เครือข่ายองค์กรสุขภาพผู้หญิงค้าน สธ.ซื้อวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเหตุแพงเกินจริง
หลังจากที่ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศจะจัดซื้อวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก เอชพีวี เข้าคณะรัฐมนตรี ในราคาเข็มละ 500 บาท เพื่อฉีดให้กับเด็กหญิงอายุ 12 ปีจำนวน 400,000 คน คนละ 3 เข็ม เป็นเงินต่อหัวคนละ 1,500 บาท รวมเป็นงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่า วัคซีนชนิดดังกล่าวจะสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ตลอดชีวิต
โดยน.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้ประสานงานมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง หรือ สคส.กล่าวว่า วัคซีนเอชพีวี สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้เพียง 2 สายพันธุ์จากหลายร้อยสายพันธุ์ จึงไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 100 เปอร์เซนต์
การตรวจคัดกรองแบบแปบสเมียร์และการตรวจด้วยกรดน้ำส้ม เป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลมากกว่า เพราะแม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ก็ต้องตรวจคัดกรองโรคอีกครั้ง จึงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข ทบทวนแนวคิดดังกล่าว
นพ.ยศ ตีระวัฒนานนท์ หัวหน้าโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ เปิดเผยผลวิจัยเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการฉีดวัคซีนเอชพีวีว่า หลังได้รับวัคซีนเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะมีผลสัมฤทธิ์ต่อการป้องกันในอีก 20 ปีและยังพบว่า ผู้หญิงที่ฉีดวัคซีนดังกล่าว สามารถป้องกันโรคได้เพียงร้อยละ 50 - 70 ของจำนวนผู้ฉีดวัคซีนทั้งหมด รวมถึงยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการ ยืนยันว่า วัคซีนนี้สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้นานเกิน 10 ปีหรือไม่
นอกจากนี้ยังพบความไม่คุ้มค่าหากซื้อวัคซีนในราคาเข็มละ 500 บาท และเป็นการเพิ่มภาระงบประมาณให้กับรัฐบาล เมื่อเทียบกับวิธีการตรวจคัดกรอง ยกเว้นว่าจะจัดซื้อวัคซีนในราคาต่ำกว่า 190 บาทต่อเข็ม
นอกจากนี้ เครือข่ายองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสุขภาพผู้หญิงยังเสนอให้นำแนวคิดการจัดซื้อวัคซีนมะเร็งปากมดลูก เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ และอนุกรรมการชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อประเมินความคุ้มค่า ก่อนผลักดันเป็นนโยบายรวมทั้งให้เพิ่มการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกครอบคลุมผู้หญิงร้อยละ 80 ซึ่งจะลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้ได้ปีละ 530 คน และลดอัตราผู้เสียชีวิต 240 คนต่อปี ขณะที่ปัจจุบัน มีผู้ป่วยใหม่ปีละ 6,000คน และผู้เสียชีวิตปีละ 2,000 คน
