ตรวจสอบแล้ว : ข่าวอ้างท้องผูกนานจนอุจจาระดันทะลุหัวใจ แพทย์ยืนยันแล้ว อุจจาระในลำไส้ไม่สามารถแทงขึ้นไปบนช่องอกได้

จากการตรวจสอบเรื่องนี้ Thai PBS Verify พบว่าเป็น “ข่าวปลอม” ที่มีลักษณะบิดเบือน และถูกเผยแพร่ต่อโดยสื่อข่าวออนไลน์หลายสำนัก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าชาวไต้หวันท้องผูกไม่ขับถ่ายนาน ทำให้อุจจาระทะลุถึงช่องอก หัวใจ ปอด และเสี่ยงติดจนเสียชีวิต จึงต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบล็อกของชาวไต้หวัน ที่ขอคำแนะนำเรื่องรักษาอาการท้องผูกและเธอกังวลเรื่องลำไส้ที่ดูยาวผิดปกติเหมือนจะเคลื่อนตัวสูงไปช่องปอด อย่างไรก็ตาม ในบล็อกดังกล่าว ไม่ได้ระบุว่าเธอเคยเข้ารับการผ่าตัดลำไส้แต่อย่างใด
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก : Facebook

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบโพสต์จาก Facebook ที่ใช้ชื่อว่า หมอที่ดีที่สุดคือตัวคุณเอง by Saranruss ระบุว่า “มีสาวไต้หวันวัย 23 ปีท้องผูก นานถึง 17 วัน จนอุจจาระสะสมจนดันลำไส้ใหญ่ ทะลุขึ้นไปถึงช่องอกเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง ชีวิตเกือบไม่รอด โชคดีที่ได้เข้ารับการผ่าตัดทันเวลา แต่ต้องสูญเสียบางส่วนของลำไส้ไปตลอดชีวิต”
สาวไต้หวันไม่ได้ระบุว่าเธอเคยได้เข้ารับการผ่าตัดลำไส้ตามที่กล่าวอ้าง
เราตรวจสอบจากโพสต์ต้นทางของชาวไต้หวันรายดังกล่าว ที่โพสต์ผ่านแอปพลิเคชัน dcard เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2020 ระบุว่า
“ฉันอยากขอคำแนะนำเนื่องจากเป็นคนขับถ่ายยากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ต่อให้รับประทานอาหารตามที่คนอื่นแนะนำ ก็ไม่สามารถรักษาอาการท้องผูกได้ จนกระทั่งไปเอกซเรย์ ฉันพบว่าตัวเองมีลำไส้ที่ยาวมาก จนคิดว่าจะชนหัวใจหรือไม่ จึงอยากตัดลำไส้ให้สั้นลง อยากขอความคิดเห็นว่า มีใครมีวิธีไหนแนะนำอีกไหม หรือมีใครเคยตัดลำไส้มาก่อนหรือไม่”
โดยข้อความจากบล็อกของชาวไต้หวันดังกล่าว ไม่มีการระบุถึงว่าเธอติดเชื้อรุนแรงและเคยได้เข้ารับการผ่าตัด หรือระบุว่าแพทย์วินิจฉัยให้ตัดลำไส้แต่อย่างใด เป็นเพียงโพสต์ขอคำแนะนำเรื่องท้องผูกและขนาดของลำไส้ยาวเท่านั้น (ลิงก์บันทึก)
ขณะเดียวกันมีสื่อออนไลน์ในไทยได้เผยแพร่ข้อมูลเท็จนี้ออกไปอย่างแพร่หลายในลักษณะพาดหัวข่าวว่า สาวไต้หวันท้องผูกนานจนอุจจาระสามารถทะลุขึ้นไปบนช่องอกได้ จนเกือบเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็น
- เดลินิวส์ พาดหัวข่าว ระบุว่า “ท้องผูกนานจนอุจจาระไต่ขึ้นอกและแทงทะลุช่องอก”
- คมชัดลึก พาดหัวข่าว ระบุว่า “สาวไต้หวัน 23 ท้องผูกนาน 17 วัน อุจจาระสะสมดันไปถึงช่องอก”
- อีจัน พาดหัวข่าว ระบุว่า “ทำเป็นเล่นไป ! สาวไต้หวันท้องผูกนาน 17 วันขรี้แทงทะลุถึงช่องอก”

- Bright TV พาดหัวข่าว ระบุว่า “สาวต้องผ่าตัดลำไส้ด่วน หลังท้องผูกนาน 17 วัน เจออุจจาระสะสม ดันลำไส้ทะลุถึงช่องอก”
- WeR News พาดหัวข่าว ระบุว่า “สาวท้องผูกนาน 17 วัน อึดันลำไส้ทะลุถึงช่องท้อง”
- Sanook พาดหัวข่าวว่า “สาวท้องผูกไม่ยอมถ่าย 17 วันจน อุจจาระดันขึ้นอก”
- Coconews พาดหัวข่าว ระบุว่า “อุทาหรณ์สาวท้องผูก17วัน อึดันถึงอก ผ่าตัดด่วนช่วยชีวิต
- tnews พาดหัวข่าว ระบุว่า “สาวไต้หวันวัย 23 ต้องผ่าตัดด่วน หลังอุจจาระสะสมจนลำไส้ทะลุถึงช่องอก”

