"รัฐบาลอนุทิน 2" เดินหน้าโครงการ "แลนด์บริดจ์"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อจัดประชุม "ครม.สัญจร" ครั้งแรกของรัฐบาลอนุทิน 2 โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาเดินหน้าโครงการ "แลนด์บริดจ์" (Landbridge) ชุมพร-ระนอง อภิมหาโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายค้านถึงความคุ้มค่าและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนในครั้งนี้
ครม.สัญจร ภาคใต้ ครั้งแรกของรัฐบาลอนุทิน 2
การลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันความตั้งใจที่จะผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อเป็นกลไกสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ แม้โครงการนี้จะไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในนโยบายรัฐบาล แต่ผู้นำรัฐบาลมั่นใจว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหากมีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้คัดค้าน
โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ชุมพร-ระนอง คืออะไร?
โครงการแลนด์บริดจ์ คือ โครงการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสองฝั่งทะเล (ชุมพร-ระนอง) โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- ท่าเรือน้ำลึก: สร้างท่าเรือน้ำลึกทั้ง 2 ฝั่ง (อ่าวไทยและอันดามัน)
- การเชื่อมโยง: เชื่อมด้วยรถไฟทางคู่และทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) ระยะทางกว่า 90 กิโลเมตร
- วัตถุประสงค์: เพื่อเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่ที่ช่วยลดความแออัดของช่องแคบมะละกา และพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจใหม่
ฝ่ายค้านตั้งคำถาม: ความคุ้มค่าและประโยชน์สาธารณะ
นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลต่อการผลักดันอภิมหาโปรเจกต์นี้ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
- ความคุ้มค่าของโครงการ: ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขความคุ้มค่าที่ชัดเจนเพื่อตอบคำถามประชาชน
- สิทธิประโยชน์ภาคเอกชน: รัฐบาลเน้นการให้สิทธิสัมปทานแก่เอกชนและการจัดสรรพื้นที่ ซึ่งต้องระวังไม่ให้กำไรเข้าเพียงกระเป๋าคนบางกลุ่ม
- ร่าง พ.ร.บ.SEC: ภายใต้กฎหมายนี้ มีการให้สิทธิชาวต่างชาติเช่าที่ดินนานถึง 99 ปี ซึ่งอาจทำให้ประชาชนและประเทศไทยเสียประโยชน์ในระยะยาว
ไทม์ไลน์การเสนอโครงการและการเปิดร่วมทุน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุขั้นตอนการดำเนินงานในอนาคตอันใกล้ไว้ดังนี้
- เสนอเข้า ครม.: คาดว่าจะเสนอเรื่องเพื่อให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบในช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2569
- เปิดร่วมทุนภาคเอกชน: หากผ่านการเห็นชอบ จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนได้ภายใน ไตรมาส 3 ของปี 2569




























































