ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงนี้กระแสการดูแลสุขภาพนั้นมาแรงจริง ๆ คนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ยืนยันได้จากผลสำรวจของ Virgin Active ที่ระบุว่าปี 2025 ที่ผ่านมาคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากถึง 71% โดยในปีนี้ ส่วนในปีนี้คนไทยกำลังตื่นเต้นกับ HYROX กีฬาฟิตเนสแนวใหม่ที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนและขึ้นแท่นเป็นกีฬาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกในขณะนี้
คำว่าเติบโตเร็วที่สุดในโลกถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เกินเลย เพราะเมื่อเรามองย้อนกลับไปในปี 2025 จะพบว่าการแข่งขัน HYROX ถูกจัดขึ้นมากถึง 83 รายการ ใน 11 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันสูงถึง 650,000 คน และสามารถทำรายได้มหาศาลกว่า 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 4.5 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการประเมินว่าในปีนี้ จะมีผู้เข้าร่วมสูงถึง 1.3 ล้านคน ส่วนตัวเลขจะทะยานไปสูงถึง 215 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ส่วนที่ประเทศไทยมีการจัดการแข่งขัน HYROX ครั้งแรกในช่วงปลายปี 2025 และในปีนี้ก็มีการจัดมาแล้วถึง 2 ครั้ง มีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันรวมถึง 17,500 คน มีดารา นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายเข้าร่วมแข่งขัน จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม HYROX ไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬาทั่วไปที่ใคร ๆ ก็เข้าร่วมได้ ต้องใช้ความอึด ทึก ทน ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
HYROX คือการแข่งขันที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก (Photo by JULIEN DE ROSA_AFP).jpg
ถอดรหัสกีฬาคนอึด HYROX คืออะไร ?
จุดเริ่มต้นของ HYROX เกิดขึ้นในปี 2017 ณ เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี โดย คริสเตียน เทิตซ์เคอ (Christian Toetzke) ผู้มีประสบการณ์ในการจัดกีฬาอีเวนต์ระดับโลก เช่น มาราธอน ไตรกีฬา การแข่งจักรยาน และ โมริตซ์ เฟือร์สเทอ (Moritz Fürste) นักกีฬาฮอกกี้ระดับตำนานดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก 3 สมัย
พวกเขาทั้ง 2 คนมีความฝัน ฝันที่จะจัดอีเวนต์ "ฟิตเนสแบบมาราธอน" เพื่อตอบโจทย์คนที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในฟิตเนส แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับทดสอบความแข็งแกร่งของตนเองอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นทั้ง 2 คน จึงได้ทำการทำออกแบบการแข่งขันสุดท้าทาย ด้วยการวิ่งระยะเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร สลับกับการเข้าสถานีฟิตเนส 1 สถานี สลับกันไปเช่นนี้เรื่อย ๆ จนครบ 8 รอบ และตั้งชื่อการแข่งขันนี่ว่า HYROX (Hybrid + Rockstar)
วิ่งระยะทางรวม 8 กิโลเมตร และสถานีทดสอบความฟิต 8 สถานี โจทย์สุดท้าทายของผู้เข้าแข่งขัน
จากรูปแบบการแข่งขันจะเห็นได้ว่า ผู้เข้าร่วมจะต้องวิ่งรวมระยะทางทั้งหมด 8 กิโลเมตร และผ่านด่านสถานีฟิตเนสอีก 8 สถานี เล่นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะจบการแข่งขัน ไม่มีการจำกัดเวลาในการเข้าเส้นชัย โดยสถานีฟิตเนสทั้ง 8 สถานี ประกอบไปด้วย
- SkiErg 1,000 เมตร - ดึงสายเคเบิล จำลองการเล่นสกี
- Sled Push 50 เมตร - ดันเลื่อนน้ำหนักให้เคลื่อนไปข้างหน้า
