นักวิชาการ เสนอตั้งกองทุนกู้ยืมเงินก่อนเปิดเทอม
รองศาสตราจารย์ สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานเสวนาลูกเปิดเทอมปีนี้คนไทยจะเพิ่งใคร ว่า ผลการศึกษาของครอบครัวที่มีรายได้ 8,000 -10,000 บาท ต่อเดือน ในปีนี้ มีหนี้สินเพิ่มขึ้น เป็น 70,000-80,000 บาทต่อเดือน จากเดิมที่มี 50,000 บาท หลังราคาสินค้าเเพงขึ้นร้อยละ 70 บวกกับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาที่สูงขึ้น ทางออก สำหรับการจัดการค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นคือ ครอบครัวต้องช่วยกันลดค่าใช้จ่าย ซึ่งหากครอบครัวเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ให้ร้องเรียนศาลปกครอง หรือ กรรมาธิการ การศึกษา สภาผู้เเทนราษฎร พร้อมเสนอให้รัฐบาล จัดตั้งกองทุนกู้ยืม สำหรับช่วงเปิดเทอม ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนนอกเหนือจากโครงการเรียนฟรี 15 ปี
ด้าน นายชัชวาลย์ ศรีนนท์ ผู้อำนวยการ สถานธนานุบาล กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กทม. ตั้งงบประมาณ เพิ่มสภาพคล่องให้กับ โรงรับ จำนำของ กทม. ทุกปี เพื่อรองรับกับประชาชนที่นำทรัพย์มาจำนำมากขึ้น โดยเฉพาะ ช่วงกลางปี 2554 ยอดจำนำอยู่ที่ 500- 600 ล้านบาท ต่อเดือน เเต่ ปัจจุบัน ปี 2555 เพิ่มเป็น 800-900 ล้านบาทต่อเดือน ในจำนวนนี้ร้อยละ 70 เป็นวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท มีสถิติของหลุดจำนำไม่เกินร้อยละ 10 เเสดงให้เห็นว่า ผู้ปกครองต้องการเงินในระยะสั้น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายบุตรหลานช่วงเปิดเทอม
ขณะที่ นายกนก วงศ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ใน ฐานะ รัฐมนตรี เงา ศึกษา ได้รับการร้องเรียนว่าโรงเรียน หลายเเห่งลดจำนวนนักเรียน ที่สอบคัดเลือกเเละนักเรียนในเขตพื้นที่ให้น้อยลง เเละเพิ่มจำนวน การรับเด็ก ตามโครงการพิเศษ รวมถึงเด็กนอกพื้นที่แทน ขณะที่ โครงเรียนฟรี 15 ปี ที่ประกาศให้งบประมาณ 22 รายการ เเต่ความจริง ผู้ปกครองได้ฟรีเเค่ 5 รายการ ส่วนที่เหลือ โรงเรียนเรียกเก็บเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง
ส่วน นายอรรถวิทย์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลควรใชเงินงบประมาณในโครงการพักหนี้รายย่อย จำนวนกว่า 40,000 ล้านบาท มาช่วยเหลือผู้ปกครอง ที่กำลังได้รับความความเดือร้อนน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าการนำไปช่วยเหลือ ผู้ที่มีเครดิต
