กทม.ยืนยันมีอำนาจต่อสัญญาบีทีเอสอีก 13 ปี
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ชี้แจงกรณีที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสงสัยว่าการขยายอายุสัญญาบริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส ออกไป 13 ปี ทั้งที่เหลือสัญญาเดิมอยู่อีก 17 ปี รวมเป็น 30 ปี เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน และเตรียมนำข้อมูลส่งให้คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบ
นายธีระชนอ้างว่า การที่บริษัทกรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างบีทีเอสโดยตรงด้วยสัญญาระยะยาว 30 ปีนั้น ทำให้ประหยัดงบประมาณ ด้านค่าใช้จ่ายการเดินรถ และด้านต่างๆ จาก 12,000 ล้านบาท เป็น 6,000 ล้านบาท อีกทั้ง กทม.ได้ตัดสินใจไม่ต่อสัมปทานในปีที่ 18 โดยจะใช้สัญญาว่าจ้างเดินรถแทน เพราะเงื่อนไขสัมปทานเดิมระบุว่าบีทีเอสจะได้สิทธิ์แรกในการได้สัมปทาน ซึ่งมองว่า ทำให้ กทม.เสียเปรียบ อีกทั้งการไม่ต่อสัมปทานจะทำให้รายได้เข้าสู่ กทม.โดยตรงในอนาคต ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นอำนาจตามกฎหมายของ กทม.โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายธีระชนยอมรับว่าเรื่องนี้กำลังนำไปสู่ประเด็นทางการเมือง จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนข้อมูล เพราะอาจสร้างความสับสนให้กับประชาชน โดยทาง กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับการถูกตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าดำเนินการถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ และยึดประโยชน์ของคนกรุงเทพฯ เป็นหลัก โดยหลังจากนี้จะเข้าชี้แจงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และจะจัดทำเอกสารเป็นสมุดปกขาวชี้แจงต่อต่อสภาผู้แทนราษฎร สภา กทม. และสื่อมวลชนถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
