เครือข่ายคนรักหลักประกันฯเรียกร้องรัฐ เพิ่มค่ารักษาผู้ป่วยในบัตรทองเท่ากับขรก.

สังคม
16:24
จำนวนผู้ชม 30
Thai PBS
เครือข่ายคนรักหลักประกันฯเรียกร้องรัฐ เพิ่มค่ารักษาผู้ป่วยในบัตรทองเท่ากับขรก.



จากการที่เครือข่ายภาคประชาชนด้านการเกษตร ด้านผู้สูงอายุ ด้านชนกลุ่มน้อย ด้านผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ ด้านเด็กและเยาวชน ด้านชุมชนแออัดด้านสตรี ด้านแรงงาน ด้านผู้พิการ ด้านผู้บริโภค และธนาคารหมู่บ้าน ได้ร่วมกันยกร่างและเสนอกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลเมื่อจำเป็นอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมได้ร่วมกันรณรงค์และเผยแพร่ความเข้าใจกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งร่วมกับนักวิชาการและข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขผลักดันกฎหมายจนมีผลใช้บังคับซึ่งทำให้เป็นที่มาของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคของพรรคไทยรักไทย ทำให้รัฐบาลไทยรักไทยได้รับความนิยมและได้รับเลือกตั้งเข้ามาอย่างถล่มทลายจากนโยบายนี้

ตลอดระยะเวลา 10ปีที่มีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เกิดการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการให้บริการการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ที่มีความครอบคลุมในการดูแลรักษาที่จำเป็นสำหรับประชาชนกลุ่มต่างๆ การจัดทำโครงการเข้าถึงบริการโรคที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน(Vertical Program) เช่นการผ่าตัดต้อกระจกในผู้สูงอายุที่ต้องรอคิวนานมากในอดีตทำให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการได้เพิ่มขึ้นจากสถิติของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างเดือนธันวาคม 2553- เดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา สามารถผ่าตัดตาต้อกระจกภายใต้โครงการนี้ได้มากถึง5,384 คน คิดเป็นจำนวนครั้งที่สูงถึง 7,581 ครั้ง นอกจากนี้ยังสามารถต่อรองราคาทำให้เลนส์ตาเทียมราคาถูกลงมากจากราคา4,000-5,000 บาท ลดลงเหลือเพียง 2,800บาท หรือถ้าเป็นเลนส์ตาเทียมชนิดแข็ง จากราคา 4,000-6,000บาทเหลือเพียง 700 บาทเท่านั้น


สิ่งที่สำคัญที่ถือเป็นพัฒนาการของระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทยคือการยกเลิกการเก็บเงินสมทบ 30 บาท(เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 50 มาตรา 51)เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันแก่ประชาชนทุกคน รวมทั้งมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เป็นรูปธรรมจนทำให้เกิดความพึงพอใจของประชาชนที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและผู้ให้บริการมากขึ้นทุกปีเห็นได้จากผลการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมาทุกปี


ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเดินหน้าต่อไป และลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม ให้เป็นระบบสุขภาพมาตรฐานเดียวทั้งประเทศเครือข่ายประชาชนคนรักหลักประกันสุขภาพภาคกลางซึ่งมีจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และ นครนายก เครือข่าย 9 ด้าน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ขอเสนอประเด็นสำคัญเพื่อการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดังต่อไปนี้

1.ขอให้รัฐบาล(พรรคเพื่อไทย) ทบทวนนโยบายการเก็บเงินสมทบ 30 บาทในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

2.ขอให้รัฐบาลดำเนินการให้ระบบสุขภาพของประเทศมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรมกับประชาชนอย่างถ้วนหน้า

3.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนและผลักดันให้รัฐสภาเร่งพิจารณา(ร่าง)พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุขพ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันเสนอและรัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความเห็นชอบที่จะพิจารณาต่อเนื่องเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ป่วย ลดการฟ้องร้องเพื่อให้ประชาชนไทยทุกคนที่ได้รับความเสียหายจากการไปรับบริการสาธารณสุขได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกระบบและเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบการป้องกันความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขตามเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายดังกล่าว และขอให้ ทบทวนการขยายการเยียวยา มาตรา 41เพื่อไปคุ้มครองสิทธิอื่นๆ เพราะโรงพยาบาลเอกชนได้ประโยชน์ เห็นควรผลักดันพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุขพ.ศ. .... โดยให้หน่วยบริการเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรับบริการสาธารณสุขนั้นๆและหากเป็นหน่วยบริการของรัฐ รัฐก็รับภาระแทน


4.ขอให้ทบทวนนโยบายการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) เพราะเป็นนโยบายที่ขัดต่อมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมตินี้ไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 รวมทั้งขัดแย้งและส่งผลกระทบต่อระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเนื่องจากปัจจุบันระบบสุขภาพของประเทศไทยยังมีปัญหาความขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขนโยบายนี้จะก่อให้เกิดการดึงตัวแพทย์ที่เรียกว่า “สมองไหล”ไปรองรับบริการศูนย์กลางทางการแพทย์มากขึ้น จึงขอให้ทบทวนการใช้เงินสนับสนุนจำนวนมากถึง4,000 ล้านบาท เพื่อให้บริการชาวต่างชาติ มากกว่าจะใช้เพื่อรองรับประชาชนทุกคนให้ได้รับสิทธิอย่างทั่วถึงเป็นธรรม

5.ขอให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการจ่ายต่อโรคในการรักษาพยาบาล(DRG) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เท่ากับระบบสวัสดิการการรักษาพยาบาลของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อหน่วยบริการและไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการ

“พวกเราภาคประชาชนพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545ที่มุ่งที่จะให้ประชาชนไทยทุกคนได้รับสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขอย่างเสมอภาคเท่าเทียมทั่วถึง มีคุณภาพ มาตรฐาน และมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง”