วันนี้ (6 พ.ย.2569) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นางอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง พร้อมด้วย น.ส.บุญยนุช แสงศรี หรือออยศรี เจ้าของเพจเฟซบุ๊กออยศรีและผองเผือก เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการประกันตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม และนายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต โดยทนายกุ้ง ได้รับมอบอำนาจจาก นายอภิชาต แซ่หลู่หรือ ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ให้ยื่นคัดค้านการประกันตัว 2 สามี-ภรรยา ส่วน น.ส.บุญยนุช ยื่นคัดค้านการประกันตัวเฉพาะ น.ส.ปนัดดา
นางอำนวยพร เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจากนายอภิชาต แซ่หลู่ หรือช่างเอ๋ ให้มายื่นคัดค้านการประกันตัว น.ส.ปนัดดา และก๊อต เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ย. น.ส.ปนัดดา เดินทางไปแจ้งความช่างเอ๋และก๊อต ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง
โดยก่อนหน้านี้ช่างเอ๋ เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจในคดีฟอกเงินและคดีฉ้อโกงประชาชน จึงเกิดความกังวลว่าหาก น.ส.ปนัดดา และสามีได้รับการประกันตัวออกไป อาจมีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่พยานที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ ส่วนช่างเอ๋มีความรู้สึกหวาดกลัวและกังวลว่าจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากเคยเป็นเพื่อนและคนคุ้นเคยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาก่อน
อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในบุคคลที่นำพยานหลักฐาน ไปมอบให้ตำรวจตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคดี จึงเกรงว่าอีกฝ่ายอาจเกิดความโกรธแค้น และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว ซึ่งพยานหลักฐานที่ส่งมอบให้ตำรวจ ประกอบด้วย ข้อความสนทนาทางไลน์ หลักฐานการโอนเงินเข้าและโอนเงินออก รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้ โดยช่างเอ๋มีความเข้าใจว่าเงินที่ได้รับเป็นเงินจากการรับเหมางานก่อสร้างตามปกติ
ส่วนการโอนเงินออกก็มีเหตุผลและหลักฐานการสนทนาประกอบว่า เป็นการดำเนินการด้วยเหตุใด จึงมั่นใจว่าช่างเอ๋ไม่มีส่วนได้เสีย หรือได้รับประโยชน์จากเงินที่เกี่ยวข้อง หากตำรวจจะพิจารณาเปลี่ยนสถานะจากพยานเป็นผู้ต้องหา ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการพิจารณาของพนักงานสอบสวน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากช่างเอ๋ถูกดำเนินคดีจากลักษณะการรับโอนเงินแล้วนำเงินสดออกไปหรือโอนต่อ ก็อาจมีบุคคลอื่นที่ทำธุรกรรมในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย ซึ่งต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคล
สำหรับกรณีที่ น.ส.เข้าแจ้งความช่างเอ๋ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงกับก๊อตนั้น ทนายกุ้ง กล่าวว่า ขณะนี้ยังต้องรอดูว่าพนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากในวันที่เดินทางไปแจ้งความนั้น เป็นการลงบันทึกและแจ้งความไว้ก่อน โดยรายละเอียดและพยานหลักฐานต่าง ๆ ยังต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน เพื่อพิสูจน์ว่าช่างเอ๋มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาอย่างไร
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับสถานะการดำรงตำแหน่งของบุ๋ม ในฐานะประธานมูลนิธิ โดยทนายกุ้ง ระบุว่า มองว่าบุ๋มยุติบทบาทไปตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. จึงต้องพิจารณาว่าการเข้าแจ้งความในฐานะประธานมูลนิธิสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบต่อไป
ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงหมายจับเพิ่มเติม และอาจมีชื่อช่างเอ๋เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ทนายกุ้งยอมรับว่า ช่างเอ๋มีความกังวล แต่ไม่ได้กังวลเฉพาะคดีนี้ เนื่องจากยังมีอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งสืบเนื่องจากกรณีที่มีการว่าจ้างช่างเอ๋ ให้นำรถแบ็กโฮเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ โดยช่างเอ๋เดินทางเข้ามอบตัวในคดีดังกล่าวแล้ว
ด้าน น.ส.บุญยนุช ระบุว่า ก่อนวันที่ตัวเองจะเดินทางเข้าแจ้งความ เคยมีการติดต่อมาหาเพื่อขอเจรจา และขอให้ชะลอการแจ้งความดำเนินคดี แต่ตนปฏิเสธที่จะพูดคุยหรือเจรจา และเลือกเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมาย โดยในช่วงเวลาดังกล่าว มีทนายกุ้งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เบื้องต้นไม่ขอเปิดเผยว่าบุคคลใดเป็นผู้ติดต่อมา แต่ยืนยันว่า น.ส.ปนัดดา เป็นผู้ให้บุคคลดังกล่าวติดต่อมา และไม่ได้ต้องการกล่าวหาว่าบุคคลที่เข้ามาติดต่อมีเจตนาไม่ดี เพราะเชื่อว่าอาจมีความตั้งใจดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย เพียงแต่ตัวเองตัดสินใจเดินหน้าดำเนินคดีต่อ
ส่วนเหตุผลในการยื่นคัดค้านประกันตัว เพราะตัวเองมองว่า น.ส.ปนัดดา เป็นบุคคลที่รู้จักผู้ใหญ่และบุคคลสำคัญจำนวนมาก อีกทั้งมองว่าอาจมีโอกาสได้รับการประกันตัว เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นบุคคลที่มีภาพลักษณ์ในการทำงานช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด จึงต้องการทำหน้าที่ในฐานะผู้เสียหายให้ดีที่สุด ไม่ว่าผลการพิจารณาคัดค้านประกันตัวจะออกมาเป็นอย่างไร
น.ส.บุญยนุช ระบุว่า ในฐานะผู้เสียหาย ตนดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีและคณะกรรมการมูลนิธิ ส่วนประเด็นเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงก๊อตนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องที่ น.ส.ปนัดดา และมูลนิธิฯ ต้องชี้แจงและรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
อ่านข่าว :
ตรวจสอบ 3 บัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี เส้นเงินโยงซื้อที่ดินสนามเทรล
ค้น 4 จุดโยง "บุ๋ม ปนัดดา" ตรวจบ้านหอดูดาว "ก๊อต" พบรถหรู 2 คัน
ลงเรือ-ขึ้นรถ ภารกิจช่วย "ลูกช้างป่า" ตามฝูงไม่ทัน สู่อ้อมกอด "แม่" สำเร็จ
