ผู้เสียหายร้องถูกแอปฯ ชวนลงทุน “ธุรกิจขายตรง” อ้างกำไรสูงสุด 75,000 บาท/วัน สุดท้ายสูญเงินรวมกว่า 100 ล้าน

ผู้เสียหายกว่า 40 รายร้องเรียนธุรกิจแอปพลิเคชัน ITS ผ่านรายการ สถานีประชาชน อ้างจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจและคาดหวังรายได้ตามแผนการตลาด แต่ไม่เป็นไปตามที่ได้รับข้อมูล ขณะที่บริษัทชี้แจงว่าเป็นธุรกิจขายตรงและไม่ได้รับประกันรายได้ ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามแผนที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
ผู้ร้องเรียนอ้างซื้อแพ็กเกจ หวังสร้างรายได้จากแอปฯ
ผู้ร้องเรียนระบุว่าได้รับการชักชวนให้เข้าร่วมธุรกิจด้วยการซื้อใบอนุญาตใช้งานแอปพลิเคชัน ITS ซึ่งมีแพ็กเกจตั้งแต่ระดับ S, M, L และ XL โดยแพ็กเกจสูงสุดมีราคา 17,299 บาท และสามารถใช้งานได้สูงสุด 15 แอปพลิเคชัน

ผู้ร้องเรียนบางรายระบุว่าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับผลตอบแทนตามแผนการตลาดสูงถึง 75,000 บาทต่อวัน พร้อมระบบจับคู่และการเลื่อนระดับสมาชิก จึงตัดสินใจจ่ายเงินเข้าร่วมธุรกิจ แต่ภายหลังไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดหวัง และบางรายระบุว่าไม่สามารถขอเงินคืนได้
หนึ่งในผู้ร้องเรียนระบุว่า จ่ายเงินไปประมาณ 666,373 บาท เพื่อซื้อแพ็กเกจ XL โดยคาดว่าจะสร้างรายได้แบบไม่ต้องทำงานประจำ แต่หลังเข้าร่วมธุรกิจประมาณ 1 ปีไม่เป็นไปตามที่คาด และต่อมาถูกระงับการเข้าถึงแอปพลิเคชัน
ขณะที่ผู้ร้องเรียนอีกรายระบุว่าเริ่มรู้จักธุรกิจจาก Facebook ในช่วงโควิด-19 และเข้าร่วมสัมมนาของบริษัท ก่อนตัดสินใจซื้อแพ็กเกจและพยายามเลื่อนระดับในระบบ โดยระบุว่าภายในประมาณ 6 เดือน จ่ายเงินไปกว่า 1.3 ล้านบาท แต่ยังไม่มีรายได้จากธุรกิจ

บริษัทชี้เป็นธุรกิจขายตรง รายได้ขึ้นอยู่กับยอดขาย
คุณศรวัสย์ ไพศาลศรวัส ประธานกรรมการบริหารบริษัท Topup2Rich Co., Ltd. ชี้แจงว่า บริษัทประกอบธุรกิจขายตรงและจำหน่ายแอปพลิเคชัน ITS ซึ่งสามารถใช้เติมเงินโทรศัพท์ ซื้อซิมและโปรโมชัน รวมถึงชำระค่าสินค้าและบริการบนแพลตฟอร์ม พร้อมจัดอบรมทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์
ส่วนตัวเลขรายได้สูงสุด 75,000 บาทต่อวัน บริษัทชี้แจงว่าเป็นการคำนวณตามแผนการตลาด ไม่ใช่การรับประกันรายได้ โดยหนึ่งบัญชีสามารถรับผลตอบแทนได้สูงสุด 5,000 บาทต่อวัน หากมีคะแนนจากการขายสินค้าและบริการ แต่หากไม่มีการขายหรือไม่มีคะแนนก็จะไม่มีรายได้
คุณศรวัสย์ ไพศาลศรวัส ประธานกรรมการบริหารบริษัท Topup2Rich Co., Ltd.
บริษัทยืนยันว่า รายได้ควรเกิดจากการขายสินค้า ไม่ใช่การหาสมาชิกใหม่เข้าระบบ พร้อมระบุว่าอาจมีผู้แนะนำทีมบางรายให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้เดือนละ 100,000–200,000 บาท หรือใช้บุคคลอื่นเป็นผู้สมัครแทน ซึ่งบริษัทไม่ได้อนุญาตให้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว
สคบ.ชี้ธุรกิจขายตรงต้องมีรายได้จากการขายสินค้า
คุณณัชภัทร ขาวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า จากมุมมองของผู้ร้องเรียน รูปแบบธุรกิจอาจทำให้เกิดข้อสงสัย แต่ในมุมของผู้ประกอบการ บริษัทระบุว่าเป็นธุรกิจขายตรงที่มีสินค้าและบริการ
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตรวจสอบว่า การดำเนินธุรกิจจริงเป็นไปตามรูปแบบและแผนการตลาดที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
สคบ.ระบุว่า ธุรกิจขายตรงที่ดำเนินการอย่างถูกต้อง รายได้และการเลื่อนระดับควรเกิดจากผลการขายสินค้าและบริการ ทั้งยอดขายส่วนบุคคล ยอดขายของทีม การมีลูกค้าซื้อสินค้าและบริการจริง รวมถึงการบริหารทีม ไม่ใช่การจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้ตำแหน่งหรือระดับสมาชิก
คุณณัชภัทร ขาวแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
จากข้อมูลของ สคบ. บริษัทได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจขายตรงเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2555 โดยสินค้าที่แจ้งไว้คือซอฟต์แวร์หรือระบบแอปพลิเคชัน ITS มีราคาซอฟต์แวร์ 1,500 บาท และกำหนด 1,000 PV โดยระบบสามารถใช้ชำระค่าสาธารณูปโภคและบริการต่าง ๆ ได้
อย่างไรก็ตาม การได้รับอนุญาตให้จำหน่ายซอฟต์แวร์ดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่า สคบ.รับรองว่าจะสามารถสร้างรายได้สูงถึง 75,000 บาทต่อวัน ประเด็นนี้ยังต้องตรวจสอบจากการดำเนินงานจริง
สคบ.อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อร้องเรียน ยังไม่มีคำสั่งยกเลิกใบอนุญาต
สคบ.ระบุว่าได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 และอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารจากทั้งผู้ร้องเรียนและบริษัท เพื่อพิจารณาการดำเนินธุรกิจตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าสามารถใช้หนึ่งบัญชีลงทะเบียนได้หลายรหัส สคบ.ระบุว่า ในแผนที่ได้รับอนุญาตไม่ได้กำหนดให้บุคคลหนึ่งสามารถลงทะเบียนหลายร้อยรหัส และโดยหลักของธุรกิจขายตรงควรเป็นลักษณะหนึ่งคนต่อหนึ่งรหัส ยกเว้นกรณีการโอนสิทธิบางประเภทตามเงื่อนไขที่กำหนด
ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต บริษัทจึงยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามกฎหมาย ส่วนข้อร้องเรียนและข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ สคบ.
ทั้งนี้ การพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือเป็นรูปแบบแชร์ลูกโซ่หรือไม่ จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและการดำเนินงานจริง ไม่สามารถสรุปได้จากการร้องเรียนหรือแผนการตลาดเพียงอย่างเดียว
ขอบคุณข้อมูลจากรายการ สถานีประชาชน








