ศาลอนุมัติหมายจับชายต้องสงสัยในกล้อง CCTV โยงระเบิด กทม.
พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวถึงคดีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุปาระเบิด 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์และถนนสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นชายชาวตะวันออกกลางที่ปรากฎในกล้องวงจรปิดที่กำลังเดินทางออกจากบ้านเช่าภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ภายหลังจากเกิดเหตุระเบิดไม่นาน ใน 3 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันทำและประกอบวัตถุระเบิด, 2.ร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3. ทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกาย ซึ่งการขอหมายจับ ไม่สามารถระบุชื่อผู้ต้องหาได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานระบุชัดเจนว่าเป็นนายนิคคาฟาร์ด จาวัด ที่มีการเปิดเผยชื่อออกไปก่อนหน้านี้หรือไม่แต่จากการสืบสวบเบื้องต้นทราบว่า นายนิคคาฟาร์ด ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ก.พ.
ขณะที่พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่านายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ที่ถูกจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังถูกควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองแต่สามารถควบคุมตัวได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง จากนั้นจะดำเนินการส่งตัวมาให้คณะพนักงานสอบสวนที่มี พลตำรวจเอกปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดทำงาน สอบสวนต่อไป
ส่วนการขอตัวนายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ ผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ที่ทางการประเทศมาเลเซีย จับกุมตัวได้ อยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับพนักงานอัยการคดีต่างประเทศ เพื่อประสานขอตัวมาดำเนินคดี
