นายกฯ คุมเข้ม ออกใบอนุญาตอาวุธปืน ลดเหตุรุนแรง 5 จังหวัดชายแดนใต้
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานความมั่นคงและผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดภาคใต้ เพื่อวางมาตรการป้องกันเหตุซ้ำรอย โดยไฮไลต์สำคัญ คือ การประกาศ "ควบคุมอาวุธปืน" ขั้นเด็ดขาดด้วยการงดออกใบอนุญาตใหม่และงดต่ออายุใบอนุญาตพกพาสำหรับบุคคลทั่วไป เพื่อคืนความปลอดภัยให้พื้นที่สาธารณะและลดปัญหาอาชญากรรมจากต้นตอ
ยกระดับความมั่นคงชายแดนใต้ จ่อสร้างรั้วกั้นตามโมเดลไทย-กัมพูชา
ในที่ประชุม ณ ค่ายเสนาณรงค์ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทบทวนมาตรการความปลอดภัยในสถานศึกษาและชุมชนอย่างเข้มงวด โดยชี้ว่าต้นตอของปัญหามาจากยาเสพติดและความรุนแรง พร้อมเสนอแนวทางป้องกันชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- สร้างรั้วชายแดน: เห็นชอบในหลักการสร้างรั้วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง โดยถอดแบบความสำเร็จจากชายแดนไทย-กัมพูชา
- ความร่วมมือระหว่างประเทศ: หารือประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปฏิเสธการให้ที่พักพิงแก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีข้ามพรมแดน
ประกาศลั่น! พกปืนในที่สาธารณะเท่ากับ "ปืนเถื่อน" โทษหนักถึงที่สุด
มาตรการที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุด คือ การคุมเข้มอาวุธปืน โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะไม่มีการอนุมัติใบอนุญาตทะเบียนปืนใหม่ (ป.3) และใบอนุญาตพกพา (ป.12) ให้กับบุคคลทั่วไปอีกต่อไป เพื่อจำกัดจำนวนอาวุธปืนในสังคม
"จำได้ไหม ผมสั่งห้ามต่อใบอนุญาตพกพาและใบอนุญาตทะเบียนปืน เพราะฉะนั้น ที่ท่านถือนี่ปืนเถื่อนหมดนะ แล้วกฎหมายปืนเถื่อนก็แรงมาก... วันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ"
นโยบายนี้ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนบางส่วนที่มองว่าอาวุธปืนไม่ใช่สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน และเห็นด้วยที่รัฐบาลควรเข้มงวดมากขึ้น ไม่ใช่ว่าใครมีเงินก็สามารถหาซื้อปืนได้ง่าย ๆ เหมือนในอดีต
เร่งเยียวยาน้ำท่วมสงขลา! สั่ง ปภ. โอนเงิน 9,000 บาท ให้จบไม่ต้องรอ ครม.
นอกเหนือจากเรื่องความมั่นคง นายกรัฐมนตรียังได้ติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.สงขลา โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
"ให้โอนเงินภัยพิบัติน้ำท่วมหลังคาเรือนละ 9,000 บาท ให้กับประชาชนที่ตกค้าง โดยไม่ต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หลัง กกต. ได้อนุมัติเงินเยียวยาแล้ว"
การสั่งการครั้งนี้มุ่งเน้นความรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือให้ครบถ้วนทุกครัวเรือนโดยเร็วที่สุด




























