(ลิงก์บันทึก เดลินิวส์ คมชัดลึก อีจัน Bright TV WeR News Sanook Coconews และ tnews )
แพทย์ยืนยันอุจจาระในลำไส้ไม่สามารถทะลุขึ้นช่องอกได้
นพ. วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร แพทย์เฉพาะทาง สาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยืนยันกับทาง Thai PBS Verify ว่าลำไส้ใหญ่ของมนุษย์เราไม่สามารถทะลุช่องอกได้ เนื่องจาก ร่างกายคนเรามีกะบังลมกั้นอยู่ และการท้องผูกสะสมเป็นระยะเวลานานจนทำให้อุจจาระสะสมจนแทงทะลุหัวใจ ปอดนั้น โอกาสเกิดขึ้นยากมาก
ภาพฟิล์มเอกซเรย์ของชาวไต้หวัน ที่เผยแพร่ในบล็อกส่วนตัวทางแอปพลิเคชัน dcard
“โดยปกติช่องท้องและอก มีกล้ามเนื้อกะบังลมที่หนามากกั้นอยู่ ดังนั้น ลำไส้ไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ หากจะทะลุขึ้นไปลำไส้ต้องแตกก่อน ตามภาพฟิล์มเอกซเรย์ดังกล่าว เป็นลักษณะของลำไส้ปกติ และเป็นการเคลื่อนขึ้นที่ขึ้นไปปกติของลำไส้ ไม่ได้เป็นลักษณะลำไส้ของคนท้องผูกแต่อย่างใด ไม่มีอุจจาระค้าง และทั้งอุจจาระและลำไส้คนเราไม่สามารถทะลุขึ้นอก ขึ้นหัวใจ ขึ้นสมองได้”
นอกจากนี้ นพ. วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร ยังกล่าวว่า โดยปกติแล้วอาการท้องผูกเกิดจากการที่อุจจาระถูกกักเก็บไว้ในลำไส้ใหญ่ โดยเริ่มสะสมจากปลายทวารหนัก หากปล่อยไว้นานโดยไม่ขับถ่าย ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จะเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ความอึดอัด หรือเกิดแผลกดทับจากก้อนอุจจาระที่แข็งขึ้น เนื่องจากลำไส้ใหญ่ดูดน้ำกลับทำให้อุจจาระแข็งมากขึ้น ทำให้การขับถ่ายลำบากยิ่งขึ้น
วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร แพทย์เฉพาะทาง สาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
เคสที่ไม่ถ่ายนานถึง 17 วัน ถือเป็นกรณีรุนแรง (extreme case) ซึ่งพบไม่บ่อย โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องและมารับการรักษาก่อนหน้านั้น โดยแนวทางการรักษามักเริ่มจากการให้ยาระบาย หรือในบางกรณีอาจต้องส่องกล้องเพื่อช่วยในการขับถ่าย
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะทำให้เกิดการเสียชีวิตตามที่กล่าวอ้าง ต้องมีภาวะผิดปกติของลำไส้ เช่น มะเร็ง แผล หรือรอยโรค อาจทำให้เกิดการอุดตันของลำไส้ ส่งผลให้อุจจาระค้าง จนทำให้มีโอกาสลำไส้รั่วแตกและติดเชื้อ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบแหล่งที่มา โดยใช้ Google Lens ค้นหาภาพที่ในข่าวที่เผยแพร่นำมาใช้ เพื่อหาแหล่งที่มาต้นฉบับว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
- ตรวจสอบโดยการสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจากผู้เชี่ยวชาญ สอบถามแพทย์เฉพาะทาง เพื่อตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าว สามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลเท็จนี้
- สร้างความตื่นตระหนกและเข้าใจผิดเกี่ยวกับสุขภาพ
ผู้คนอาจเข้าใจว่าอาการท้องผูกธรรมดาสามารถนำไปสู่อาการรุนแรงจนทะลุช่องอกได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดจากข้อเท็จจริงทางการแพทย์ - ทำให้สื่อมวลชนขาดความน่าเชื่อถือ
หากสื่อเผยแพร่โดยไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาหรือข้อเท็จจริง จะส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในสื่อโดยรวม - เกิดความเข้าใจผิดในแนวทางการรักษา
ผู้ป่วยอาจหลีกเลี่ยงการรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ยาระบายหรือการปรึกษาแพทย์ และหันไปหาวิธีการรักษาที่ผิด ๆ จากความกลัวที่สร้างขึ้นโดยข่าวเท็จ
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- หยุดและตรวจสอบก่อนแชร์
อย่ารีบแชร์ข้อมูลทันที ให้ตรวจสอบแหล่งที่มา ความน่าเชื่อถือ และมีข้อมูลยืนยันทางการแพทย์หรือไม่ - เปรียบเทียบกับแหล่งข้อมูลทางการหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ตรวจสอบกับแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เช่น สถาบันทางการแพทย์, หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง - อย่าตัดสินใจรักษาตนเองจากข้อมูลในโซเชียลมีเดีย
หากมีอาการคล้ายกับที่กล่าวในข่าว ควรปรึกษาแพทย์







