วันนี้ (12 ต.ค.2569) ซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญสถานการณ์ด้านความมั่นคงครั้งสำคัญ หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่สนามบินนานาชาติคิงคาลิด ในกรุงริยาด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ต.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน
ตามการวิเคราะห์ของ โมสตาฟา ซาเลม นักข่าวอาวุโสของ CNN เชี่ยวชาญด้านการเมืองตะวันออกกลาง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบียต้องตัดสินใจว่าจะตอบโต้ด้วยวิธีใด ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายดำเนินมายาวนานกว่า 11 ปี และมีแนวโน้มเชื่อมโยงกับการเผชิญหน้าระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ มากขึ้น
ฮูตีเพิ่มแรงกดดัน หลังซาอุดีฯ สนับสนุนเยเมน
ก่อนเกิดเหตุโจมตีสนามบิน ซาอุดีอาระเบียได้เปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อสนับสนุนกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มฮูตี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายฮูตียังคงรักษาพื้นที่สำคัญไว้ได้ และตอบโต้ด้วยการยกระดับการโจมตีต่อซาอุดีอาระเบีย
กลุ่มฮูตีประกาศเตรียมเพิ่มความรุนแรง โดยมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของซาอุดีอาระเบีย พร้อมสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ แนวทางดังกล่าวมีลักษณะคล้ายยุทธศาสตร์ที่อิหร่านใช้ในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ ซึ่งไม่ได้จำกัดผลกระทบไว้เฉพาะสนามรบ แต่ยังมุ่งกดดันความมั่นคงและเศรษฐกิจของฝ่ายตรงข้ามด้วย
ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีมีรากฐานจากสงครามที่ซาอุดีอาระเบีย ดำเนินต่อกลุ่มดังกล่าวมานานกว่าทศวรรษ สงครามนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เยเมนเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขณะที่การโจมตีระลอกใหม่ถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ มากขึ้น
ซาอุดีฯ เผชิญทางเลือกยาก ส่งทหารบกก็เสี่ยง ไม่ส่งก็อาจถูกโจมตีซ้ำ
มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน และเจ้าชายคาเลด บิน ซัลมาน รมต.กลาโหม กำลังเผชิญข้อจำกัดในการรับมือกลุ่มฮูตี หลังความพยายามควบคุมสถานการณ์ทั้งด้วยกำลังทหารและการเจรจาตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถยุติภัยคุกคามได้อย่างเด็ดขาด
ปัจจุบัน กลุ่มฮูตีมีอำนาจมากขึ้น สามารถควบคุมเมืองสำคัญหลายแห่ง และยังพยายามขยายอิทธิพลไปยังพื้นที่อื่น เช่น เมืองตาอิซ ซึ่งมีประชากรหนาแน่น
อาลี ชิฮาบี นักเขียนและผู้ให้ความเห็นด้านการเมืองซาอุดีอาระเบีย ให้ความเห็นกับ CNN ว่า ภัยคุกคามนี้จำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างเด็ดขาด โดยผลลัพธ์ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของกองกำลังรัฐบาลเยเมนในพื้นที่ ซึ่งซาอุดีอาระเบียกำลังให้การสนับสนุนอย่างมากผ่านกำลังทางอากาศ
ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียเน้นสนับสนุนการโจมตีทางอากาศเพื่อช่วยเหลือกองกำลังฝ่ายต่อต้านฮูตี โดยยังหลีกเลี่ยงการส่งทหารภาคพื้นดินของตนเองเข้าไปประจำการเป็นจำนวนมาก แต่หลังเกิดเหตุโจมตีกรุงริยาด ยังไม่แน่ชัดว่ารัฐบาลจะรักษาข้อจำกัดนี้ไว้ได้หรือไม่
การส่งทหารจำนวนมากเข้าไปในเยเมนอาจทำให้ซาอุดีฯ ต้องเข้าสู่สงครามภาคพื้นดินที่มีค่าใช้จ่ายสูงและยืดเยื้อ เนื่องจากภูมิประเทศขรุขระและยากต่อการปฏิบัติการ ขณะเดียวกัน ยังอาจกระทบภาพลักษณ์ของประเทศที่มุ่งสร้างความมั่นคง ดึงดูดนักลงทุน และผลักดันการท่องเที่ยวระดับโลก
