คลิปอ้างรัฐแจกเงินผู้สูงอายุ 10,000 บาท เม.ย. 69 พบใช้ภาพข่าวเก่า-เสียง AI ปั่นยอดวิว

ข่าวปลอมDateClock icon17:37|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปวิดีโออ้างรัฐจ่ายเงินเยียวยาผู้สูงอายุ 15 ล้านคน รับเงิน 10,000 บาท อัตโนมัติในเดือนเม.ย. 2569 พบเป็นเพียง ข่าวปลอม ใช้ภาพข่าวเก่ามาสวมรอย และใช้ เสียง AI บิดเบือนข้อมูลสร้างความหวัง ย้ำเบี้ยยังชีพปัจจุบันยังจ่ายอัตราเดิมสูงสุด 1,000 บาท

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Youtube   

 

ยูทูบโพสต์คลิป ข่าวดี! #อนุวัตจัดให้ เงินเข้าแล้ว #ผู้สูงอายุ ได้เพิ่ม 15 ล้านคน รับสิทธิอัตโนมัติ เช็กด่วน

ยูทูบโพสต์คลิป ข่าวดี! #อนุวัตจัดให้ เงินเข้าแล้ว #ผู้สูงอายุ ได้เพิ่ม 15 ล้านคน รับสิทธิอัตโนมัติ เช็กด่วน

 

Thai PBS Verify  พบยูทูบชื่อ เปิดโลกข่าว โพสต์คลิปวิดีโอชื่อ 

ข่าวดี! #อนุวัตจัดให้ เงินเข้าแล้ว #ผู้สูงอายุ ได้เพิ่ม 15 ล้านคน รับสิทธิอัตโนมัติ เช็กด่วน

โดยเนื้อหาระบุว่า  

มาตรการช่วยเหลือ เงินเยียวยา 10,000 บาท สำหรับ กลุ่มเปราะบาง ซึ่งประกอบด้วย เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ที่มีรายชื่ออยู่ในระบบสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว โดยผู้มีสิทธิ์ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เนื่องจากภาครัฐจะใช้ฐานข้อมูลเดิมในการตรวจสอบและโอนเงินผ่านช่องทางที่เคยได้รับประจำ มาตรการนี้ยึดหลักการ 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ เท่านั้น และมีการคาดการณ์ว่าอาจเริ่มดำเนินการจ่ายเงินได้ในช่วง เดือนเมษายน 2569 ทั้งในรูปแบบการแบ่งจ่ายหรือจ่ายงวดเดียว นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวคิดการปรับเพิ่ม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณาและยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ สุดท้ายแหล่งข่าวได้เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวัง มิจฉาชีพ และควรติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจาก หน่วยงานรัฐ โดยตรงเท่านั้น

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าชมกว่า 600,000 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 10,000 ครั้ง อย่างไรก็ตามช่องยูทูบดังกล่าวไม่เปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด โดยถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 เม.ย.69

ตรวจสอบความโปร่งใสของช่องยูทูบ

Thai PBS Verify พบความน่าสงสัยของช่องดังกล่าว เนื่องจากไม่มีการเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น จึงตรวจสอบบัญชีดังกล่าว พบว่า ช่องแห่งนี้เพิ่งเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา มีผู้ติดตาม 14, 800 คน ส่วนใหญ่เนื้อหาจะเป็นเรื่องเงินผู้สูงอายุทั้งหมด 

ต่อมา Thai PBS Veriy นำภาพในคลิปไปค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าภาพในโพสต์ดังกล่าวเป็นภาพที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแถลงข่าว หลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 68 จากเว็บไซต์ Thai PBS 

ภาพเปรียบเทียบนายอนุทิน ชาญวีระกูลจากคลิปโพสต์ (ซ้าย) และภาพจากการแถลงข่าวครม. วันที่ 7 ก.ย. 68 (ขวา)

ภาพเปรียบเทียบนายอนุทิน ชาญวีระกูลจากคลิปโพสต์ (ซ้าย) และภาพจากการแถลงข่าวครม. วันที่ 7 ก.ย. 68 (ขวา)

คลิปวิดีโอสร้างจาก AI หรือไม่ ? 

Thai PBS Verify นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบวิดีโอ AI เช่น Hive moderation และ AI video detector พบว่ามีโอกาสสูงที่สร้างเสียงจาก AI 

 

ภาพการตรวจสอบจาก Hive moderation พบมีความเป็นไปได้ที่เสียงถูกสร้างจาก AI สูงถึง 98.4%  

ภาพการตรวจสอบจาก Hive moderation พบมีความเป็นไปได้ที่เสียงถูกสร้างจาก AI สูงถึง 98.4%

ภาพการตรวจสอบจาก AI video detector พบความเป็นไปได้ในการถูกสร้างจาก AI สูงถึง 76%

ภาพการตรวจสอบจาก AI video detector พบความเป็นไปได้ในการถูกสร้างจาก AI สูงถึง 76%

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปัจจุบันเป็นอย่างไร ? 

