ประธานสภาฯส่งรายงาน กมธ.ปรองดอง ถึง ครม.สัปดาห์หน้า

การเมือง
07:00
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
ประธานสภาฯส่งรายงาน กมธ.ปรองดอง ถึง ครม.สัปดาห์หน้า

ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ปฏิเสธการเร่งรัด หรือ รวบรัดสรุปร่างฉบับกรรมาธิการฯให้แล้วเสร็จวานนี้ ( 5 เม.ย.) พร้อมยืนยันทุกมาตรา เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประธานรัฐสภาเตรียมส่งรายงานสรุปการสร้างความปรองดองฉบับของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์หน้า หลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 307 เสียง

เมื่อเวลา 01.40 น.ของคืนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับทราบรายงานและลงมติเห็นชอบด้วยเสียง 307 เสียง งดออกเสียง 2 คน ไม่ลงคะแนน 3 คน จึงสรุปที่จะส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองแห่งชาติ ให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จะตรวจสอบความถูกต้อง และนำส่งให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า

ขณะที่ก่อนปิดอภิปรายกลางดึกวานนี้ ( 5 เม.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวย้ำว่า กระบวนการปรองดองไม่ควรตอบโจทย์เพียงกลุ่มบุคคล หรือ บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะการเกิดแรงผลักดันนำความขัดแย้งจากระบบไปสู่ท้องถนน ทั้งนี้ยังคงชี้ว่า แนวทางการปรองดองมีความผิดปกติที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ จึงเสนอที่จะไม่รับนิรโทษกรรมพร้อมกลุ่มบุคคล เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข รองประธาน กมธ.ปรองดอง ยืนยันว่า ข้อเสนอการนิรโทษกรรม และ ล้มคดี คตส.ไม่ได้มาจากกรรมาธิการ แต่มาจากผลการวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า และ ยืนยันไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ปกป้องส่วนได้เสียของตัวเองและพวกพ้อง

สำหรับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 291 นั้น นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายยืนยันว่า สรุปร่างในชั้นกรรมาธิการแล้วเสร็จวานนี้ โดยทุกกระบวนการเป็นไปตามขั้นตอน ที่กรรมาธิการทั้งคณะยอมรับตรงกันจึงไม่ใช่การเร่งรัดหรือรวบรัดแต่อย่างใด ส่วนข้อสังเกตจากทีมที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีร่างแก้ไขฉบับของรัฐบาล ที่ระบุให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการฯ ถือเป็นความเข้าใจผิด ซึ่งกรรมาธิการได้พิจารณาและเห็นตรงกันแล้วที่จะมี นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้จะนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 2 วันที่ 10-11 เม.ย.ตามกำหนดเดิม