เรามักจะเห็นเรื่องราวการรับบุตรบุญธรรมในหนังตะวันตกอยู่บ่อย ๆ อย่างไรก็ดี ไม่นานมานี้ บุตรบุญธรรมชาวเกาหลีกลุ่มหนึ่งตัดสินใจฟ้องเดนมาร์ก ที่อาจปกปิดเบื้องหลัง “การถูกรับเลี้ยง” ของพวกเขา
ระหว่างปี พ.ศ. 2498-2542 เกาหลีใต้ส่งเด็กกว่า 140,000 คนออกนอกประเทศ เพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้รับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม และหากโฟกัสแค่เดนมาร์กประเทศเดียว มีเด็กชาวเกาหลีใต้ราว 7,220 คนถูกส่งตัวไปที่ประเทศสแกนดิเนเวียแห่งนี้ช่วงปี 2513-2532 เด็กกลุ่มนี้ในเดนมาร์กได้รับคำบอกเล่าเหมือนกันว่า พวกเขาเป็น “เด็กกำพร้าข้างถนน (street orphans)” แต่ผ่านมาหลายสิบปี รายงานจาก Ankestyrelsen ซึ่งดูแลคำร้องเรียนเกี่ยวกับการรับบุตรบุญธรรมของเดนมาร์ก เปิดเผยว่า หน่วยงานรัฐของประเทศรู้ถึงการ “เปลี่ยนอัตลักษณ์เด็ก” ที่กระทำการในเกาหลีใต้ พร้อมทั้งจ่ายเงินราว 274 ล้านบาทเพื่อดำเนินการการรับอุปการะเด็ก
เมื่อเดือนตุลาคม 2568 เกาหลีใต้ได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและ “การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างอยุติธรรม” อันเกี่ยวกับเด็กที่ถูกส่งตัวไปรับอุปการะต่างแดน ส่วนเดนมาร์กนั้นได้หยุดการรับอุปการะเด็กต่างชาติเข้าประเทศในปี 2567 หลังพบปัญหาร้ายแรงด้านความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม เหล่าบุตรบุญธรรมในอดีตที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้วในวันนี้ส่วนหนึ่ง ก็ต้องการความยุติธรรมและความจริงให้กระจ่างชัด
“การรู้ถึงตัวตนของตัวเอง และโอกาสติดต่อกับครอบครัวผู้ให้กำเนิด เป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งนะคะ” Sidse Koch Jorgensen นักกายภาพบำบัดและบุตรบุญธรรมชาวเกาหลีใต้วัย 53 ปี กล่าวกับ AFP “ฉันอยากให้รัฐบาลเดนมาร์กรับผิดชอบต่อการละเลยเมินเฉยอย่างมาก [ต่อกระบวนการรับเด็กต่างชาติมาอุปการะในประเทศ]” นี่จึงเป็นเหตุผลที่บุตรบุญธรรมชาวเกาหลีใต้ 8 คนในเดนมาร์กฟ้องร้องรัฐ และเรียกร้องค่าเสียหายคนละ 1,270,700 บาทโดยประมาณ
อีกด้านหนึ่ง ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มบุตรบุญธรรมชาวเกาหลีใต้ต่างตามหาครอบครัวทางสายเลือดของตัวเอง อย่าง Jorgensen ได้เริ่มกลับไปที่ประเทศบ้านเกิดในปี 2556 ต่อมา เธอได้พบพ่อผู้ให้กำเนิด พร้อมทราบความจริงว่า แท้จริงแล้ว ผู้เป็นแม่ได้ฝากตัว Jorgensen ไว้ที่ “แคมป์ดูแล” แห่งหนึ่งโดยที่ไม่ได้ปรึกษาสามีก่อน แต่เกิดการส่งเด็กหญิงคนนี้ไปยังเดนมาร์กเพื่อให้คนอื่นเลี้ยงดู
Sofie Randel บุตรบุญธรรมเชื้อสายเกาหลีใต้ในเดนมาร์ก (ภาพ: Camille Bas-Wohlert/AFP)
Sofie Randel วัย 52 ปี เป็นบุตรบุญธรรมอีกคนหนึ่งที่มาจากเกาหลีใต้ Randel และน้องชายเดินทางข้ามถึงเดนมาร์กในปี 2520 โดยในเอกสารบอกว่า พวกเขาเป็นเด็กข้างถนน แต่หลังจากสืบสาวประวัติ เธอพบว่า แม่บังเกิดเกล้าของเธอจำต้องฝากเธอและน้องชายไว้ที่สถานเด็กกำพร้า เพราะครอบครัวประสบปัญหาทางการเงิน แต่สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้กลับส่งตัวพวกเขาไปจนถึงเดนมาร์ก ท้ายที่สุด Randel กับน้องชาย ได้พบพี่น้องอีก 3 คนในเกาหลีใต้เมื่อ 3 ปีก่อน และ Randel ยังเชื่อว่า รัฐเดนมาร์กพยายาม “ปกปิดเรื่องราว” ที่แท้จริงมาโดยตลอด
เอกสารเกี่ยวกับการรับเลี้ยงดูของ Sofie Randel เมื่อย้ายมาถึงเดนมาร์ก (ภาพ: Camille Bas-Wohlert/AFP)
มันมีหลายแง่มุม หลากอารมณ์ แล้วก็มีความโกรธแค้นอยู่มากด้วยค่ะที่รัฐบาลได้ทำกับเรา ครอบครัวของเรา รวมถึงพ่อแม่ชาวเดนิชของเราด้วย พวกเขาไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย และพ่อแม่บางคนต้องรู้สึกลำบากใจที่ต้องมารู้ว่า เด็กที่คุณรักและรับเลี้ยงดูมานั้น ถูกขโมยมาค่ะ – Sofie Randel
อ่านเรื่องรอบโลกอื่น ๆ ที่น่าสนใจกับ Thai PBS NOW
- เปิดคดี ‘D4vd’ จากศิลปินดาวรุ่งสู่ผู้ต้องหาฆาตกรรมเด็กสาว
- เมื่อ ‘เอลซัลวาดอร์’ จัดการปัญหาแก๊งอาชญากรรมแบบถอนรากถอนโคน
- หญิงสาวผู้รอดชีวิตจากการถูกแทงกว่า 40 ครั้ง และความรุนแรงต่อสตรีในบราซิล
อ้างอิง
- Competent authority on adoption in Denmark, Ankestyrelsen
- Eight South Korean adoptees sue Danish state over human rights, The Korea Herald/AFP [May 4, 2026]
- South Korean adoptees sue Denmark over right to know birth families, AFP [June 4, 2026]
ติดตามเรื่องราวและบทความทันทุกกระแสกับ Thai PBS NOW: www.thaipbs.or.th/now
รูปภาพของ Sofie Randel และน้องชายเมื่อวัยเด็ก (ภาพ: Camille Bas-Wohlert/AFP)