ทางไหนก็เสี่ยง ซาอุดีฯ ติดกับดักฮูตี ตอบโต้เสี่ยงยืดเยื้อ-นิ่งเฉยเสี่ยงโดนซ้ำ
จากขบวนการทางศาสนาสู่กองกำลังที่มีขีปนาวุธโจมตีระยะไกล
เมื่อประมาณ 2 ทศวรรษก่อน กลุ่มฮูตียังเป็นขบวนการฟื้นฟูทางศาสนาขนาดเล็ก แต่ต่อมาได้พัฒนากลายเป็นกองกำลังติดอาวุธที่มีศักยภาพสูง โดยได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน และมีอาวุธอย่างขีปนาวุธทิ้งตัวที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึงกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอล
เจ้าหน้าที่ฝ่ายใต้ของเยเมน ซึ่งเคยต่อสู้กับกลุ่มฮูตีเป็นเวลาหลายปี ให้ข้อมูลกับ CNN ว่า กลุ่มดังกล่าวพัฒนาวิธีการทำสงครามให้ซับซ้อนขึ้น มีความต่อเนื่องในการโจมตี และเพิ่มขีดความสามารถด้านข่าวกรอง
ด้านกองทัพเยเมนกล่าวหาว่า กลุ่มฮูตีทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน หรือ IRGC เพื่อปรับปรุงขีปนาวุธให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
มาเจด อัล-นาซิลี โฆษกกองทัพเยเมน ระบุว่า ขีปนาวุธรุ่นใหม่มีความเร็วสูงขึ้น และใช้ระบบติดตามความร้อนเพื่อค้นหาแหล่งกำเนิดความร้อนเป็นเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าอาวุธลักษณะนี้ถูกนำมาใช้ในการโจมตีสนามบินริยาดเมื่อวันที่ 10 ต
ค.ที่ผ่านมา หรือไม่
จับตาใช้ AI พัฒนาระบบนำวิถีอาวุธ
อีกประเด็นที่เพิ่มความกังวลคือความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ภายใต้การควบคุมของฮูตีจะนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้พัฒนาอาวุธ
บริษัท Anthropic ผู้พัฒนาเครื่องมือ AI Claude เปิดเผยว่า มีกลุ่มหนึ่งในภาคเหนือของเยเมนใช้เครื่องมือดังกล่าวช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์นำวิถีสำหรับจรวดและขีปนาวุธ ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยควบคุมทิศทางและรักษาเสถียรภาพของอาวุธระหว่างการบิน
ทั้งนี้ รายงานไม่ได้ระบุชัดเจนว่ากลุ่มที่เกี่ยวข้องเป็นใคร แต่สถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเยเมนซึ่งกลุ่มฮูตีควบคุมอยู่ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลที่เปิดเผยยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าฮูตีเป็นผู้ดำเนินการโดยตรง
ซาอุดีฯ เร่งขอแรงสนับสนุนจากต่างชาติ
ขณะนี้ ซาอุดีอาระเบียพยายามขอความช่วยเหลือจากประเทศพันธมิตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกลุ่มฮูตี โดยฝรั่งเศส อังกฤษ และปากีสถานให้คำมั่นว่าจะสนับสนุน ขณะที่ตุรกีกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม
มีรายงานด้วยว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ดได้หันไปขอความช่วยเหลือจากซีเรีย ซึ่งมีประธานาธิบดีอาเหม็ด อัล-ชารา เป็นผู้นำ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยนำกลุ่มติดอาวุธที่สามารถขับไล่กลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านออกจากซีเรีย หลังประเทศเผชิญสงครามกลางเมืองเกือบทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดของซาอุดีอาระเบีย ยังไม่ได้เข้าร่วมโจมตีกลุ่มฮูตีทางอากาศโดยตรง แต่ส่งที่ปรึกษาทางทหารมากกว่า 100 นายไปสนับสนุนด้านข่าวกรองภายใต้กองบัญชาการร่วมที่จัดตั้งขึ้นใหม่