- Sled Pull 50 เมตร - ดึงเลื่อนน้ำหนักด้วยเชือกให้เคลื่อนเข้าหาตัว
- Burpee Broad Jumps 80 เมตร - ทำท่าเบอร์พี (คล้ายท่าวิดพื้น) แล้วกระโดดไปข้างหน้า
- Rowing 1,000 เมตร - พายเรือด้วยเครื่องกรรเชียงบก
- Farmers Carry 200 เมตร - หิ้วดัมเบลหรือเคตเทิลเบลเดินในระยะทางที่กำหนด
- Sandbag Lunges 100 เมตร - แบกกระสอบทรายแล้วก้าวเดินสลับขา
- Wall Balls 100 ครั้ง - โยนลูกบอลน้ำหนักอัดใส่เป้าบนผนัง
การแข่งขัน HYROX ถูกแบ่งออกเป็นหลายรุ่น เพื่อตอบโจทย์ความฟิตของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น รุ่น Open สำหรับมือใหม่หรือบุคคลทั่วไป และรุ่น Pro สำหรับผู้ที่ต้องการทดสอบขีดจำกัดขั้นสูง โดยสามารถแข่งได้ทั้งในรูปแบบ เดี่ยว, คู่ และทีม มีการแยกประเภท ชาย, หญิง, ทีมชาย, ทีมหญิง และทีมผสม
HYROX การแข่งขันสุดโหด
การวิ่ง 8 กิโลเมตร เมื่อนำมาร้อยเรียงเข้ากับ การออกกำลังกายทั้ง 8 สถานี ทำให้ HYROX กลายเป็นการแข่งขันหฤโหดสุดท้าทาย ความยากของมันไม่ใช่แค่เรื่องความหนักหน่วงในการใช้แรงกายเพื่อผ่านสถานีต่าง ๆ แต่เกิดจากการสลับระบบพลังงานไปมาตลอดเวลา ระหว่างระบบแอโรบิก (Aerobic) ที่ใช้ในขณะวิ่ง และระบบแอนแอโรบิก (Anaerobic) ที่ใช้ระหว่างผ่านสถานี
เช่น หลังจากผ่านสถานี Sled Push กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกจะถูกโหมใช้งานอย่างหนักจนเกิดการสะสมของกรดแลกติกและไฮโดรเจนไอออนในกล้ามเนื้อ ร่างกายจะสูญเสียพลังงานแบบเฉียบพลัน ขาจะรู้สึกหนักอึ้งหรือที่เรียกกันว่าขาล็อก ทำให้สปีดในการวิ่งรอบถัดไปจะตกลง และเมื่อเกิดการสะสมร่างกายก็จะเกิดความอ่อนล้า หมดแรงที่จะก้าวต่อไปยังสถานีถัดไป
Sled Push สถานีสุดโหดที่กล้ามเนื้อต้องโหมใช้งานอย่างหนัก (Photo by Amaury PAUL / AFP)
ซึ่งนอกจากความเหนื่อยล้าของร่างกายแล้ว ผู้เล่นยังต้องสู้กับความกดดันจากกฎกติกาที่เข้มงวดและละเอียดอ่อน หากทำผิดกติกาทำท่าออกกำลังกายไม่ถูกต้อง จะโดนทำโทษด้วยการปรับเพิ่มเวลาในทันที ทั้งหมดนี้ทำให้ HYROX กลายเป็นการแข่งขันสุดโหด ซึ่งพิสูจน์ได้จากสถิติเวลาเฉลี่ยในการเข้าเส้นชัยทั่วโลกในรุ่น Pro อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที และสำหรับในรุ่น Open อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
HYROX โหดขนาดนี้ ทำไมถึงได้รับความนิยม
HYROX is the sport for everybody หรือ HYROX คือ กีฬาสำหรับทุกคน คือแนวคิดของการแข่งขัน Hyrox ซึ่งเป็นแนวคิดที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง ผ่านความนิยมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ณ เวลานี้ โดยสาเหตุที่ได้รับความนิยมก็น่าจะเป็นเพราะการที่ HYROX เป็นกีฬาสำหรับทุกคนนั่นเอง
การออกกำลังกายด้วยท่าพื้นฐานที่มาจากการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ (Photo by Amaury PAUL / AFP)
HYROX ถูกออกแบบมาโดยหลีกเลี่ยงท่าทางที่มีความซับซ้อน มีพื้นฐานมาจากการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ดึง ดัน ย่อ ก้าว กระโดด ซึ่งทุกคนสามารถเรียนรู้เทคนิคที่ถูกต้องได้ภายในเวลาไม่นาน ทำให้เข้าถึงทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ง่าย ใครก็สามารถฝึกซ้อมและทำตามได้ แม้กระทั่งผู้สูงวัยที่มีอายุมากถึง 77 ปี ก็เคยผ่านเข้าเส้นชัยมาแล้ว
