เร่งดับไฟป่า หลายจังหวัดภาคเหนือ
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดพบจุดความร้อนกระจายตัวในหลายจังหวัด ทั้งแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำปาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงเกินมาตรฐาน จนเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่าทางชันและอุปสรรคด้านการสื่อสารเพื่อเข้าควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน
แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ อ่วม! ไฟป่าลามพื้นที่ภูเขาสูงชันและไร้สัญญาณสื่อสาร
ที่ จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดับไฟป่าบริเวณบ้านจอท่า อ.แม่สะเรียง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าลึกและไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ต้องใช้เพียงวิทยุสื่อสารในการประสานงานเท่านั้น
ขณะที่ จ.เชียงใหม่ พบไฟป่าลุกไหม้รุนแรงในหลายอำเภอ โดยเฉพาะ อ.ดอยเต่า ที่พบจุดความร้อนถึง 9 จุดในวันเดียว
"ปัญหาสำคัญ คือ มีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมากและมีลมแรง ประกอบกับจุดเกิดเหตุเป็นภูเขาสูงชัน ทำให้การเดินทางเข้าไปดับไฟทำได้ยากลำบาก"
ลำปางวิกฤต! จุดความร้อนพุ่ง 69 จุด คาดฝีมือกลุ่มล่าสัตว์และเผาด้วยความคึกคะนอง
จ.ลำปาง รายงานการพบจุดความร้อนพุ่งสูงถึง 69 จุดในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา โดยพื้นที่ อ.งาว ได้รับความเสียหายหนักที่สุด เจ้าหน้าที่กว่า 100 นายต้องเร่งลงพื้นที่กระจายกำลังดับไฟป่าที่ลุกลามเป็นวงกว้าง
สาเหตุหลักของไฟป่าในครั้งนี้คาดว่ามาจาก
- การลักลอบเผาป่าเพื่อล่าสัตว์และหาของป่า
- กลุ่มบุคคลไม่หวังดีลักลอบเผาป่าหญ้าแห้งด้วยความคึกคะนอง
"นายอำเภองาวระบุว่า แม้จะควบคุมไฟได้ในบางจุดแล้ว แต่ผืนป่าถูกทำลายเสียหายเป็นบริเวณกว้าง และยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด"
สรุปคุณภาพอากาศ: PM 2.5 เกินมาตรฐาน 7 จังหวัดภาคเหนือ
กรมควบคุมมลพิษรายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นส่งผลให้คุณภาพอากาศในภาคเหนือย่ำแย่ลง โดยมี 7 จังหวัดที่ค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับ "สีส้ม" (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ได้แก่
- กำแพงเพชร
- ตาก
- นครสวรรค์
- น่าน
- พิษณุโลก
- อุตรดิตถ์
- เพชรบูรณ์
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างเคร่งครัดในช่วงที่สถานการณ์ไฟป่ายังไม่คลี่คลาย




























































