวังทั่วไป แต่กลับตรวจพบสารโทลูอีนปะปนในอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับสารโทลูอีนที่พบในน้ำ โดยสารชนิดนี้ภาคอุตสาหกรรมนิยมใช้เป็นตัวทำละลายและสารตั้งต้นในสารเคลือบ สีทาบ้าน ทินเนอร์ และกาว

คพ.เผยผลตรวจ "ห้วยตะเข้" พบสารหนู-ตะกั่วเกินเกณฑ์ ปทส. ล่าต้นตอน้ำเสีย

คพ.เผยผลตรวจ "ห้วยตะเข้" พบสารหนู-ตะกั่วเกินเกณฑ์ ปทส. ล่าต้นตอน้ำเสีย

สำหรับการดำเนินคดีและการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน กรมควบคุมมลพิษไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมอบหมายให้ นายชาญวิทย์ กันยา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นำข้อมูลและเอกสารหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจสืบสวน หาตัวการผู้ลักลอบปล่อยน้ำเสีย และของเสียอุตสาหกรรมมาลงโทษตามกฎหมาย

พร้อมกันนี้ได้ส่งข้อมูลประสานงาน ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม และผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมตรวจสอบเชิงลึก ขณะเดียวกัน คพ. กำลังรอผลการตรวจวิเคราะห์ตะกอนดินจากการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2569 เพื่อนำมาประเมินความเชื่อมโยง และวางแผนจัดการขุดลอกตะกอนพิษ ไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

"ช่วยน้ำเงินด้วย" ยังไม่จบ กมธ.พัฒนาการเมือง จี้สอบเพิ่มพบคำชี้แจงไม่ตรงกัน

ศาลฎีกาตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต "ศุภชัย โพธิ์สุ" ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ถือครองที่ดินรัฐ 220 ไร่

จับตาเจรจารัฐบาล-บีอาร์เอ็น รอมฎอนย้ำสภาฯ ต้องติดตาม