การแข่ง HYROX จะจัดในพื้นที่ปิดขนาดใหญ่ ทำให้หมดปัญหากวนใจเรื่องสภาพอากาศและแสงแดดแผดเผา ภายในงานจะถูกตกแต่งให้เหมือนงานคอนเสิร์ตขนาดย่อม มีดีเจเปิดเพลงจังหวะเร้าใจ ไปพร้อมกับแสงสีเสียงอลังการ คลอไปกับเสียงเชียร์จากผู้เข้าแข่งขันด้วยกัน และผู้ชมรอบสนาม สภาพแวดล้อมเหล่านี้ ช่วยผู้เข้าแข่งขันหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (คลายเครียด ลดความเจ็บปวด) และโดปามีน (เพิ่มแรงจูงใจ สร้างความพึงพอใจ) ทำให้รู้สึกถูกเต็มด้วยความสุขอยู่ตลอดเวลา จนเกิดเป็นภาพหน้าเปื้อนรอยยิ้มแม้ร่างกายจะเหนื่อยถึงขีดสุด กระตุ้นให้คนเห็นภาพดังกล่าว อยากพาตัวเองมาพิสูจน์ขีดจำกัดทางร่างกาย
ผู้เข้าแข่งขันจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินและโดปามีน ถูกเต็มด้วยความสุขในระหว่างการแข่งขัน (Photo by Amaury PAUL_AFP)
นอกจากนี้ HYROX ยังมีกติกาการแข่งขันที่ได้มาตรฐาน เป็นรูปแบบเดียวกันเหมือนกันทั้งโลก มีการจดบันทึกสถิติอย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถเปรียบเทียบสถิติเวลาของตัวเองได้อย่างโปร่งใส ดูได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะแข่งที่เยอรมนี, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, สิงคโปร์ หรือกรุงเทพฯ ก็มีค่าเท่ากันหมด ทำให้การฝึกซ้อมของผู้เข้าแข่งขันมีเป้าหมายที่วัดผลได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
HYROX มีกติกาเดียวกันทั้งโลก ได้มาตรฐาน วัดผลได้ มีสถิติอย่างเป็นทางการ
สุดท้าย HYROX ได้กลายเป็นกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มตัว มีการรวมกลุ่มกันเพื่อร่วมกันฝึกซ้อม เกิดเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่สมาชิกในกลุ่มจะแบ่งปันประสบการณ์ คอยให้กำลังใจกันตั้งแต่เริ่มซ้อมจนถึงวันแข่งจริง เกิดเป็นมิตรภาพและความผูกพันที่หาไม่ได้จากการออกกำลังกายเพียงลำพัง การออกกำลังกายในกลุ่มที่มีเป้าหมายร่วมกันเช่นนี้ มีส่วนสำคัญในการช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี
ผลดีต่อสุขภาพ และความเสี่ยงที่ต้องระวังของ HYROX
ประโยชน์ต่อสุขภาพและร่างกาย
- พัฒนาประสิทธิภาพของหัวใจและปอดอย่างรวดเร็ว การวิ่งสลับกับการผ่านสถานีออกกำลังกาย จะทำให้หัวใจปรับในการทำงานอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้ระดับ VO2 Max (ค่ามาตรฐานที่ใช้บอกความฟิต และสุขภาพของหัวใจกับปอด) พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว
- สร้างความแข็งแกร่งที่ใช้งานได้จริง การผ่านด่านในแต่ละสถานีจะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อทั่วร่างกายอย่างสมดุล จนกลายเป็นความแข็งแรงที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การแบกของหนัก หรือการเดินขึ้นบันไดโดยไม่หอบ
- ส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว HYROX จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมันไปพร้อมกัน นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ในอัตราสูงต่อเนื่องนานถึง 12 - 24 ชั่วโมง แม้จะออกกำลังกายเสร็จไปแล้วก็ตาม
- เพิ่มความแข็งแกร่งทางจิตใจ ความพยายามในการผ่านการแข่งขันสุดโหดคือการฝืนร่างกายให้มุ่งไปข้างหน้าต่อ เป็นการช่วยเพิ่มความทนทานต่อความเจ็บปวด ลดความวิตกกังวล เสริมให้จิตใจแข็งแกร่ง และเพิ่มความมั่นใจในการจัดการกับปัญหาในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
HYROX มีผลดีต่อสุขภาพ และมีความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง (Photo by Amaury PAUL_AFP)
ความเสี่ยงและอันตรายที่ต้องระวัง
