ตรวจสอบแล้ว: โพสต์เสียงนายกรัฐมนตรีคุย ฮุน เซน เสียงจริง

พบบัญชี Tiktok แชร์คลิปเสียง ระบุว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดคุยผ่านโทรศัพท์กับสมเด็จฯ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผ่านล่ามโดยเนื้อหาเป็นการพูดคุยถึงปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ปัญหาการปิด-เปิดด่าน ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยกับทหาร และภาพลักษณ์ของนายกฯ แพทองธาร กับคนไทย ซึ่งคลิปดังกล่าวมียอดการเข้าชม 573,100 ครั้ง รวมถึงแชร์คลิปไปกว่า 19,600 ครั้ง ซึ่งพบว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่เข้ามาตำหนินายกรัฐมนตรี (ลิงก์บันทึก)
จากการตรวจสอบเรื่องนี้ Thai PBS Verify พบว่าเป็นข่าวจริง ซึ่งนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวด่วนยอมรับว่า คุยกันจริง แต่ต้องการสื่อสารเพื่อต้องการความสงบ
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Tiktok
ภาพบัญชี TikTok ที่มีการแชร์คลิปเสียงนายกรัฐมนตรีคุยกับสมเด็จฯ ฮุนเซน
ตรวจสอบเสียงผ่านเครื่องมือ elevenlabs.io พบว่า เสียงดังกล่าวไม่ใช่เสียง AI
ภาพตรวจสอบคลิปเสียงผ่านเครื่องมือ elevenlabs.io
นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบเสียงจากคลิปดังกล่าว กับคลิปเสียงที่ทางกัมพูชาปล่อยมา 17 นาที พบว่า คลิปเสียงดังกล่าวตัดมาแค่ 09.28 นาที โดยเริ่มตั้งแต่วินาทีที่ 00.01 ถึงวินาทีที่ 09.28 โดยเนื้อหาส่วนอื่น ๆ มีการพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับ การปิดด่านของไทย ที่เปรียบเสมือนเป็นการตบหน้าสมเด็จฯ ฮุนเซน รวมถึงกรณีหากไทยไม่ยกเลิกปิดด่าน ทางกัมพูชาจะไม่ยกเลิกการห้ามส่งออกสินค้าเกษตร และหากไทยยกเลิกปิดด่าน ทางกัมพูชา ก็จะยกเลิกมาตรการเช่นเดียวกัน (ลิงก์บันทึก)
ภาพคลิปเสียงเต็มการสนทนาระหว่างสมเด็จฯ ฮุนเซน และนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร
ซึ่งประเด็นดังกล่าว นายกรัฐมนตรีรับปากจะไปคุยกับกระทรวงกลาโหม พร้อมเสนอเงื่อนไข ว่าทางกัมพูชาอยากได้อะไรก็บอก และบอกว่า เรื่องกัมพูชาทำให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลสั่นคลอนที่สุดแล้ว ย้ำมีคนทำให้ทะเลาะกัน และไม่อยากให้คนรุ่นใหม่มีสงคราม
ขณะที่ภาพประกอบเมื่อทำการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ wasitai พบว่าเป็นภาพที่ถูกสร้างจาก AI
ภาพตรวจสอบภาพผ่านเครื่องมือ wasitai
อย่างไรก็ตาม น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลยอมรับว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงจริง ผ่านบทสนทนาทางโทรศัพท์ส่วนตัวกับ สมเด็จฯ ฮุนเซน และคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการเจรจาปัญหาการเปิด-ปิดด่าน ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลไทยและกัมพูชา และทราบมาว่า สมเด็จฯ ฮุนเซน โกรธแม่ทัพภาค 2 และการกระทำของฝั่งกัมพูชาไม่เป็นไปตามที่พูดไว้ ดังนั้นจึงใช้เทคนิคพูดคุยในลักษณะตามที่เกิดขึ้นในคลิป ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เพื่อให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศสงบสุข มองว่าเป็นการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ส่วนตัว ไม่ควรนำมาเผยแพร่ (ลิงก์บันทึก)
ภาพนายกรัฐมนตรีแถลงกรณีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรีและสมเด็จฯ ฮุนเซน
ทั้งนี้ Thai PBS รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 68 สมเด็จฯ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียว่า มีการสนทนาทางโทรศัพท์กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยจริง เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 68 โดยสนทนากันเป็นเวลานาน 17 นาที 6 วินาที พร้อมกับมีล่ามแปลให้ และมีการบันทึกเสียงเพื่อความโปร่งใสภายในประเทศกัมพูชา โดยยอมรับว่า ได้แชร์ไฟล์เสียงนี้ให้หน่วยงานภายในกว่า 80 คน และคาดว่าคลิปเสียงรั่วไหลออกมา เพราะความไม่เห็นด้วยของบางบุคคลภายใน ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดเมื่อฝ่ายไทยกล่าวหากัมพูชาว่า “เล่นการเมืองไม่เป็นมืออาชีพ” ผ่านโซเชียล ซึ่งขัดกับถ้อยแถลงก่อนหน้า สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อคลิปที่เผยแพร่มีเพียง 9 นาที จากทั้งหมด (ลิงก์บันทึก)
นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุนเซน แสดงท่าทีพร้อมเผยแพร่ไฟล์เต็มหากฝ่ายไทยต้องการ ท่ามกลางฉากหลังของความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา เช่น การตัดสายเคเบิลอินเทอร์เน็ต การปะทะชายแดน และมาตรการกีดกันการนำเข้า ซึ่งทั้งหมดสะท้อนความเปราะบางของความสัมพันธ์ และอาจนำไปสู่ผลกระทบทางการทูตที่รุนแรงยิ่งขึ้น
ภาพจากเฟซบุ๊กสมเด็จฯ ฮุนเซน
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบเสียงผ่านเครื่องมือ elevenlabs.io พบว่า เป็นเสียงจริงไม่ได้สร้างจาก AI
- ตรวจสอบจากคลิปเสียงจริง พบว่าตัดเสียงมาจากคลิปเต็ม 17 นาที
- ตรวจสอบภาพจากเครื่องมือตรวจสอบภาพ wasitai พบว่าเป็นภาพที่ถูกสร้างจาก AI
- ตรวจสอบผ่านการแถลง นายกรัฐมนตรียืนยันว่า เป็นคลิปเสียงจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าด่วนแชร์
หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลทันทีโดยไม่ตรวจสอบที่มา ข่าวปลอมมักใช้เนื้อหาตื่นเต้นเพื่อกระตุ้นการแชร์
- ตรวจสอบแหล่งข่าว
ดูว่าแหล่งข่าวที่เผยแพร่เป็นสื่อที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เช่น สำนักข่าวหลัก, หน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงการเชื่อถือโพสต์จากเพจไม่มีตัวตนชัดเจน
- ฟังทั้งสองฝ่าย
พิจารณาคำชี้แจงจากทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น ระวังคลิปที่ถูกตัดต่อหรือนำเสนอเพียงบางส่วน
- ระวังอารมณ์ตัวเอง
คลิปเสียงที่อ่อนไหวอาจกระตุ้นอารมณ์โกรธหรือหวาดกลัว ควรมีสติและอย่าตัดสินหรือด่าทอทันที
- ติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ
โฆษกรัฐบาล หรือกระทรวงการต่างประเทศ
- หากสงสัยว่าเป็นข่าวปลอม
สามารถแจ้งหรือส่งลิงก์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ






