"ลิทัวเนีย" ถอดบทเรียน "ยูเครน" เสริมเขี้ยวเล็บทางการทหาร
เสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศและภาพสถานีรถไฟใต้ดินที่ถูกใช้เป็นที่หลบภัยตลอด 5 ปี ตอกย้ำว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังไร้แนวโน้มยุติ หนำซ้ำยังสุ่มเสี่ยงขยายวงสู่ยุโรปเหนือและแนวชายแดนนาโต โดยเฉพาะประเทศกลุ่มบอลติกอย่าง "ลิทัวเนีย" ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงและความท้าทายครั้งใหญ่
จากสมรภูมิยูเครน ลามสู่เงาแห่งสงครามในบอลติก
ภาพของการใช้สถานีรถไฟใต้ดินเป็นสถานที่หลบภัยกลายเป็นภาพชินตาของคนทั่วโลกตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ยูเครนได้โต้กลับด้วยการพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพลังงานและท่าเรือขนส่งน้ำมันของรัสเซียในบอลติก เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงขนาดใหญ่ทางเศรษฐกิจ
ทว่าโดรนทางทหารบางลำกลับพลาดเป้า หลุดเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ประเทศกลุ่มบอลติกได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้จากการรุกล้ำน่านฟ้าที่บ่อยครั้งขึ้น จนเกิดความกังวลถึงการขยายขอบเขตสงครามไปยังแนวชายแดนทางตอนเหนือของนาโต้ที่ประชิดรัสเซีย
ลิทัวเนียกับความเสี่ยง และการตอบโต้ทางความคิด
นอกจากความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ประธานาธิบดีลิทัวเนียได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BNS ว่า รัสเซียกำลังวางแผนก่อเหตุโจมตีบนแผ่นดินลิทัวเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต้และอียูที่มีพรมแดนติดแคว้นคาลินิกราดของรัสเซียทางตะวันตก
ทางด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียได้ออกมาโต้กลับทันที โดยระบุว่า ลิทัวเนียกำลังสร้างความหวาดกลัวขึ้นมาเอง เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการขยายอิทธิพลของนาโต้
บทเรียนสำคัญ และยุทธศาสตร์เพื่อสร้างสันติภาพ
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ประเทศในแถบบอลติกอย่างลิทัวเนียได้เพิ่มงบประมาณกลาโหมขึ้นถึง 3 เท่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จนคิดเป็น 5.3% ของจีดีพี ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศสมาชิกนาโต้
ในการเดินทางเยือนไทยของรัฐมนตรีต่างประเทศ เมื่อถูกสอบถามถึงบทเรียนของลิทัวเนียจากสงครามในครั้งนี้ คำตอบที่ได้ชี้ชัดว่า ขีดความสามารถในการยับยั้งถือเป็นกุญแจสำคัญที่สุดสู่การสร้างสันติภาพและเสถียรภาพภายในภูมิภาคอย่างแท้จริง




























































