กู้โบกี้รถไฟตกรางตรงข้ามสนามบินดอนเมืองได้แล้ว
เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมง กู้โบกี้รถไฟบรรทุกน้ำมัน จำนวน 6 โบกี้ ที่ตกรางอยู่บริเวณตรงข้ามสนามบินดอนเมือง เนื่องจากระหว่างการเคลื่อนย้ายโบกี้ด้วยการใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกโบกี้ขึ้น ต้องระวังไม่ให้เกิดประกายไปจากน้ำมันที่รั่วไหลออกมา พร้อมทั้งต้องใช้น้ำฉีดเลี้ยงตลอดการเคลื่อนย้าย โดยสามารถเคลื่อนย้ายโบกี้รถไฟทั้งหมดได้สำเร็จ เมื่อเวลาประมาณ 24.40 น. ทำให้ขณะนี้ สามารถเปิดเส้นทางเดินรถไฟฝั่งขาขึ้น เพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ตามปกติ และจะใช้เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางร่วมในการเดินทางทั้งขาขึ้นและขาล่องชั่วคราว เนื่องจากยังต้องมีการปิดเส้นทางขาล่องเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อซ่อมแซมรางรถไฟที่ชำรุดและโก่งงอ โดยได้เริ่มให้บริการรถไฟขบวนแรกแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเป็นรถไฟขบวนเร็ว 143 ปลายทางจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับรถไฟบรรทุกน้ำมันขบวนนี้มีจำนวน 21 โบกี้ บรรทุกน้ำมันดิบจาก จังหวัดพิษณุโลก มุ่งหน้าโรงกลั่นน้ำมันบางจาก แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ 6 โบกี้สุดท้าย เกิดพลิกตะแคงตกราง ทำให้น้ำมันที่บรรทุกมาเกิดรั่วไหลออกจาก 5 ใน 6 โบกี้ที่ตกราง เจ้าที่ต้องเร่งปิดวาล์วน้ำมันที่รั่วไหล พร้อมปิดการจราจรในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากเกรงว่า ประชาชนที่สัญจรบริเวณดังกล่าวจะได้รับอันตราย แต่ภายหลังก็สามารถกู้โบกี้รถไฟทั้งหมดได้สำเร็จ
สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ นายณรงค์ฤทธิ์ ศิวะสาโรจน์ วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย ประเมินว่า อากาศที่ร้อนจัดอาจทำให้รางรถไฟขยายตัวและเกิดคดงอ ทำให้รถไฟเกิดพลิกตกราง ซึ่งตามปกติเหตุการณ์นี้ ผู้ขับรถไฟจะเป็นผู้ประเมินว่า เมื่อพบรางคดจะทำการหยุดรถหรือไม่ เบื้องต้นคาดว่า คนขับรถพยายายามหยุดขบวนรถแล้ว แต่ด้วยน้ำหนักบรรทุกที่มาก ประกอบกับระยะเบรคที่อาจไม่เพียงพอจึงส่งผลให้ท้ายขบวนเกิดพลิกตกราง แต่หากเป็นกรณีของการบรรทุกผู้โดยสารเหตุการณ์ลักษณะนี้จะมีโอกาสเกิดได้น้อยกว่า เนื่องจากน้ำหนักบรรทุกมีน้อยกว่า ทำให้ใช้ระยะในการเบรคที่สั้นกว่า