สหรัฐฯ เคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮูตี ซึ่งนำไปสู่การเปิดช่องแคบบับอัล-มันเดบให้เรือสหรัฐฯ เดินทางผ่านได้อีกครั้ง ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป
แหล่งข่าวเคยให้ข้อมูลกับ CNN ว่า มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ดได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2 ครั้งเมื่อเดือน ก.ย. เพื่อขอให้สหรัฐฯ โจมตีกลุ่มฮูตี แต่ทรัมป์ไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมปฏิบัติการในเวลานั้น
นักวิเคราะห์มองว่า หากสหรัฐฯ เข้ามาสนับสนุนการโจมตีทางอากาศโดยตรงอาจช่วยให้การปฏิบัติการมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเครื่องบินสหรัฐฯ สามารถตอบสนองต่อข้อมูลข่าวกรองจากดาวเทียมได้รวดเร็วกว่า ขณะที่เครื่องบินซาอุดีอาระเบียต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มเติมในการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับการปฏิบัติการ
ระบบป้องกันภัยทางอากาศยังมีข้อจำกัด
แม้ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศขนาดใหญ่และจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยจากสหรัฐฯ แต่ก็ยังมีจุดเปราะบางจากลักษณะภูมิประเทศและโครงสร้างพื้นฐานที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ทะเลทรายอันกว้างใหญ่
ระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับทรัพยากรสำคัญของประเทศอาจกลายเป็นเป้าหมายได้หลายจุด ขณะเดียวกัน โดรนโจมตีแบบเที่ยวเดียวที่มีต้นทุนต่ำกว่าระบบป้องกันบางประเภท ทำให้ฝ่ายโจมตีสามารถสร้างแรงกดดันได้ แม้ฝ่ายตั้งรับจะมีอาวุธที่ทันสมัยกว่า
เหตุโจมตีสนามบินริยาดจึงยังอาจส่งผลต่อท่าทีของสหรัฐฯ มากขึ้น หลังหน่วยงานการบินพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ว่า มีพลเมืองอเมริกันเสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ทรัมป์กล่าวว่า กองกำลังซาอุดีอาระเบียมีความสามารถในการรบ และการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่ง เมื่อถูกถามต่อว่าสหรัฐฯ จะเข้าร่วมโจมตีกลุ่มฮูตีหรือไม่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า "เราอาจจะเข้าร่วม"
การตัดสินใจของริยาดอาจกำหนดทิศทางความขัดแย้งระลอกต่อไป
สถานการณ์จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่าซาอุดีอาระเบียจะตอบโต้กลุ่มฮูตีอย่างไร แต่ยังรวมถึงระดับการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ บทบาทของประเทศพันธมิตร และความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในเยเมนจะเชื่อมโยงกับการเผชิญหน้าระหว่างอิหร่านกับวอชิงตันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
หากซาอุดีฯ เพิ่มการโจมตีทางอากาศ ก็อาจต้องพึ่งพาความร่วมมือด้านข่าวกรองและการสนับสนุนจากต่างประเทศมากขึ้น แต่หากเลือกส่งทหารภาคพื้นดินเข้าไปจำนวนมาก ประเทศก็อาจต้องแบกรับสงครามที่ยืดเยื้อและมีต้นทุนสูง
ในอีกด้านหนึ่ง การปล่อยให้กลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้ต่อไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงภายในประเทศและเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ
การตัดสินใจของริยาดในระยะต่อไป จึงมีความสำคัญทั้งต่อสมดุลอำนาจในเยเมน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง และความมั่นคงของเศรษฐกิจโลก
อ่านข่าว :
สพฐ.เร่งเยียวยา รร.ประสบภัยน้ำท่วม 29 จังหวัด
ปภ.โอนเยียวยาน้ำท่วมรอบ 5 วันนี้ 50,718 ครัวเรือน วงเงิน 378 ล้านบาท
