วันนี้ (12 ต.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวในงาน World Bank Flagship "Small AI: More and Better Jobs" ระหว่างการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group 2026 ณ กรุงเทพมหานคร
โดยระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงที่ประชาชนต้องเผชิญ ประเทศไทยจึงต้องวางแนวทางใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ แรงงาน และประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อน 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การยกระดับงานที่มีอยู่ การสร้างงานใหม่ และการทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์จาก AI ผ่านแนวคิด AI in All, All in AI และ AI for All
1. AI in All ใช้ AI เพิ่มผลิตภาพธุรกิจที่มีอยู่
มุ่งนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเดิม โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน บุคลากร และการเข้าถึงเทคโนโลยี
ตัวอย่างที่นำเสนอคือ AI "นกกระซิบ" บนแอปพลิเคชันถุงเงิน ซึ่งช่วยผู้ประกอบการบริหารจัดการกิจการได้ดีขึ้น เพิ่มโอกาสในการสร้างผลกำไร และนำข้อมูลทางธุรกิจมาต่อยอดเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ แนวทางนี้มุ่งให้ AI เป็นเครื่องมือที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่เทคโนโลยีที่จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่
2. All in AI เปลี่ยนการลงทุนเทคโนโลยีให้เป็นงานคุณภาพ
มุ่งใช้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน Data Center และ Cloud ให้เกิดการสร้างงานที่มีคุณภาพสำหรับคนไทย ไม่ใช่เพียงการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี แต่ต้องเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการพัฒนาทักษะและความต้องการของตลาดแรงงานด้วย
รัฐบาลผลักดันโครงการ SkillBridge เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะแรงงาน กับความต้องการของภาคธุรกิจ ช่วยให้บุคลากรมีความพร้อมต่อรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนในการเข้าถึง AI สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงธุรกิจเริ่มต้น (Startups) เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ได้โดยไม่ถูกจำกัดด้วยต้นทุนที่สูงเกินไป
3. AI for All เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มปรับตัวทันเทคโนโลยี
ให้ความสำคัญกับแรงงานและผู้ประกอบการ ที่อาจปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยมุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง AI และป้องกันไม่ให้ประชาชนบางกลุ่มเสียโอกาสในการทำงานหรือประกอบธุรกิจ เพียงเพราะขาดทักษะและทรัพยากรที่จำเป็น
แนวทางนี้สะท้อนว่าการพัฒนา AI ไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่ต้องคำนึงถึงความสามารถของคนในสังคมที่จะเรียนรู้ ปรับตัว และเข้าถึงประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมด้วย
นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า การเพิ่มศักยภาพให้ประชาชน ต้องดำเนินควบคู่กับการปกป้องประชาชน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอาชญากรรมที่ใช้ AI และการหลอกลวงทางดิจิทัล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทรัพย์สิน ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยี
ดังนั้น การขับเคลื่อน AI จึงต้องพิจารณาทั้งโอกาสในการสร้างงานและเพิ่มผลิตภาพ ตลอดจนมาตรการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เรียกร้องให้ธนาคารโลก (World Bank) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารพัฒนาพหุภาคี (MDBs) และประเทศต่าง ๆ ร่วมมือกันผลักดันให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างงาน เพิ่มผลิตภาพ และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างปลอดภัยและทั่วถึง
อ่านข่าว :
"ชาวองครักษ์" โวยน้ำท่วมหนัก จี้ชลประทานเปิดประตูคลอง 12
ปชช.เกิน 90% ไม่เห็นด้วย ภท.ชงแก้เปลี่ยนแหล่งงบฯ อุดหนุน 4 องค์กร
ทางไหนก็เสี่ยง ซาอุดีฯ ติดกับดักฮูตี ตอบโต้เสี่ยงยืดเยื้อ-นิ่งเฉยเสี่ยงโดนซ้ำ
