ไฟป่าสังขละบุรียังไม่คลี่คลาย
สถานการณ์ไฟป่ากาญจนบุรีในพื้นที่ อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ ยังคงวิกฤต เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเดินเท้าและใช้เฮลิคอปเตอร์ดับไฟในพื้นที่เข้าถึงยากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังสีเหลือง-ส้ม กระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานทำฝนหลวง เพื่อบรรเทาสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันภายในคืนนี้
สถานการณ์ไฟป่าล่าสุด
ปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ป่าลึกและภูเขาสูงชันของ จ.กาญจนบุรี ยังคงดำเนินไปอย่างยากลำบาก
- การปฏิบัติงาน: เจ้าหน้าที่ใช้การเดินเท้าเข้าพื้นที่สลับกับการใช้เฮลิคอปเตอร์ตักน้ำดับไฟในจุดที่เข้าถึงยากตลอดทั้งวัน
- พื้นที่เฝ้าระวัง: อ.สังขละบุรี และ อ.ทองผาภูมิ เป็นพื้นที่หลักที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
ผลกระทบด้านสุขภาพ
ควันไฟและฝุ่นละอองขนาดเล็กส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
- สถิติผู้ป่วย: โรงพยาบาลสังขละบุรีรายงานพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยเดือนละ 250-275 คน
- กรณีตัวอย่าง: พบผู้ป่วยโรคหอบหืดรุนแรงจนปอดติดเชื้อต้องเข้ารักษาตัวนานกว่า 2 สัปดาห์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากควันไฟในชุมชน
- กลุ่มเสี่ยง: ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
คำเตือนจากสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี
เนื่องจากค่าฝุ่น PM 2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงมีคำแนะนำดังนี้
- สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องออกจากอาคารหรือที่พัก
- งดการทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภทในช่วงที่ค่าฝุ่นพุ่งสูง
มาตรการแก้ไข: เร่งทำ "ฝนหลวง"
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางแผนเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ด้วยการใช้ปฏิบัติการทางอากาศ
- พื้นที่เป้าหมาย: ประสานหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเข้าดำเนินการในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ไทรโยค, อ.ทองผาภูมิ และ อ.สังขละบุรี
- คาดการณ์: มีแนวโน้มที่จะมีฝนตกในช่วงค่ำวันนี้ (22 เม.ย. 69) ซึ่งจะช่วยดับไฟป่าในจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึง และช่วยชะล้างฝุ่น PM 2.5 ในอากาศให้เบาบางลง




























































