ทางเลือกอสังหาฯ! ญี่ปุ่นเปิดตลาดขาย-เช่า "บ้านมีประวัติคนตาย" ลดสูงสุดเกินครึ่ง

ต่างประเทศ
19:57
จำนวนผู้ชม 85
Thai PBS
ทางเลือกอสังหาฯ! ญี่ปุ่นเปิดตลาดขาย-เช่า "บ้านมีประวัติคนตาย" ลดสูงสุดเกินครึ่ง

วันนี้ (29 ต.ค.2569) BBC รายงานว่า ในช่วงฮาโลวีนที่เรื่องผีและบ้านหลอนกลับมาอยู่ในความสนใจ อสังหาริมทรัพย์อีกประเภทหนึ่งในญี่ปุ่นกำลังได้รับความสนใจในมุมที่ต่างออกไป

เพราะสำหรับคนที่ไม่กลัวเรื่องเหนือธรรมชาติ บ้านที่มีประวัติคนเสียชีวิต อาจเป็นโอกาสในการซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยในราคาต่ำกว่าตลาดอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาบ้านและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น

อสังหาริมทรัพย์กลุ่มนี้เรียกว่า "จิโกะ บุกเค็น" (Jiko Bukken) หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติเหตุการณ์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อหรือผู้เช่ารู้สึกไม่สบายใจ เช่น การฆาตกรรม การฆ่าตัวตาย การเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ หรือกรณีที่มีผู้เสียชีวิตอยู่ตามลำพัง และร่างถูกพบหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง

ประวัติเหล่านี้ทำให้ผู้สนใจบางส่วนหลีกเลี่ยง ขณะที่เจ้าของหรือผู้ให้เช่าต้องใช้ราคาที่จูงใจมากขึ้น เพื่อหาผู้ซื้อหรือผู้เช่า

ห้องเช่าโตเกียวลดเกือบ 30% แลกกับประวัติชายฆ่าตัวตาย

ริวอะ ไอดอลสาวชาวญี่ปุ่นบอกกับ BBC ว่า เธอเชื่อว่าห้องเช่าที่อาศัยอยู่ในกรุงโตเกียว มีผีตั้งแต่วันที่เข้าไปดูห้องครั้งแรก เธอเห็นชายคนหนึ่งยืนจ้องมองอยู่ ขณะที่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์กลับมองไม่เห็นชายคนนั้น เธอจึงคิดว่านั่นอาจจะเป็นวิญญาณ

แทนที่จะยกเลิกการเช่า ริวอะกลับตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ เพราะมองว่าตัวเองเป็นคนชอบทำอะไรสวนทางกับคนอื่น และอยากทำความรู้จักกับวิญญาณที่เชื่อว่าอยู่ในห้องนั้น เธอระบุว่าได้รับแจ้งว่า มีชายคนหนึ่งฆ่าตัวตายในห้องพักแห่งนี้แล้ว ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเช่าห้อง

ห้องดังกล่าวเป็นห้องพักขนาดเล็กประมาณ 25 ตร.ม. ในเขตเซตากายะ ซึ่งเป็นย่านหนึ่งของโตเกียว ริวอะจ่ายค่าเช่าเดือนละ 45,000 เยน หรือประมาณ 9,600 บาท ขณะที่ค่าเช่าที่ควรจะเป็นอยู่ที่ 62,000 เยน หรือ 13,200 บาท ทำให้ค่าเช่าถูกลงเกือบร้อยละ 30

แม้จะอาศัยอยู่มานาน 4 ปี เธอบอกว่า ยังคงพบสิ่งที่เชื่อว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติเป็นประจำ ทั้งเสียงฝีเท้าที่ได้ยินซ้ำ ๆ และเสียงพูดจากสิ่งที่เธอเชื่อว่าเป็นผี อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้มองว่าวิญญาณเป็นสิ่งที่ต้องหวาดกลัว โดยให้เหตุผลว่า ผีเคยเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตมาก่อน และสมควรได้รับความเคารพเช่นเดียวกัน

บ้านคนตายลดราคาได้จริง บางหลังถูกกว่าราคาตลาดเกินครึ่ง

ในญี่ปุ่น ความเชื่อเกี่ยวกับวิญญาณมีอยู่ตลอดทั้งปี ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเทศกาลฮาโลวีน คำว่า "ยูเร" (Yuurei) ใช้เรียกวิญญาณที่ยังคงวนเวียนไม่ไปเกิดอยู่ โดยความเชื่อดั้งเดิมมักเชื่อมโยงกับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงหรือโศกนาฏกรรม ผู้ถูกฆาตกรรม ผู้ฆ่าตัวตาย หรือผู้ที่เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว โดยเฉพาะเมื่อเสียชีวิตภายในบ้านที่เคยอาศัยอยู่

เอริก ออสแคมป์ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในโตเกียว อธิบายว่า คนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งมีความเชื่อเรื่องโชคลางและไม่สบายใจกับบ้านที่มีประวัติเสียชีวิต แม้แต่ห้องพักที่อยู่ติดสุสานก็อาจปล่อยเช่าได้ยาก โดยเฉพาะหากมองเห็นหลุมศพจากห้องครัว

