TIC TAC TECH เรื่องไม่เล็กเทคโนโลยี
25 พ.ค. 68

Deepfake หลอกเสียงลวงหน้า เมื่อเทคโนโลยีทำให้ใครก็เป็นใครได้

วันธรรมดาหยิบมือถือขึ้นมา แล้วเจอแชทจากคนดัง Video Call เข้ามาทันที คนดังบอกว่าเป็นผู้โชคดีที่ได้บัตรพิเศษมาเจอในราคาถูก ถ้าตกลงจ่ายเงินผ่านลิงก์ก็จะได้เจอจริงๆ คนที่ได้รับสายเชื่อทันที พร้อมโอนเงินทันที

นี่คือตัวอย่างการใช้เทคโนโลยี Deepfake ในการหลอกลวง เทคโนโลยีที่สามารถสร้างเสียงและภาพของใครก็ได้ให้เหมือนจริงจนแยกไม่ออก จนกระทั่งมีข่าวจากฮ่องกงว่า พนักงานบริษัทข้ามชาติถูกหลอกด้วย Deepfake ปลอมเป็นผู้บริหารระดับสูง จนโอนเงินไปกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 900 ล้านบาท

เมื่อลูกหลานปลอมโทรมาขอเงิน

การหลอกลวงด้วย Deepfake ที่เกิดขึ้นจริงมักเป็นการปลอมเป็นคนใกล้ชิด มีกรณีคนหนุ่มใช้เทคโนโลยีนี้ปลอมเป็นหลานโทรไปหาคุณย่า อ้างว่าเดือดร้อนต้องการเงินด่วน สัญญาว่าจะคืนเมื่อเงินออก หน้าตาดูเหมือนหลานจริง ๆ เสียงก็คล้าย การแต่งตัวก็ตรงสไตล์ แต่คุณย่ากลับสงสัยว่าไม่ใช่หลานจริง ไม่ไว้ใจคนโทรมา แม้จะลดจำนวนเงินลงมาจากหลายพันเป็นร้อยบาท แต่คุณย่ายังคงไม่เชื่อ ปฏิเสธให้เงินแม้แต่ห้าสิบบาท

อีกกรณีหนึ่งเป็นการปลอมเป็นแฟนสาว โทรหาแฟนหนุ่มอ้างว่าไม่สบาย ต้องการเงินไปหาหมอ แฟนหนุ่มเกือบเชื่อและพร้อมโอนเงิน แต่สุดท้ายก็สงสัยเรื่องชื่อบัญชี สิ่งที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหญ่ที่มีประสบการณ์มักจะระวังมากกว่า ไม่เชื่อง่าย ๆ แม้หน้าตาและเสียงจะเหมือนจริง ขณะที่คนที่ไว้ใจง่ายกว่ามักจะเกือบหลงกล

วิธีสังเกต Deepfake ที่ใช้งานได้จริง

การแยกแยะ Deepfake จากของจริงมีวิธีง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายจุดสังเกตหลัก

1. สังเกตการเคลื่อนไหวของปากและริมฝีปาก ใน Deepfake ปากจะขยับไม่ตรงกับเสียงที่ได้ยิน อาจช้าเกินไปหรือเร็วเกินไป เหมือนหนังพากย์ที่ปากไม่ตรงกับเสียง เพราะคอมพิวเตอร์ต้องประมวลผลเสียงและภาพแยกกัน หากมีสัญญาณรบกวนหรือการประมวลผลช้า จะทำให้เห็นความไม่ซิงค์นี้ได้ชัดเจน

2. สีผิวและเนื้อผิวที่ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะ Deepfake สร้างจากรูปถ่ายหลาย ๆ แผ่นมาประกอบกัน จึงมักมีสีผิวที่ไม่เท่ากัน บางส่วนอาจขาวกว่า เข้มกว่า หรือมีโทนสีที่แปลก ๆ เนื้อผิวอาจดูเรียบเกินไป หรือหยาบเกินไป ไม่เหมือนผิวคนจริงที่มีรูขุมขนและเส้นใยธรรมชาติ

3. การกะพริบตาที่ผิดปกติ คนเรากะพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที โดยมีจังหวะที่ธรรมชาติ แต่ใน Deepfake อาจจะ

  • กะพริบช้าเกินไป เหมือนตากบวมหรือง่วงมาก
  • กะพริบบ่อยเกินไป เหมือนมีเรื่องกังวล
  • ไม่กะพริบเลยในช่วงเวลายาว
  • กะพริบแปลก ๆ เช่น กะพริบข้างเดียว หรือไม่หุบตาสนิท

4. แสงและเงาที่ไม่สมเหตุสมผล ดูทิศทางของแสงในภาพ ถ้าแสงมาจากด้านซ้าย เงาควรไปทางขวา หรือถ้าแสงมาจากด้านบน เงาควรอยู่ด้านล่าง ใน Deepfake มักจะมี

  • เงาไปผิดทิศทางจากแหล่งแสง
  • แสงสะท้อนที่แปลก ๆ เช่น แสงสะท้อนในตาไม่ตรงกับสภาพแวดล้อม
  • ความสว่างบนใบหน้าไม่สอดคล้องกับพื้นหลัง

5. รายละเอียดเล็ก ๆ ที่มองข้ามได้ง่าย

  • ขนคิ้วและขนตาที่ดูแปลกๆ หรือไม่เป็นธรรมชาติ
  • ฟันที่เบลอหรือมีสีผิดปกติ
  • ขอบใบหน้าที่เบลอเล็กน้อย โดยเฉพาะตรงขมับและแก้ม
  • ต่างหูหรือแว่นตาที่ดูไม่ชัดเจน

วิธีทดสอบและป้องกันที่ได้ผลจริง

ใช้เวลาในการสังเกต - อย่ารีบเชื่อทันที สังเกตให้ดีอย่างน้อย 30 วินาที หากรู้สึกแปลก ๆ ให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง

พูดคุยให้นานขึ้น - Deepfake ส่วนใหญ่ทำได้ไม่นานมาก ถ้าพูดคุยเกิน 5-10 นาที มักจะเริ่มมีปัญหา เช่น ภาพเริ่มกระตุก เสียงไม่ตรงปาก หรือคุณภาพลดลง

ขอให้เคลื่อนไหว - ขอให้อีกฝ่ายลุกจากที่นั่ง เดินไปมา หันซ้ายขวา หรือโบกมือ เพราะ Deepfake ส่วนใหญ่ทำได้แค่หน้าตาและบ่าไหล่ การเคลื่อนไหวทั้งตัวหรือเปลี่ยนมุมกล้องจะทำให้เห็นความผิดปกติได้ชัด

เปลี่ยนมุมกล้อง - ขอให้หันหน้าไปมุมต่าง ๆ หรือเอียงหน้า คนโกงมักจะหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนมุม เพราะ Deepfake ทำงานได้ดีกับมุมหน้าตรงเท่านั้น

ขอให้ทำอะไรที่ไม่คาดเดา - เช่น ขอให้ร้องเพลง อ่านข้อความที่เราส่งให้ หรือตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจง คนที่ใช้ Deepfake มักจะหลีกเลี่ยงหรือหาข้ออ้างไม่ทำ

ติดตามชมได้ในรายการ TIC TAC TECH เรื่องไม่เล็กเทคโนโลยี วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.05 - 06.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

TIC TAC TECH เรื่องไม่เล็กเทคโนโลยี

1 - 30
31 - 60
61 - ล่าสุด

TIC TAC TECH เรื่องไม่เล็กเทคโนโลยี

1 - 30
31 - 60
61 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย