ก.พลังงาน ยกเลิกอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์
เช้าวันนี้ (29 ต.ค. 69) ประชาชนผู้ใช้รถได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ เมื่อราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกปรับลดลงลิตรละ 1 บาท และแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 50 สตางค์ เบื้องหลังตัวเลขที่ลดลงนี้มาจากการยกเลิกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง ซึ่งเดิมคำนวณโดยสมมุติว่าต้องขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์ ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ ต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเหล่านี้จึงถูกถอดออกจากราคาที่ประชาชนต้องแบกรับมาตลอด
นอกจากนี้ รัฐยังได้ปรับลดค่าสำรองน้ำมันลงเหลือ 2 ใน 3 ส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง อันที่จริงแล้วหากยึดตามเกณฑ์ใหม่ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มควรจะปรับลดลงได้มากกว่านี้ แต่เนื่องจากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำเป็นต้องนำส่วนต่างบางส่วนส่งคืนเข้ากองทุนฯ ที่กำลังติดลบกว่าแสนล้านบาท การลดราคาลงจึงทำได้ในระดับที่จำกัด
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยลดภาระประชาชนได้ถึง 10,839 ล้านบาทต่อปี โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ ดีเซล B7 ลดลง 0.3548 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 ลดลง 0.3203 บาทต่อลิตร (ไม่รวมมาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลช่วงวิกฤตอีก 8 ครั้งก่อนหน้านี้) ด้านนางสาวรสนา โตสิตระกูล จากสภาผู้บริโภค มองว่านี่คือก้าวสำคัญ แต่รัฐควรเร่งยกเลิกค่าปรับปรุงคุณภาพเบนซิน (กว่า 0.50 บาท/ลิตร) และค่าสำรองน้ำมันส่วนที่เหลือด้วย จึงจะถือว่าผ่าตัดโครงสร้างสำเร็จ
แม้จะมีความคืบหน้าเรื่องโครงสร้างราคา แต่มติ ครม. ล่าสุดที่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 ลงลิตรละเกือบ 6 บาท เป็นเวลา 3 เดือน กลับถูกประชาชน ภาคบริการ และภาคขนส่ง สะท้อนว่า "แก้ปัญหาไม่ตรงจุด" เพราะพวกเขาไม่ได้ใช้น้ำมันสองชนิดนี้ อย่างผู้ประกอบการขนส่งและเลี้ยงกุ้งที่แบกรับต้นทุนน้ำมันแพงขึ้น 10 บาทในรอบ 3 เดือน แต่ไม่สามารถขึ้นค่าขนส่งได้ และยังต้องพึ่งพาดีเซลปกติในการสูบน้ำปั่นน้ำ
ภาพความเดือดร้อนนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นที่ จ.มหาสารคาม เมื่อนายกุศล วงษ์ไธงสงค์ ผู้รับจ้างเกี่ยวข้าว ยอมรับว่าไม่กล้าเติมดีเซล B20 กับรถเกี่ยวข้าว ภาระต้นทุนที่สูงขึ้นทำให้เขาจำใจต้องขึ้นค่าเกี่ยวข้าวจากไร่ละ 700 บาท เป็น 800 บาท แม้จะเห็นใจชาวนาที่ต้องรับภาระหนักทั้งค่าปุ๋ยและค่าน้ำมันก็ตาม เสียงสะท้อนจากรากหญ้าจึงเป็นทิศทางเดียวกัน คืออยากให้รัฐบาลหันมาปรับลดราคาน้ำมันดีเซลปกติเพื่อช่วยเหลืออย่างแท้จริง




























