ส่วนกรณีที่มีคนฆ่าตัวตายในห้องพัก ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความต้องการเช่าอย่างมาก แม้ผู้เสียชีวิตจะกระโดดลงมาจากหลังคา ผู้เช่าบางรายก็อาจตัดสินใจย้ายออก นอกจากนี้ ประวัติอาชญากรรมร้ายแรงและการเสียชีวิตตามลำพัง ก็อาจกระทบต่อความน่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดอีกกรณีคือ ไดแอน ทินเชอร์ หญิงชาวอเมริกันวัย 79 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นมาเกือบ 40 ปีและทำงานเป็นมัคคุเทศก์ เธอซื้อบ้านขนาดใหญ่ 3 ห้องนอนใน จ.คาโกชิมะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ในราคา 20 ล้านเยน หรือราว 4,270,000 บาท ขณะที่บ้านลักษณะใกล้เคียงกันในทำเลดังกล่าวอาจมีราคาสูงถึง 45 ล้านเยน หรือ เกือบ 10 ล้านบาท

นายหน้าแจ้งเธออย่างตรงไปตรงมาว่า บ้านหลังนี้มีส่วนลดมาก เพราะเจ้าของเดิมเป็นหญิงสูงอายุที่เสียชีวิตเพียงลำพัง จนทำให้บ้านมีประวัติที่อาจลดความสนใจของผู้ซื้อรายอื่น

ทินเชอร์บอกว่า เธอไม่เชื่อเรื่องผี แต่เข้าใจว่าคนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งมีความเชื่อเรื่องนี้ และเธอรู้สึกขอบคุณเจ้าของเดิม เพราะทำให้สามารถซื้อบ้านที่เธอมองว่าน่าอยู่ได้ในราคาที่เอื้อมถึง

กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดให้เปิดเผยประวัติการเสียชีวิต

ญี่ปุ่นมีแนวทางกำกับการเปิดเผยข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติเสียชีวิต โดยแนวทางของรัฐบาลที่ออกในปี 2564 กำหนดให้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเปิดเผยกรณีฆ่าตัวตาย ฆาตกรรม เสียชีวิตจากไฟไหม้ และกรณีที่ไม่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเวลานาน สำหรับอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นเวลา 3 ปี ส่วนอสังหาริมทรัพย์ที่เสนอขายต้องเปิดเผยข้อมูลตลอดไป

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น กฎเกณฑ์มีความแตกต่างกัน ในสหราชอาณาจักรไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายทั่วไป ที่บังคับให้เปิดเผยว่า มีคนเสียชีวิตในบ้านหรือไม่

ส่วนสหรัฐฯ ข้อกำหนดแตกต่างกันตามรัฐ เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย กำหนดให้เปิดเผยกรณีมีผู้เสียชีวิตในอสังหาริมทรัพย์ภายใน 3 ปีที่ผ่านมา ขณะที่รัฐแอริโซนาและโอเรกอน ไม่มีข้อกำหนดเช่นเดียวกันในกรณีดังกล่าว

ผู้ที่ต้องการค้นหาบ้านประเภทนี้ยังสามารถใช้เว็บไซต์ Oshimaland ซึ่งรวบรวมข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติเหตุการณ์ โดยเริ่มต้นในปี 2548 เพื่อรวบรวมข้อมูลในโตเกียว ก่อนขยายไปทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศในปี 2554 เว็บไซต์ใช้ข้อมูลจากประชาชนที่ช่วยกันเพิ่มรายชื่อบ้าน และรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ซื้อสามารถค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้

ค่าครองชีพสูงดันคนเปิดใจเช่าบ้านมีประวัติ

เทรุ โอชิมะ ผู้ก่อตั้ง Oshimaland ระบุว่า ในอดีตอสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้ ไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าดึงดูดนักในญี่ปุ่น แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับค่าครองชีพโดยรวมที่เพิ่มขึ้น

ผลสำรวจในปี 2568 พบว่า ชาวญี่ปุ่นมากกว่าครึ่งหนึ่งระบุว่า ยินดีเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีประวัติคนเสียชีวิต หากค่าเช่าถูกเพียงพอ แม้ผลสำรวจดังกล่าวไม่ได้หมายความว่า ทุกคนจะยอมรับบ้านที่มีประวัติคนเสียชีวิต แต่สะท้อนว่าราคาและความสามารถในการจ่าย กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย

กรณีของริวอะและทินเชอร์ จึงสะท้อนมุมมองที่แตกต่างกัน ต่อบ้านที่มีประวัติคนตาย สำหรับคนที่กังวลเรื่องผีหรือชื่อเสียงของบ้าน ประวัติเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลให้หลีกเลี่ยง แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเชื่อดังกล่าว ส่วนลดค่าเช่าหรือราคาซื้อที่ต่ำกว่าตลาดอาจมีน้ำหนักมากกว่า

ในช่วงฮาโลวีน บ้านมีประวัติคนตายอาจฟังดูเหมือนเรื่องสยองขวัญ แต่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น เรื่องนี้ยังมีอีกด้านที่จับต้องได้ นั่นคือการแลกเปลี่ยนระหว่างความสบายใจของผู้ซื้อกับราคาที่จ่ายจริง เมื่อบ้านราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่บางคนมองว่าเป็นบ้านต้องห้าม อาจกลายเป็นโอกาส สำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในงบประมาณจำกัด

อ่านข่าว :

ตร.ตากจับคนไทยอุ้ม 3 ชาวจีนใส่กุญแจมือ-ปิดตา คาดส่งชายแดน

สุวรรณภูมิแจงสาเหตุ China Airlines ล้อติดรันเวย์ ฝนตกหนักน้ำสะสมทำพื้นผิวชำรุด

แก้ปมเงินค้ำ 5 หมื่นบาท "คลัง" ดึงแบงก์รัฐการันตี SMEs โซลาร์ภาคประชาชน