เร่งเดินหน้าจัดสอบตำรวจใหม่
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทุจริตสอบข้าราชการตำรวจว่า ขณะนี้มีความชัดเจนเรื่องสนามสอบใหม่แล้ว โดย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐาะหัวหน้าคณะทำงานการจัดสอบใหม่ได้สรุปเบื้องต้นว่าจะใช้สนามสอบในส่วนภูมิภาคเป็นหลัก แยกเป็นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ และส่วนกลางกรุงเทพมหานครอีก 1 สนาม ซึ่งจะให้ไปจัดหาสนามสอบที่เป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ในแต่ละภูมิภาคที่สามารถรองรับผู้เข้าสอบได้ประมาณ 20,000 คน ที่จะสอบในแต่ละภูมิภาค
สำหรับการรวมสนามสอบเป็นภูมิภาค เพื่อที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีที่ตำรวจพัฒนาขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตรวจโลหะ เครื่องตรวจจับซิลิคอน ตรวจบุคคล เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ และวิทยุความถี่ต่ำมาควบคุมได้ ส่วนข้อสอบจะออกใหม่ทั้งหมด คณะกรรมการออกข้อสอบอาจใช้ชุดเดิม แต่จะมีปรับปรุงบางส่วน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันสอบใหม่ เนื่องจากต้องรอเรื่องสนามสอบที่ต้องเป็นสถานที่ที่ว่างพร้อมกัน และต้องเริ่มขั้นตอนการออกข้อสอบใหม่ด้วย
ในส่วนของการสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นหัวหน้าทำงาน ได้สั่งการให้ทางกองปราบปรามมาร่วมทำคดีนี้ด้วย ขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก มีการออกหมายจับและจับกุมได้เป็นระยะ ในสัปดาห์นี้จะเน้นเรื่องของการยึดทรัพย์ โดยประสานงานกับทาง ป.ป.ง.ในการดำเนินการตรวจสอบเส้นทางทางการเงินตลอดจนทรัพย์สิน การโอนย้ายทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ถูกจับกุมตัวแล้ว และผู้ที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งหมด
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุด้วยว่า ในส่วนของตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นนายหน้า ยังไม่มีหลักฐานจนสามารถออกหมายจับได้ จึงต้องให้ดำเนินการทางปกครองไปก่อน
ขณะที่นางพรเพ็ญ รัตโนภาส ผู้อำนวยการศูนย์สรรหาและคัดเลือก สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. พร้อมคณะทำงานรวม 19 คน เข้าพบ พล.ต.ต.จักรกฤษณ์ สิงห์ศลารักษ์ ผู้บังคับการกองการสอบ กองบัญชาการศึกษา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหารือแนวทางการป้องกันการทุริตการสอบข้าราชการพลเรือนที่เตรียมจัดสอบระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ เกือบ 700,000 อัตรา
โดย พล.ต.ต.จักรกฤษณ์ เปิดเผยว่า สิ่งที่สำนักงาน ก.พ. เป็นกังวลคือ การทุจริตการสอบเข้าเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งพบว่าเป็นเครือข่ายเดียวกับการสอบนายสิบตำรวจที่ผ่านมา จึงแนะนำให้ ก.พ. ระวังขั้นตอนการนำข้อสอบจากศูนย์อำนวยการออกข้อสอบ เพื่อส่งต่อไปยังสถานที่สอบ เพราะอาจทำให้ข้อสอบรั่วได้ พร้อมยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมสนับสนุนกำลังทุกด้าน เพื่อป้องกันการทุจริต