- การฝึกซ้อมที่เกินกำลัง หากฝึกซ้อมอย่างหักโหมโดยไม่มีวันพักผ่อนที่เพียงพอ ระบบประสาทจะตึงเครียดตลอดเวลา ส่งผลให้นอนหลับยาก ฟื้นตัวช้า เป็นตะคริวบ่อย และส่งผลเสียต่อระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกันร่างกาย
- ฮอร์โมนความเครียดพุ่งสูง ความเหนื่อยล้าสะสมจะกระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียดทำหน้าที่ตอบสนองต่อภาวะกดดันหรืออันตราย) ซึ่งหากมีมากเกินไปมันจะหันกลับมาทำลายกล้ามเนื้อ ทำลายเซลล์สมอง
- อาการบาดเจ็บ หากขาดการเตรียมร่างกายที่ดี การวิ่งระยะไกลและการแบกรับน้ำหนักอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง เช่น เอ็นเข่าหรือข้อเท้าอักเสบ ลูกสะบ้าอักเสบ และถ้าใช้เทคนิคท่าทางที่ไม่ถูกต้อง จะส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนล่างต้องแบกรับแรงกดมากจนเกินไปจนเกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง
- ภาวะกล้ามเนื้อสลาย ภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุดของ HYROX ผู้ที่ฝืนร่างกายเกินขีดจำกัด กล้ามเนื้อที่ถูกทำลายจะปล่อยสารเคมีเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน และปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายสีเลือดจาง ๆ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤตที่นำไปสู่ภาวะไตวาย
- การเสพติดความเจ็บปวด บางครั้งสมองจะจำว่าความเหนื่อยล้าเจียนตายและความเจ็บปวดคือรางวัลจากการหลั่งโดปามีนและเอนดอร์ฟิน ทำให้ผู้เล่นฝืนซ้อมทั้งที่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว
จะเห็นได้ว่า HYROX ไม่ได้เป็นเพียงกระแสนิยมระยะสั้น แต่เป็นการแข่งขันที่สะท้อนให้เห็นถึงการทลายข้อจำกัดและค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในของตนเอง ซึ่งการจะก้าวข้ามขีดจำกัด ไม่ได้วัดกันที่ เราจะวิ่งเร็วแค่ไหน ผ่านสถานีต่าง ๆ ได้หรือไม่ เพียงเท่านั้น แต่อยู่ที่ความเข้าใจร่างกายของตนเอง รับฟังเสียงเตือนที่ร่างกายส่งออกมา ว่าตอนไหนควรหยุดตอนไหนควรไปต่อ ผนวกกับการมีวินัยในการฝึกซ้อมที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผสานเข้ากับความมุ่งมั่นทุ่มเทในการพิสูจน์ตัวเอง สิ่งเหล่านี้จะหลอมรวมให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน มุ่งหน้าสู่เส้นชัยของ HYROX ได้อย่างปลอดภัย สร้างความทรงจำอันทรงคุณค่า ก้าวข้ามขีดจำกัดของการออกกำลังกายได้อย่างแท้จริง
ส่วนใครที่กำลังมองหาความท้าทายใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขอแนะนำ Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026 ครั้งแรกกับประสบการณ์วิ่งบน “เส้นทางลอยฟ้าที่สวยที่สุดของกรุงเทพฯ” สะพานภูมิพล 1 และ สะพานภูมิพล 2 เชื่อม 2 ฝั่งแผ่นดิน ระหว่างกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ เปิดรับสมัครแล้ววันนี้
ติดตามอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- ต้อง “ออกกำลังกาย” เท่าใด ? จึงจะ “ชดเชย” การนั่งทั้งวันได้
- Physical Activity เบื้องหลังมติสำคัญระดับโลกที่ทำให้คนไทยมีสุขภาพดี
- ถอดรหัสไวรัลแอโรบิกสวนลุมฯ เอโอซิสเมืองหลวงและการต่อสู้เชิงพื้นที่ของคนกรุงเทพฯ
- Barefoot วิ่งเท้าเปล่า การหวนคืนสู่อิสระของนักวิ่ง
อ้างอิงข้อมูล
- HYROX Thailand
- เตรียมแข่ง HYROX ยังไงให้ถึงเส้นชัย.. โดยไม่พาอาการเจ็บกลับบ้าน | BDMS Wellness Clinic
- Hyrox ในมุมของWellness and Longevity | หมอฟ้า (Blue Zone Thailand)
- HYROX แบบเข้าใจง่าย: รูปแบบสนามและแนวทางการเตรียมตัว | YinMuscle









