กรมอุตุฯ เตือนเฝ้าระวังดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.นี้

สังคม
08:47
จำนวนผู้ชม 38
Thai PBS
กรมอุตุฯ เตือนเฝ้าระวังดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศ ระวังอันตรายจากน้ำป่าและดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ จากฝนที่ตกลงมาหนัก ขณะที่จังหวัดน่าน เร่งฝึกซ้อมแผนป้องกัน เพื่อเตรียมรับมือน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานจากอิทธิพลลมมรสุมในระยะนี้ จะทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนตกชุกหนาแน่น และตกหนัก ถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประชาชนบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ขณะที่ชาวเรือควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ช่วงระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคมนี้

ขณะที่จังหวัดน่าน มีการฝึกซ้อมแผนป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัย ที่บริเวณสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบล เชียงของ อำเภอนาน้อย ในการฝึกซ้อมได้มีการจำลองเหตุการณ์และอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสียงภัยได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว เนื่องจากจังหวัดน่านมีพื้นที่เสี่ยงภัยกระจายในทุก 15 อำเภอ รวม 403 หมู่บ้าน

ส่วนที่จังหวัดพิจิตร นายสุวิทย์ วัชโรทยางกูร ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร มอบเงิน 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือ ครอบครัวของนายทองคำ บุญแสน อายุ 73 ปี ชาวตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล ที่เสียชีวิตจากถูกต้นไม้ที่หักโค่นทับ หลังเกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อคืนวานนี้ (24 พ.ค.) ขณะที่พื้นที่ใน 3 อำเภอคือ อำเภอเมืองพิจิตร, อำเภอบางมูลนาก และอำเภอโพทะเล จากการสำรวจล่าสุดพบว่าบ้านเรือนเสียหาย 18 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 1 คน

ส่วนโครงการก่อสร้างระบบผันน้ำ จากลุ่มน้ำลำตะคองที่จะไหลผ่านตัวเมืองนครราชสีมา เพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในช่วงฤดูน้ำฝนที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ยืนยันว่าระบบผันน้ำจะเริ่มใช้การได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพราะคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 70 และจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งระบบภายในปี 2558 ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจของจังหวัดนครราชสีมาได้อย่างถาวร

ส่วนภาคใต้ที่จังหวัดสตูล เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทั่วทั้งจังหวัดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประกาศเตือนให้ชาวบ้านที่อยู่ริมเทือกเขา เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ส่วนชาวประมง และเรือท่องเที่ยวขนาดเล็กควรงดออกจากฝั่ง เนื่องจากในทะเลมีคลื่นลมแรง เช่นเดียวกับจังหวัดอ่างทอง ที่เกิดพายุฝนที่ตกอย่างหนักนานหลายชั่วโมงเมื่อคืน (24 พ.ค.) ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายหลายหลัง โดยเฉพาะห้องสืบสวนตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง ที่หลักคาปลิวหายไปทำให้คอมพิวเตอร์ และทรัพย์สินต่างๆภายในห้องเสียหาย