รายงานสด "ชัชชาติ" ตรวจสอบเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์
เมื่อเวลา 08.40 น. วันนี้ (29 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์เพื่อติดตามสถานการณ์ล่าสุด โดยขณะนี้ยังเข้าไปด้านในไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ก่อน
ขณะเดียวกัน นายชัชชาติเปิดเผยว่า มีรายงานว่าในอาคารมีการติดตั้งระบบสปริงค์เกอร์ แต่คาดว่าอาจไม่สามารถคุมเพลิงได้ทั้งหมด ยอมรับว่าอุปสรรคสำคัญในการดับเพลิงครั้งนี้ คือ Facade ทำให้การฉีดน้ำจากภายนอกทะลุทะลวงเข้าไปด้านในได้ยาก
"ชัชชาติ" ลงพื้นที่คลองถมเซ็นเตอร์ ชี้ "เปลือกอาคาร-แบตเตอรี่" อุปสรรคใหญ่
เมื่อเวลา 08.40 น. วันนี้ (29 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์เพื่อติดตามสถานการณ์ล่าสุด โดยระบุว่าขณะนี้ยังเข้าไปด้านในไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงต้องใช้วิธีฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ก่อน
ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับว่า อุปสรรคสำคัญในการดับเพลิงครั้งนี้ คือ ฟาซาด (Facade) หรือเปลือกอาคารที่กั้นอยู่ ทำให้การฉีดน้ำจากภายนอกทะลุทะลวงเข้าไปด้านในได้ยาก ประกอบกับมีสินค้าประเภทแบตเตอรี่จำนวนมากที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี แม้ระบบสปริงเกอร์ในอาคารจะทำงานแต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า ต้นเพลิงน่าจะเริ่มจากบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ร้านค้าและมีสินค้าเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีรายงานคนติดค้าง โดยก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯ กทม. เคยลงพื้นที่ตรวจสอบประปาหัวแดงเพื่อใช้สนับสนุนการดับเพลิงในจุดเสี่ยงอัคคีภัยมาแล้ว
โครงสร้างอาคารเอียงเสี่ยงอันตราย ห้ามเข้าพื้นที่ – สินค้าถูกไฟไหม้เกือบทั้งหมด
สำหรับสถานการณ์ในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงและสกัดกลุ่มควันที่ปะทุขึ้นบางจุด ขณะที่ กลุ่มเจ้าของร้านและพนักงานที่มารอตรวจสอบความเสียหายยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากพบโครงสร้างบางส่วนเอียงตัวและยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
ด้าน พนักงานร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บริเวณทางเข้า เปิดเผยว่ายังไม่ทราบความเสียหายของร้านตนเองและอยากให้ควบคุมสถานการณ์ได้โดยเร็ว เพราะมีทรัพย์สินอยู่มาก โดยสินค้าภายในร้านส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ยานยนต์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นวัสดุติดไฟง่าย จึงถูกไฟไหม้ไปเกือบทั้งหมด
ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน ทั้งการลากสายฉีดน้ำเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ และโครงสร้างอาคารที่เป็นเหล็ก ทำให้น้ำเข้าถึงจุดที่เกิดเพลิงไหม้ได้ยาก จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยระหว่างปฏิบัติงาน
ศูนย์เอราวัณรายงานเจ็บ 11 คน – เขตป้อมปราบฯ ตั้งศูนย์ลงทะเบียนช่วยเหลือ
ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 คน แบ่งเป็นผู้มีอาการฉุกเฉินวิกฤต 1 คน ซึ่งเป็นอาสาดับเพลิงที่สำลักควัน ผู้มีอาการฉุกเฉินกึ่งวิกฤต 1 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 9 คน
ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้จัดตั้งศูนย์ลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ เพื่อรวบรวมข้อมูลและให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยแล้ว




























































