นายกฯ ตอบชัด! ปมลักลอบส่งน้ำมันไปกัมพูชา
รัฐบาลไทยและกัมพูชายกระดับการปราบปรามขบวนการลักลอบขนน้ำมันอย่างจริงจัง หลังนายกรัฐมนตรี "อนุทิน ชาญวีรกูล" สั่งสนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงตรวจสอบเส้นทาง "น้ำมันเถื่อน" พร้อมเร่งตรวจสอบข้อมูลตัวเลขการลักลอบนำออก
ขณะที่ "ฮุน มาเนต" นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ขานรับกรณีดังกล่าวด้วยการสั่งสอบสวนเจ้าหน้าที่และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ยืนยันกัมพูชายังคงมาตรการระงับการนำเข้าเชื้อเพลิงจากประเทศไทยมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
"อนุทิน" ลั่น! การลักลอบส่งออกน้ำมันเป็นเรื่องเลวร้าย เร่งจูนตัวเลขหน่วยงานความมั่นคง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนต่อกรณีรายงานการลักลอบส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นย้ำถึงกระบวนการทำงานที่ต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้
- สนธิกำลังหน่วยงานหลัก: ปัจจุบันมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองทัพ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- ความโปร่งใสของข้อมูล: นายกรัฐมนตรีระบุว่าจำเป็นต้องมีการ "ปรับจูนตัวเลข" ของแต่ละหน่วยงานให้ตรงกันก่อนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อป้องกันความผิดพลาดและเพื่อให้เห็นขนาดของปัญหาที่แท้จริง
- จุดยืนที่เด็ดขาด: เมื่อถูกถามถึงความรุนแรงของคดีลักลอบขนส่งน้ำมันไปยังกัมพูชา นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้น ๆ ถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง
"ฮุน มาเนต" สั่งเชือดขบวนการน้ำมันเถื่อน ขู่เพิกถอนใบอนุญาต-ปลดข้าราชการที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางออนไลน์หลังได้รับรายงานข่าวจากสื่อไทย โดยมีการสั่งการเชิงรุกไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
- สั่งการตรวจสอบเชิงลึก: มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รวมถึงอธิบดีกรมศุลกากรและสรรพากร ดำเนินการสอบสวนคดีนี้อย่างละเอียดที่สุด
- บทลงโทษขั้นสูงสุด: หากพบว่าบริษัทน้ำมันใดมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูก "เพิกถอนใบอนุญาต" ทันที และหากพบข้าราชการหรือบุคลากรในกองทัพกัมพูชาเข้าไปมีส่วนรู้เห็น จะต้องถูกปลดออกจากราชการและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวดที่สุด
กัมพูชายันเลิกนำเข้าเชื้อเพลิงจากไทย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้นำกัมพูชาได้ชี้แจงสถานะความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เพื่อยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันลักลอบจากประเทศไทย
"กัมพูชาได้ระงับการซื้อเชื้อเพลิงและก๊าซทุกประเภทจากประเทศไทยมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 และไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันจากประเทศไทยอีกต่อไป เนื่องจากมีแหล่งน้ำมันสำรองที่เพียงพอจากประเทศพันธมิตรอื่น ๆ"
การออกมาเคลื่อนไหวของผู้นำทั้งสองประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดนให้เข้มงวดขึ้นในอนาคต




























































