กรมราชทัณฑ์ฯเตรียมดำเนินคดี จนท.พัวพันขบวนการค้ายาเสพติดในเรือนจำ
พล.ต.ต.รณพงษ์ ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ต่ำกว่า 3 คนแน่นอน ส่วนจะมีจำนวนเท่าใดและเป็นใครนั้นขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และพร้อมจะเปิดเผยรายชื่อหากมีหมายจับจากเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.
ขณะที่ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้ทำรายงานสรุปผลตรวจค้นเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชและข้อเท็จจริงที่มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้คุมแดน 4,5,6 ประมาณ 10 ราย ทั้งผู้ที่เข้าเวรและไม่เข้าเวรในวันเกิดเหตุ เพราะถือว่าทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งหากพบใครเข้าไปพัวพันขบวนการค้าเสพติดต้องถูกดำเนินดคีอาญาและวินัยร้ายแรง
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ 3 คน ที่ตำรวจพบหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับของกลางที่พบ กรมราชทัณฑ์ ได้สั่งให้ออกจากราชการแล้ว พร้อมประสาน ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินอื่น ๆ ด้วย ขณะเดียวกัน ยังได้จับตาความเคลื่อนไหวในเรือนจำต่างจังหวัดและส่วนกลางกว่า 15 แห่ง ซึ่งมีนักโทษรายสำคัญอยู่
ขณะที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าอยากให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง เพราะเชื่อว่า หากมีการตรวจค้นเรือนจำรอบที่ 3 ก็จะพบยาเสพติดอีก
นอกจากนี้อยากให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไปตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะมีประชาชนแจ้งเบาะแสยาเสพติดหลายครั้ง แต่ปรากฏว่าผู้ค้ายาเสพติดมักไหวตัวทัน และกลับมาเล่นงานผู้แจ้งเบาะแส แสดงว่ากลุ่มผู้ค้าและเจ้าหน้าที่รัฐมีความสัมพันธ์กันมาตลอดทำให้ยากต่อการจับกุมและหากจะกวาดล้างยาเสพติดให้หมดสิ้นก็ควรปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ในเรือนจำแห่งนี้ โดยสลับกับเรือนจำอื่นทั่วประเทศ
