เปิดความรู้สึก "ข้าราชการท้องถิ่น" หลังเป็นไวรัล
จากภาพการประชุมงานตามปกติบนเพจเฟซบุ๊กเทศบาลตำบลปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา กลับกลายเป็นกระแสไวรัลสะเทือนโซเชียลฯ ในชั่วข้ามคืน
เมื่อภาพของ "ตัสนีม ทับคำ" ข้าราชการท้องถิ่น มียอดเข้าถึงพุ่งสูงกว่า 10 ล้าน แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งหนัา แต่เธอยืนยันว่าเป็นกิจวัตรเพื่อสร้างความมั่นใจ
ขณะที่ ผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานต่างชื่นชมในผลงาน พร้อมมองว่า กระแสดังกล่าวเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์พื้นที่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
จากโพสต์ประชุมปกติ สู่กระแสไวรัลสะเทือนโซเชียลฯ
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจเทศบาลตำบลปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ได้โพสต์ภาพการประชุมพิจารณาจัดทำเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 และแผนอัตรากำลังสามปี เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27 ก.ค. 69)
แม้จะเป็นภาพการทำงานตามปกติ แต่กลับสร้างปรากฏการณ์แชร์นับหมื่นครั้ง กดไลก์และอีโมจิเกือบ 30,000 รายการ รวมถึงมีความคิดเห็นหลั่งไหลเข้ามามากกว่าพันข้อความ
โดยเฉพาะภาพของข้าราชการท้องถิ่นหญิงคนหนึ่ง ที่มียอดแสดงความคิดเห็นเฉพาะภาพเธอพุ่งสูงกว่า 4 พันรายการ กดแสดงความรู้สึกกว่า 3 หมื่นครั้ง และมียอดเข้าถึงผู้ใช้โซเชียลมีเดียรวมแล้วมากกว่า 10 ล้านครั้ง
เปิดใจ "ตัสนีม ทับคำ" ชี้แจงปมวิจารณ์แต่งหน้า
ผู้ที่ปรากฏในภาพไวรัลดังกล่าว คือ นางสาวตัสนีม ทับคำ หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รักษาราชการแทน หัวหน้าสำนักปลัด เทศบาลตำบลปะแต
เธอบอกเล่าว่า ในวันประชุมได้ทำหน้าที่ดูแลงานด้านการประชาสัมพันธ์ จึงได้ปรับเพิ่มความสว่างของภาพก่อนนำลงเพจของหน่วยงาน โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดกระแสมากมายขนาดนี้
เมื่อเข้าไปอ่านคอมเมนต์ พบว่าหลายข้อความวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแต่งหน้า ซึ่งเธอก็ได้ชี้แจงบางส่วนว่า หากต้องการพูดถึงตัวเธอ ควรใช้ช่องทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่ควรคอมเมนต์ในเพจเทศบาล
สำหรับการแต่งหน้าในวันทำงานนั้นถือเป็นกิจวัตรที่ทำเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยเครื่องสำอางหลัก ๆ ที่ใช้ประกอบด้วย แป้ง, มาสคารา, อายไลเนอร์ และลิปสติก
ผู้บังคับบัญชาการันตีผลงาน มองเป็นโอกาสพัฒนาพื้นที่
ปลัดเทศบาลตำบลปะแต ในฐานะผู้บังคับบัญชา ระบุว่า นับตั้งแต่นางสาวตัสนีมมารายงานตัวเข้าทำงาน การแต่งหน้าก็ดูเป็นเรื่องปกติ โดยผู้ร่วมงานคนอื่นก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร
พร้อมกันนี้ยังชื่นชมว่า เธอเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและมีผลงานโดดเด่น โดยฝ่ายบริหารได้เน้นย้ำเรื่องการให้เกียรติและเคารพสิทธิส่วนบุคคลเสมอ
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารยังมองว่ากระแสที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเทศบาล เพราะเพจหน่วยงานกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างตามที่เคยตั้งใจไว้ และจะเป็นช่องทางสำคัญในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามของตำบลปะแตต่อไป




























































