ผู้ป่วยผลกระทบจากโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรี ยังถูก รพ.เรียกเก็บเงินค่ารักษา
นายประเสริฐ อชินีทองคำ ข้าราชครูโรงเรียนบ้านบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ต้องขับรถกลับมาบ้านในช่วงพักเที่ยงของทุกวัน เพื่อช่วยกับลูกสาวทำกายภาพบำบัด และพูดคุยกับ นางสุภัคคินี อชินีทองคำ ภรรยา ที่ต้องนอนรักษาตัว จากการประสบอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชน เลือดคั่งในสมอง จนต้องผ่าตัดกะโหลกศีรษะ แม้เธอจะนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่รับรู้ใดๆ
หลังเกิดเหตุ นายประเสิรฐ พาภรรยาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเพื่อรักษาตัว แต่ทางโรงพยาบาลปฏิเสธการใช้สิทธิฉุกเฉิน โดยแจ้งว่า ไม่ได้เข้าร่วมโครงการกับทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ทั้งที่เป็นนโยบายรัฐบาล ซึ่งได้ประกาศให้ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555
ค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บจากนายประเสริฐ เป็นเงินจำนวน 459,905 บาท ซึ่งต้องไปกู้เงินเพื่อมาจ่ายกับโรงพยาบาล และแม้สปสช. จะพิจารณาคืนค่ารักษาพยาบาลให้ภายหลัง แต่พิจารณาจ่ายเพียงกว่า 70,000 บาทเท่านั้น ผลกระทบครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า บูรณาการระบบประกันสุขภาพ 3 กองทุนเข้าด้วยกัน ไม่สามารถทำได้จริง
ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ มองภาพรวมโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียว นับเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่ยังมีช่องโหว่ ที่รัฐบาลไม่สามารถกำกับให้ทุกสถานพยาบาลปฏิบัติตามนโยบายได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งไม่ค่อยได้รับความร่วมมือ และมักอาศัยวินาทีชีวิตของประชาชน แสวงหาผลกำไร การดำเนินงาน 1 ปีที่ผ่านมา พบปัญหาโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยร้อยละ 25 โดยแบ่งวิธีเก็บออกเป็น 2 ส่วน คือ เก็บเงินผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉินจริง ซึ่งควรได้สิทธิ์ใช้ระบบฉุกเฉิน แต่ถูกเรียกเก็บ และกรณีไม่ฉุกเฉินจริง ซึ่งถือเป็นสิทธิ์ของโรงพยาบาล
ขณะที่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข ยอมรับว่า ยังมีปัญหาของระบบที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และต้องการให้มองที่ผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากการโครงการนี้มากกว่า เพราะที่ผ่านมา สามารถช่วยชีวิตประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ในขณะนี้ มีโรงพยาบาลเอกชนกว่า 190 แห่ง ทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินมาตรฐานเดียว ซึ่งตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ.2551 กำหนดให้โรงพยาบาลทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินภาวะวิกฤติ หากโรงพยาบาลใดฝ่าฝืน ถือมีความผิดทางกฏหมาย และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2556 สปสช. จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้โรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการตามโครงการแล้ว เป็นจำนวนเงิน 350 ล้านบาท