Thai PBS Verify สอบถามไปยังกรมกิจการผู้สูงอายุ จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ถึง เรื่อง การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยระบุว่ามีการโอนเงินอุดหนุนพิเศษเข้าบัญชีอัตโนมัติ ครอบคลุมถึง 13 ล้านคน ประเด็นดังกล่าวนั้นเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจาก ปัจจุบันยังไม่มีการจ่ายเงินช่วยอุดหนุนพิเศษ ขณะนี้มีเพียงการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยยังคงใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 และมีอัตราการจ่ายเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุเป็นรายเดือนตามช่วงอายุ ดังนี้

 

  • อายุ 60-69 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 600 บาท/คน/เดือน
  • อายุ 70-79 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 700 บาท/คน/เดือน
  • อายุ 80-89 ปี จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 800 บาท/คน/เดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับเบี้ยยังชีพ อัตรา 1,000 บาท/คน/เดือน

 

ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) โทร. 1300

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify ยืนยันว่า ไม่มีโครงการแจกเงินเยียวยา 10,000 บาท เพิ่มเติมสำหรับผู้สูงอายุ 15 ล้านคนในเดือนเมษายน 2569 ตามที่คลิปกล่าวอ้าง ข้อมูลดังกล่าวเป็นการนำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในอดีตมาผสมโรงกับข่าวเบี้ยยังชีพรายเดือน เพื่อสร้างพาดหัวที่น่าดึงดูด (Clickbait) โดยแอบอ้างชื่อผู้ประกาศข่าวชื่อดัง “อนุวัต เฟื่องทองแดง” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 

ทั้งนี้ กรมกิจการผู้สูงอายุยังคงใช้  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบบัญชีช่องยูทูบ: ตรวจสอบบัญชีดังกล่าว พบว่า ช่องเพิ่งเริ่มสร้างเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 69  มีผู้ติดตาม 14, 800 คน ส่วนใหญ่เนื้อหาจะเป็นเรื่องเงินผู้สูงอายุทั้งหมด
  2. ตรวจสอบคลิปวิดีโอ AI: นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบวิดีโอ AI เช่น Hive moderation และ AI video detector พบว่ามีโอกาสสูงที่สร้างเสียงจาก AI 
  3. ตรวจสอบด้วย Google Lens: นำภาพในคลิปไปค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าภาพในโพสต์ดังกล่าวเป็นภาพที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแถลงข่าว หลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 68
  4. ตรวจสอบแหล่งสัมภาษณ์: Thai PBS Verify สอบถามไปยังกรมกิจการผู้สูงอายุยืนยันว่า “ข่าวโอนเงินอุดหนุนพิเศษเข้าบัญชีอัตโนมัติเป็นข้อมูลเท็จ” ปัจจุบันยังไม่มีโครงการดังกล่าว ขณะนี้มีการจ่ายเพียง “เบี้ยยังชีพปกติ” ตามช่วงอายุ 600-1,000 บาทต่อเดือน ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยปี 2566 เท่านั้น

ผลกระทบข้อมูลเท็จ

  1. สร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง: ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ อาจเชื่อว่าจะได้รับเงินเพิ่ม 10,000 บาท ทำให้เกิดความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง และสับสนเกี่ยวกับนโยบายรัฐ
  2. กระทบความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ: เมื่อข้อเท็จจริงไม่ตรงกับที่เผยแพร่ อาจทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจข้อมูลจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ หรือหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ
  3. เปิดช่องให้มิจฉาชีพฉวยโอกาส: มิจฉาชีพอาจนำประเด็นนี้ไปหลอกลวง เช่น อ้างลงทะเบียนรับเงิน หรือขอข้อมูลส่วนตัว/โอนเงิน ทำให้ผู้สูงอายุเสี่ยงตกเป็นเหยื่อ
  4. กระทบต่อระบบข้อมูลข่าวสารโดยรวม: ทำให้เกิด “ข่าวลวงซ้ำซ้อน” แชร์ต่อกันในโซเชียล ส่งผลให้การรับข้อมูลของสังคมบิดเบือน และยากต่อการแยกแยะความจริง
  5. ผลกระทบต่อผู้สูงอายุโดยตรง: ผู้สูงอายุบางรายอาจวางแผนการเงินผิดพลาด เช่น คาดหวังรายได้เพิ่ม หรือเกิดความเครียด/ผิดหวังเมื่อไม่ได้รับเงินจริง

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์รัฐ: เกิดความเชื่อผิดว่ารัฐมีนโยบายจ่ายเงินเพิ่ม ทั้งที่ความจริงยังคงจ่ายแบบขั้นบันไดตามที่ กรมกิจการผู้สูงอายุ ชี้แจง
  2. สร้างความคาดหวังเกินจริงและความผิดหวัง: ผู้สูงอายุและครอบครัวอาจวางแผนการเงินจากข้อมูลผิด เมื่อไม่ได้รับเงินจริงจะเกิดความไม่พอใจหรือสับสน
  3. เพิ่มความเสี่ยงถูกหลอกลวง: มิจฉาชีพอาจอ้าง “ลงทะเบียนรับเงิน 10,000 บาท” เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว โอนเงิน หรือกดลิงก์อันตราย
  4. กระทบความเชื่อมั่นต่อภาครัฐและข้อมูลข่าวสาร: เมื่อข่าวปลอมแพร่หลาย อาจทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ หรือแยกแยะข้อมูลจริง–เท็จได้ยากขึ้น
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน